facebook-icon

ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนนิยายของเอสนะคะ รัก <3

ต้องห้ามรัก 18 ปลายทาง 100%

ชื่อตอน : ต้องห้ามรัก 18 ปลายทาง 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2562 18:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ต้องห้ามรัก 18 ปลายทาง 100%
แบบอักษร

ต้องห้ามรัก 18 ปลายทาง 

 

 

 

 

[แทนคุณ] 

ผมไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดจะจบลงยังไง เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ผมรู้สึกโอเคแล้วครับเพราะชบาเข้าใจผมแล้ว ส่วนเรื่องแม่อาการของท่านเริ่มทรุดหนักลง ช่วงหลายวันมานี้บ้านหลังที่ผมให้แม่กับน้องพักอยู่มีคนเข้ามาด่อมๆ มองๆ ตลอดจนผมไม่ไว้ใจต้องพาแม่กับน้องมาอยู่ที่บ้านปู่แทน

ส่วนเรื่องบริษัทผมตั้งใจลาออกจริงๆ เพราะอยากทุ่มเทให้กับการดูแลแม่ก่อน แต่พ่อแค่รับรู้เอาไว้เท่านั้น เรื่องงานผมไม่อยากโฟกัสมาก ตอนนี้สิ่งเดียวที่ผมอยากทุ่มเทคือแม่… เพราะเวลาที่ผมจะได้ดูแลท่านมีไม่มากแล้วจริงๆ ครับ

มาเข้าเรื่องกันต่อเพราะตอนนี้พวกเราทุกคนกำลังรวมตัวกันอยู่ที่บ้านของปู่ครับ น้องยังไม่รู้เลยว่าพ่อกับแม่ก็มาด้วย ผมไม่ได้บอกจนเจ้าตัวเดินลงมาเห็นเอง ท่าทางร้อนรนเชียวครับ สายตากวาดมองไปทั่ว แต่ผมกลับยืนอยู่ด้านหลัง สีหน้าของแม่ที่มองน้องเหมือนกำลังหาคำตอบ

หมับ! 

“อ๊ะ!” ผมเดินเข้าไปจับข้อมือของน้องจนทำให้เจ้าตัวตกใจสะดุ้งโหยงเชียวครับ “พี่แทน”

“ไปนั่งกันเถอะ”

“พะ พ่อกับแม่มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

“พักใหญ่แล้วครับ”

“น้อง…”

“มีพี่อยู่ทั้งคน ไปเถอะ” ชบาไม่ได้อยากจะเดินตามมานั่งหรอกครับ แต่สายตาของทุกคนกำลังจับจ้องมาทางเรา น้องเลยต้องยอมเดินตามผมไปนั่ง

“สวัสดีค่ะ” น้องยกมือไหว้พ่อกับแม่ มือสั่นเชียวครับ พ่อมองหน้าน้องยิ้มๆ แต่แม่กลับนิ่งใส่ ปกติแม่ไม่แสดงท่าทางแบบนี้หรอก น้องเลยรับมือไม่ถูกแน่นอน

บทสนทนาหลังจากนี้ชบานั่งตัวเกร็งเลยทีเดียว น้องไม่กล้าพูดอะไรเลยครับนอกจากนั่งฟังอย่างเดียว จนเวลาผ่านไปพวกผู้ใหญ่ก็แยกย้ายกันไปหามุมอื่นคุย ผมพาชบาออกมาเดินเล่นแทน

“โอเคไหม”

“ไม่เลยค่ะ ไม่กล้าบอกแม่ด้วย” หันมามองหน้าผมยิ้มแหย่ๆ ให้ “ตอนนี้แม่มะลิเริ่มน่ากลัวแล้วค่ะ”

“แม่ใจดีที่สุดแล้ว”

“เฮ้อ! ขอทำใจก่อนนะคะ เอาไว้ค่อยบอกดีกว่า พี่ก็อยู่ห่างจากชบาด้วย”

“เอ้า!”

“แต่ปกติก็ห่างอยู่แล้วนี่ ชิ!” ดูเอาเถอะครับ ผมตามไม่ทันแล้วจริงๆ “แล้วนี่พี่ป่าไปไหน เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเจอเลย”

“น้องก็ไปทำงานกับไอ้ป่านี่”

“ก็ใช่ค่ะ แต่พอเลิกงานหายทุกที หรือพี่ป่าซ่อนใครเอาไว้”

“อย่างไอ้ป่าน่ะเหรอครับ”

“อย่างพี่ป่านี่แหละค่ะ ซ่อนเก่งมาก!” ผมได้แต่ยิ้มครับ ถ้าน้องรู้ว่าไอ้ป่าซ่อนใครเอาไว้จริงๆ น้องจะทำยังไง แต่คนอย่างมันไม่มีทางให้ใครต้อนจนมุมง่ายๆ หรอก ยกเว้นมันจะเฉลยออกมาเองและผมก็คิดว่าอีกไม่นานทุกคนคงได้รู้ว่าผู้หญิงที่ป่าราบซ่อนเอาไว้คือใคร “ยิ้มอะไรอีกคะเนี่ย”

“เปล่าครับ”

“ไม่ได้ช่วยพี่ป่าปิดบังอะไรใช่มั้ย”

“ปิดบังอะไรล่ะครับ ช่วงนี้พี่ยุ่งๆ เรื่องของแม่ พี่ไม่มีเวลาไปทำอะไรหรอก ขนาดเมียยังไม่ค่อยได้ดูแลเลย” ประโยคนี้ผมโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูชบานะครับ

“พี่แทน!”

“ฮ่าๆ”

“ไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะคะ ไม่คุยด้วยแล้ว” ชบาผลักอกผมก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน ผมยืนยิ้มและมองตาม กำลังจะเดินตามไปแต่กลับต้องชะงักเพราะมีคนมายืนอยู่ตรงหน้าซะก่อน “แม่”

“แม่ขอคุยกับแทนหน่อยสิ” แม่มะลิมองผมสลับกับชบาที่เดินเข้าบ้านไปเรียบร้อยแล้ว

“ครับ” ท่านเดินนำผมออกไปไกลจากจุดที่ยืนอยู่พอสมควร ผมไม่รู้ว่าแม่อยู่ในอารมณ์ไหน ไม่รู้ว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ก็อดกลัวไม่ได้ครับ

“แทนคบกับชบาอยู่เหรอ” แม่มองหน้าผมเหมือนกำลังรอคำตอบ สีหน้าของท่านนิ่งมากเลยครับ แม่มะลิโหมดนี้ไม่ได้เห็นกันง่ายๆ หรอก

“ครับ”

“…” ในเมื่อมันคือความจริงผมก็ควรจะบอกแม่ออกไปตรงๆ

“ผมขอโทษที่ปิดบังแม่ครับ”

“พ่อรู้แล้วใช่มั้ย” แม่ยังคงสบตาผมอยู่ตลอดเวลา สีหน้าและแววตาของท่านเริ่มเปลี่ยนไปเหมือนกำลังกังวลแทน

“ครับ”

“พ่อได้ทำอะไรแทนหรือเปล่า” จากที่คิดว่าแม่จะโกรธผมกลับยิ้มออกมาแทน เอื้อมมือไปจับมือทั้งสองข้างของแม่มากุมเอาไว้ สีหน้าและแววตาในตอนนี้ของท่านแสดงออกอย่างชัดเจนว่าห่วงผมมาก “ทำหรือเปล่าแทน ที่แทนต้องลาออกจากบริษัทเพราะพ่อหรือเปล่า”

“พ่อไม่ได้ทำอะไรผมหรอกครับ ที่ผมลาออกจากบริษัทเป็นความตั้งใจของตัวเอง ผมอยากดูแลแม่ให้ดีที่สุด แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ ของผมก็ตาม”

“เฮ้อ!” แม่ถอนหายใจออกมาทันทีที่ได้ยินผมอธิบายต่อ “ไม่ได้โกหกแม่ใช่มั้ย”

“ผมสาบานครับ”

“แม่ดีใจนะที่แทนไม่โกรธเธอ”

“เพราะแม่มะลิสอนผมเสมอ คนที่ให้ชีวิตคือคนที่มีพระคุณกับเราที่สุดแล้ว ผมไม่อยาเอาเรื่องราวในอดีตมาทำให้ตัวเองต้องพลาดโอกาสที่จะดูแลท่านไป ผมต้องขอบคุณท่านมากกว่าที่ยอมกลับมาให้ผมดูแล แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม ผมเองก็ต้องขอบคุณพ่อกับแม่ที่ให้ชีวิตใหม่กับเด็กคนหนึ่งเหมือนกันนะครับ”

“แม่ดีใจนะที่แทนคิดแบบนี้” ท่านพูดพร้อมกับโผเข้าสวมกอดผมแทน เห็นแบบนี้แม่กลายเป็นผู้หญิงตัวเล็กไปเลยครับ พอๆ กับชบานั่นแหละ “ว่าแต่พ่อไม่ได้ทำอะไรแทนแน่นะ”

“เห็นผัวเป็นคนใจร้ายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วนี่มายืนกอดผู้ชายคนอื่นนอกจากผัวได้ยังไงกัน” เสียงของพ่อดังขึ้นมาจนแม่ต้องผละออกพลางเอียงตัวไปมองหน้าท่านที่ยืนอยู่ด้านหลังของผม จนผมต้องหันกลับไปมองหน้าพ่อบ้าง “เมียกูครับ ไม่อนุญาตห้ามกอด”

“พี่ปืน!”

“ทำไม? มายืนกอดผู้ชายคนอื่นนอกจากผัวได้ยังไงกัน” พ่อทำหน้าดุๆ ใส่แม่ ก่อนจะเดินอ้อมผมไปยืนข้างๆ แม่พลางยื่นแขนข้างหนึ่งไปกอดเอวท่านเอาไว้หลวมๆ

“นี่ลูกนะคะ” แม่เงยหน้าขึ้นไปมองพ่อด้วยครับ เป็นภาพที่ใครเห็นก็ต้องยิ้มตามและต้องยอมยกนิ้วให้กับความหวงของพ่อเลยทีเดียว

“ลูกแล้วไง มันก็ผู้ชายอะ”

“เฮ้อ! เหนื่อยค่ะ ลิเข้าบ้านดีกว่า” แม่ถึงกับถอนหายใจเลยครับ แถมยังขยับตัวหนีพ่อเดินกลับไปที่บ้านแทน ตรงนี้ มุมนี้เลยเหลือแค่ผมกับพ่อเท่านั้น

“ตอนนี้ไม่ต้องคิดอะไรมาก ดูแลผู้หญิงคนนั้นให้ดีที่สุดก็พอ”

“ขอบคุณนะครับ”

“อืม” พ่อพูดจบก็เดินตามแม่ไป ส่วนผมได้แต่มองหน้าพวกท่านพร้อมกับรอยยิ้ม

ผมโชคดีที่ได้เกิดมาและโชคดีที่ได้เจอพ่อปืนกับแม่มะลิ โชคดีอีกชั้นคือปู่กับย่ารักและเอ็นดูแถมยังช่วยดูแลผมมาตลอด ส่วนโชคสุดท้ายคงเพราะแม่แท้ๆ ของผมกลับมาพร้อมกับน้องสาวละมั้ง แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ ก็ตาม

* 

หลายวันต่อมา หลังจากวันนั้นมื้อเย็นทุกคนก็กินอาหารด้วยกัน นอนค้างที่บ้านปู่อีกคืนก่อนที่พ่อแม่และชบาจะกลับไป ผมยังคงอยู่ที่นี่เพื่อดูแลแม่ ส่วนน้องก็ยังคงอยู่ น้องจบมอหกแล้ว ส่วนมหาวิทยาลัยเธอไม่ได้เรียนต่อ ผมตั้งใจว่าจบเรื่องยุ่งๆ เปิดเทอมหน้าจะพาน้องไปสมัครเรียน ช่วงนี้เลยต้องช่วยกันดูแลแม่แทน

แค่ก แค่ก 

“พอแล้วแทน แม่ไม่อยากกินแล้ว” ตอนนี้อาการของแม่ไม่ค่อยสู้ดีเลยครับ

“กินอีกหน่อยนะครับ แม่กินไปไม่กี่คำเอง”

“แม่ไม่อยากกินแล้วจริงๆ”

“ครับ ฝ้ายเอายามาให้แม่ด้วย”

“ค่ะ” ผมปล่อยให้ปุยฝ้ายดูแลแม่ต่อ ส่วนผมออกมาข้างนอก ช่วงนี้อาการของแม่ทรุดหนักมาก ท่านไม่ยอมกินอะไรเลย แถมยาที่กินบางครั้งก็อ้วกออกมา

“แทน” ยืนคิดอะไรไปเรื่อยจนได้ยินเสียงย่าเรียกผมขึ้นมา

“ครับ”

“ไม่มีใครฝืนโชคชะตาได้หรอก เกิด แก่ เจ็บ ตายเป็นเรื่องธรรมชาติ”

“มันเร็วเกินไปสำหรับผมจริงๆ ครับย่า” ตอนนี้ผมอยากกอดชบามากเลยครับ อยากได้กำลังใจ ต่อให้ทุกคนที่นี่จะคอยให้กำลังใจผมมากแค่ไหนก็ตาม แต่อีกกำลังใจสำคัญจากชบาผมก็ยังอยากได้

“ย่าเข้าใจดี แทนก็ควรจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเหมือนกัน”

“ครับ” คุยกับย่าเสร็จก็เดินกลับไปหาแม่ที่ห้อง ตอนนี้ท่านหลับไปแล้วครับ

“พี่แทน แม่จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ฝ้ายสงสารแม่” น้องเดินมานั่งข้างๆ ผมพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

“อ่อนแอได้นะฝ้าย แต่อย่าให้แม่เห็น พวกเราคงต้องทำให้ดีที่สุด”

“ค่ะ”

ผมไม่รู้เลยจริงๆ ว่าแม่จะอยู่กับพวกเราได้อีกนานแค่ไหนกัน ถ้าแลกได้ผมก็อยากแลกชีวิตกับท่าน อยากทำทุกอย่างให้ดีกว่านี้ แต่เพราะมันแลกไม่ได้ สิ่งเดียวที่ผมทำได้ดีที่สุดก็คือดูแลท่าน… นั่งเฝ้าแม่จนโทรศัพท์มีสายเข้า เป็นสายจากชบา หัวใจที่ห่อเหี่ยวเริ่มกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผมเดินออกมารับสายน้องด้านนอก

“สวัสดีครับ”

(คิดถึงจังเลยค่ะ เหนื่อยไหมคะ)

แค่ได้ยินเสียงชบา ผมก็แทบหายเหนื่อยเลยครับ ลืมหมดทุกอย่างเลยก็ว่าได้

“ไม่ครับ แล้วนี่อยู่ไหน”

(กำลังขับรถอยู่ค่ะ)

“จะไปไหนครับ”

(จะไปหาหัวใจค่ะ คิดถึงมากๆ อยากกอด)

ได้ยินน้องพูดแบบนี้ผมยิ้มแก้มแทบปริเลยครับ

“หืม? จะมาหาพี่งั้นเหรอ”

(ใครบอกคะ)

“พี่เป็นหัวใจของน้องไม่ใช่เหรอ”

(คิกๆ คนหลงตัวเอง)

“หรือว่าไม่จริงครับ”

(จริงค่ะ ตอนนี้กำลังขับรถอยู่ เพิ่งออกจากบริษัทค่ะ)

“แต่…”

(น้องไม่ได้ไปคนเดียวค่ะ พ่อให้คนไปส่ง)

คงรู้ว่าผมจะพูดอะไร พอได้ยินแบบนี้ผมก็เบาใจครับ คุยกับชบาต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะกดวางสายไป ผมเดินลงไปด้านล่างก็เห็นปู่นั่งอยู่ที่โซฟาเลยเดินเข้าไปหาท่าน

“สีหน้ายิ้มแย้มเชียว ชบากำลังจะมาเหรอ”

“ครับ” แค่มองทุกคนก็รู้หมดแล้วครับ

“ช่วงนี้ก็ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอกนะ ตั้งใจดูแลแม่ให้ดีๆ ก็พอ”

“ครับ” ผมนั่งคุยกับปู่จนท่านลุกออกไปหาย่า ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ผมปล่อยให้ปุยฝ้ายดูแลแม่ไปส่วนผมก็นั่งรอชบาอยู่ข้างล่าง

ผมนั่งรออยู่ข้างล่างจนท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี แต่ชบาก็ยังไม่มีวี่แววที่จะมาถึงเลยครับ ทั้งๆ ที่มันไม่ได้ไกลจากกรุงเทพสักเท่าไหร่ ตอนนี้ผมพยายามกดโทรหาชบาแล้วแต่กลับไม่มีคนรับสาย โทรไปเรื่อยๆ จนสายตัดและโทรไม่ติดอีกเลยครับ สุดท้ายผมก็ต้องโทรไปหาพ่อแทน

“พ่อครับ ผมติดต่อน้องไม่ได้”

(อืม คนของพ่อก็ขาดการติดต่อเหมือนกัน)

“ผม…”

(ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวทางนี้พ่อจัดการเอง แทนรออยู่ที่นั่นน่ะดีแล้ว เผื่อมีอะไรผิดพลาดไป)

“ผมฝากด้วยนะครับ”

(อืม)

ตอนนี้ผมนั่งแทบไม่ติดเลยครับ ถึงพ่อจะบอกให้รออยู่ที่นี่ แต่ผมก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี สุดท้ายผมก็ทนรอไม่ได้จนต้องคว้ากุญแจรถเดินออกไป แต่กลับเจอปู่ยืนดักอยู่ตรงหน้า

“จะไปไหนเหรอ”

“ผมเป็นห่วงชบาครับ”

“ไอ้ปืนมันบอกว่ายังไง”

“ให้รอครับ”

“ทำตามที่มันบอกเถอะ มันไม่มีทางให้อะไรเกิดขึ้นกับชบาหรอก”

“แต่ผม…”

“ไม่เชื่อใจไอ้ปืนงั้นเหรอ” น้ำเสียงที่ถามจริงจังมากเลยครับ ผมเชื่อใจพ่อเสมอ แต่ผมก็อดเป็นห่วงชบาไม่ได้อยู่ดี

“พี่แทน อึก… พี่แทนคะ แย่แล้ว” ไม่ทันได้ตอบอะไรปู่ ปุยฝ้ายก็วิ่งร้องไห้ออกมา

“เป็นอะไรน่ะฝ้าย ร้องไห้ทำไม”

“แม่ค่ะ แม่อาเจียนออกมาเป็นเลือด อึก… พี่แทน แม่จะเป็นอะไรไหม” ทำไมผมต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้พร้อมกันด้วยกัน

“ทำหน้าที่ของลูกให้ดีที่สุดเถอะ ส่วนชบา ไอ้ปืนไม่มีวันปล่อยให้หัวใจของแทนเป็นอันตรายหรอกนะ”

“ครับ”

ทำไมผมต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ด้วยนะ ผมเลือกทั้งสองทางพร้อมกันไม่ได้เลยครับ แม่ก็สำคัญ ชบาก็สำคัญ แต่สิ่งที่ผมเลือกได้ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือแม่ ส่วนชบาผมคงต้องฝากให้พ่อจัดการอย่างที่ปู่ว่า

แค่ก แค่ก 

“จะพาแม่ไปไหน”

“แม่ต้องไปโรงพยาบาลนะคะ”

“แค่กๆ ไม่มีประโยชน์หรอกลูก แม่ไม่ไหวแล้ว แม่ไม่อยากไปไหน” ฝ้ายนั่งร้องไห้กอดแม่ ส่วนผมได้แต่เงียบ ผมไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรออกมา ผมไม่อยากอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เลยจริงๆ

“แม่ไม่ต้องพูดแล้วค่ะ”

“แค่กๆ”

“พี่แทนขับเร็วๆ หน่อยนะคะ”

ความรู้สึกของผมตอนนี้เหมือนกำลังดิ่งลงเหวเลยครับ ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้พร้อมกัน ผมแทบหาทางออกไม่เจอเลย แสงสว่างตรงหน้าผมทำไมมันริบหรี่เหลือเกิน โคตรรู้สึกแย่เลยครับ แย่มากๆ

 

 

--100%--

กอดๆ นะพี่แทน เดี๋ยวเรื่องแย่ๆ มันก็จะผ่านไป...

ความคิดเห็น