ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 ฉันไม่ใช่เด็กน้อยน่ะค่ะ.

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ฉันไม่ใช่เด็กน้อยน่ะค่ะ.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ค. 2563 11:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ฉันไม่ใช่เด็กน้อยน่ะค่ะ.
แบบอักษร

ชั้นบนสุดของโรงแรมสิริธาร...

ภายในห้องทำงานของท่านประธานผู้บริหารสูงสุด ชายชรานั่งอยู่โต๊ะประจำตำแหน่งมองหน้าหลานชายคนเล็กที่นั่งอยู่เก้าอี้ตรงข้ามเล็กน้อย

โดยมี สุบิน เตสะพล. ชายวัยเกือบห้าสิบปี เป็นเลขาของนาย ชยุทธ มาแล้วประมาณยี่สิบปียืนอยู่ไม่ห่าง

“สุบิน!!! ฉันบอกไปตามคนที่จะมาช่วย สอนงานให้เจ้าแทนมาหรือยังล่ะ?”

“ใกล้จะถึงแล้วครับ ท่านประธาน”

เลขาวัยกลางคนรีบตอบคำถามของเจ้านายทันที

“คุณปู่ครับ คุณสุบินสอนผมเองก็ได้ ไม่เห็นต้องไปรบกวนให้เวลาใครเลยครับ”

ภาวัตรู้สึกคุ้นเคยกับเลขาของผู้เป็นปู่มากกว่าที่ต้องเรียนรู้งานจากคนอื่น

“โถ่!!! คุณแทนให้ผมสอนมีหวังจะง่วงนอนกันเปล่าๆ สู้คนนี้ไม่ได้หรอกครับ ตาสว่างทั้งวันเลย”

เลขาวัยกลางคนหันมามองหน้าเจ้านายหนุ่มแล้วอมยิ้มสายตากรุ่มกริ่มเป็นประกายแปลกๆ จนท่านประธานใหญ่ต้องห้ามปราม

“แฮ่ม!!! พูดมากน่ะ สุบิน..”

“ขอประทานโทษครับ ท่านประธาน”

สุบินจึงต้องรีบก้มหน้าหลบตาอย่างคนรู้ความผิดทันที...

 

“ก๊อก! ก๊อก!”

เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นพร้อมกับเผยร่างเพรียวบางในชุดเสื้อสูทสีแดงเข้มเข้ารูปพับแขนถึงศอกเล็กน้อย สวมทับเสื้อสายเดี่ยวสีขาวรับกับกระโปร่งสั้นสีดำรัดเอวคอดกิ่ว โชว์ขาเรียวยาว รองเท้าส้นสูงเกือบสี่นิ้วค่อยๆก้าวเดินเข้ามาข้างในอย่างมั่นใจ...

“สวัสดีค่ะ คุณปู่ให้คนไปตามหนูมีอะไรหรือเปล่าค่ะ?”

ณัชชารีบยกมือไหว้ท่านประธานใหญ่นอบน้อม หลังที่ได้รับโทรศัพท์โดนเรียกตัว เธอก็วางงานทุกอย่างไว้แล้วรีบตรงดิ่งมาทันที

ซึ่งเธอได้เข้ามาทำงานที่นี่หลังจากเรียนมหาวิทยาลัยจบตามความต้องการของบิดาเพราะท่านรู้จักกับนาย ชยุทธเป็นอย่างดี แต่หญิงสาวต้องใช้ความพยายามอดทนพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นยอมรับในฐานะพนักงานคนหนึ่ง เพราะทุกคนต่างมองว่าเธอเด็กเส้น

จนสุดท้ายณัชชาก็ทำสำเร็จด้วยความสามารถจริงๆ เธอได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองกรรมการผู้จัดการโรงแรมสิริธาร

 

 

ในขณะเดียวกัน ภาวัตก็เผลอมองหญิงสาวตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาแบบตาไม่กระพริบ

“สวัสดีค่ะ คุณภาวัต”

ณัชชายกมือไหว้ชายหนุ่มตามมารยาทเท่านั้น ก่อนจะรีบหันกลับมาหาท่านประธานใหญ่

“ปู่อยากรบกวนเวลาให้หนูณัชช่วยพาเจ้าแทนไปดูงานในโรงแรมของเราทั้งหมดได้มั้ย?”

“เออ.. คือหนูเป็นแค่เพียงพนักงานธรรมดา มันคงไม่เหมาะที่จะพาระดับผู้บริหารไปดูงานได้ค่ะ ให้คุณสุบินพาไปน่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าน่ะค่ะ คุณปู่!!!”

ณัชชาปฏิเสธเพราะยังรู้สึกโกรธเคืองภาวัตอยู่จึงไม่อยากเข้าใกล้ชายหนุ่มอีกแล้ว

ชายชรารู้สึกได้ว่าต้องมีเรื่องบาดหมางอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอน เพราะปกติแล้วไม่เคยเห็นณัชชาเอาเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวกับงานเลยสักครั้ง

“ไม่เป็นไรครับ!! คุณปู่ เธอคงไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะทำมันจริงๆ ผมไปเดินดูงานเองก็ได้ครับ... อย่ารบกวนใครเลย”

ภาวัตพูดอย่างนี้ ก็เหมือนชายหนุ่มกำลังตบหน้าหญิงสาวไปฉาดใหญ่... หรอคนอย่างณัชชาคนนี้จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ ไม่มีทาง

“ตกลงค่ะ คุณปู่ หนูจะเป็นคนพาคุณภาวัตไปดูงานในโรงแรมทั้งหมดเองค่ะ”

ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็อมยิ้มเล็กน้อยอย่างคนที่กำลังถือไพ่เหนือกว่าหญิงสาว

ซึ่งการกระทำทุกอย่างของภาวัตล้วนอยู่ในสายตาของชายชราและนายสุบิน

 

 

ในที่สุด...

ณัชชาจำใจต้องพาภาวัตไปดูการทำงานด้านต่างๆ ภายในโรงแรมทั้งหมด

เริ่มต้นจากชั้นล่างสุดห้องอาหารขนาดใหญ่เป็นอาหารประเภทบุฟเฟ่ต์นานาชาติกว่าสามสิบเมนูทำให้ลูกค้าทั้งในและนอกโรงแรมได้เข้ามารับประทานอย่างจุใจ

“ห้องอาหารของเราสามารถตอบโจทย์ของลูกค้าที่อยากได้บรรยากาศสวยๆ รสชาติอาหารอร่อยและราคาคุ้มที่จะจ่าย เราจึงเป็นหนึ่งในร้านบุฟเฟ่ต์ที่ลูกค้าประทับใจมากที่สุดค่ะ”

ณัชชาอธิบายโดยไม่เคยหันมองหน้าสบตาภาวัตเลยสักครั้ง ทุกคำพูดของหญิงสาวมีแค่เรื่องงานเท่านั้น

 

เวลาผ่านไป...

หญิงสาวพาชายหนุ่มเดินดูตามห้องพักลูกค้าและตามชั้นต่างๆ พร้อมทั้งอธิบายให้เข้าใจด้วยคำพูดที่แสนจะฉะฉานชัดเจน

“ณัชยังไม่หายโกรธพี่อีกหรอ?”

ภาวัตเอ่ยถามหญิงสาวข้างกาย ในขณะที่ขึ้นลิฟท์มาด้วยกันแค่สองคน

“เปล่าค่ะ”

ณัชชาตอบสั้นๆ รอจนประตูลิฟท์เปิดออกชั้นเก้าก็รีบสาวเท้าเดินนำชายหนุ่มออกทันที

หญิงสาวมุ่งหน้าเข้าไปในห้องพักเอ็กเซ็กคิวทีฟ สูท. ที่วันนี้ยังไม่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ

ภายในตกแต่งอย่างมีระดับแบบไทยร่วมสมัยห้องนอนและห้องนั่งเล่นแยกกันเป็นสัดส่วน เหมาะกับนักธุรกิจที่ต้องการที่ต้องเดินทางและผักผ่อนอย่างมีสไตล์

ในพื้นที่ส่วนตัวพร้อมสัมผัสกับทัศนียภาพอันแสนงดงามของเมืองหลวงประเทศไทยด้วย

“พี่เหนื่อยแล้ว!!! วันนี้เราพอกันแค่นี้ก่อนได้มั้ย?”

ภาวัตทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาสีน้ำเงินเข้มตัวหนึ่ง ในห้องนั่งเล่น อย่างหมดแรง หลังจากที่ณัชชาพาเขาตะเวนสำรวจโรงแรมมาตลอดทั้งวันแทบไม่ได้พัก...

“ไม่ได้ค่ะ แค่นี้มันยังไม่ถึงครึ่งในวันแรกของฉัน ที่เคยเจอมาเลยน่ะค่ะ”

ณัชชายืนกอดอกมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่อย่างเหน็ดเหนื่อย พร้อมทั้งส่ายหน้าเบาๆ

“ณัชช่วยหน่อยสิ!! พี่ลุกไม่ไหวแล้วน่ะ”

ภาวัตทำเจ้าเล่ห์ยื่นมือขึ้น ขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวสายตาเว้าวอน จนหญิงสาวหลงเชื่อยอมยื่นมือไปจับมือชายหนุ่มดึงสุดแรง แต่แทนที่เขาจะลุกขึ้น

แต่กลับเป็นณัชชาเอง... ต้องล้มลงไปปะทะกับร่างใหญ่ที่แข็งแรงมากกว่า ก่อนที่ภาวัตจะรีบสวมกอดหญิงสาวนั่งลงที่โซฟาตัวเดียวกัน

“นี่!! คุณแกล้งฉันหรอ? ปล่อยน่ะ”

ณัชชาพยายามดันตัวเองให้หลุดพ้น จากอ้อมแขนอันแกร่งราวกับหินผา แต่ก็ทำไม่ได้เพราะยิ่งดิ้นรนมากเท่าไร ภาวัตก็รัดร่างบางแน่นมากขึ้นเท่านั้น

“พี่ไม่ปล่อย... จนกว่าณัชจะยอมหายโกรธแล้วยอมพูดกับพี่ดีๆ”

“ก็.. ฉันไม่ได้โกรธอะไรคุณเลย”

ณัชชาเมินหน้าหนีและยังทำปากแข็งเหมือนเดิม

“ถ้าณัชยังไม่ยอมรับแบบนี้ พี่จะต้องทำโทษแล้วน่ะ”

ภาวัตทำตาดุใส่หญิงสาว...

“ฉันไม่ใช่เด็กน้อยน่ะค่ะ ที่ต้องกลัวโดนผู้ใหญ่ทำโทษ”

ณัชชารีบหันมาเถียงชายหนุ่มกลับทันที ทำให้สายตาของหญิงสาวต้องประสานเข้ากับสายตาคมของชายหนุ่มพอดี

ภาวัตรู้สึกหวั่นไหวมาก จนเขาไม่สามารถอดทนต่อความหอมหวานที่อยู่ตรงหน้าได้อีกต่อไป

 

 

😁😁😁😁😁😁😁😁😁😁😁

 

..............................................................................................

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น