ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2. ทำงานวันแรก.

ชื่อตอน : ตอนที่ 2. ทำงานวันแรก.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ค. 2563 23:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2. ทำงานวันแรก.
แบบอักษร

หลังจากแต่งงานกับธานินทร์แล้ว วิชชุดาก็ได้ย้ายเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ใน...

คฤหาสน์ ติณทโสภณ.

หลังใหญ่โตหรูหราแห่งนี้ กว้างขวางมีสนามหญ้าล้อมรอบสีเขียวขจี พื้นที่ทั้งหมดก็เกือบร้อยไร่ จากประตูรั้วเข้ามาถึงตัวบ้านต้องใช้เวลาเดินหลายนาที

นาย ชยุทธ. ได้แบ่งคฤหาสน์ให้เป็นสามส่วน ปีกซ้ายเป็นของ เสาวนิตย์บุตรสาวคนเล็กและครอบครัวอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมด

ปีกขวาเป็นของ พชร ติณทโสภณ. บุตรชายคนโตเสียชีวิตไปแล้วและตอนนี้ก็ได้ตกทอดมาเป็นของ ภาวัตลูกชายคนเดียวที่เหลืออยู่...

ส่วนตรงกลางคฤหาสน์ใหญ่โตสุดเป็นที่พักอาศัยสำหรับ นายชยุทธเพียงเท่านั้น

 

ในคฤหาสน์แห่งนี้มีกฎเหล็กอยู่ข้อหนึ่งที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดก็คือ...

ตอนเช้าและเย็นถ้าใครยังไม่ได้ออกไปทำอะไรข้างนอก จะต้องมาร่วมรับประทานอาหารด้วยกันที่บ้านใหญ่และทุกอย่างก็เป็นเช่นนั้นด้วยดีเสมอมา

 

เวลาแปดโมงเช้า...

บนโต๊ะอาหารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าคลาสสิคขนาดใหญ่สำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว

อาหารเช้าหลากหลายอย่างถูกนำมาจัดวางเรียบร้อย ให้เจ้าของบ้านแต่ละคนได้เลือกสรรค์ตามความต้องการของตนเอง ส่วนแม่บ้านสาวสองสามคนก็ต้องถอยออกมายืนเฝ้ารอให้เจ้านายเรียกใช้อยู่ไม่ห่าง...

ชายชราสีหน้าปรีติยินดีมาก เพื่อตอนรับหลานสะใภ้หมาดๆ ท่านนั่งวิลแชร์ไฟฟ้าอยู่หัวโต๊ะ

ตามด้วยเสาวนิตย์และ ทรงวุฒิ พลรัตน์. สามีของนาง ลูกชาย ลูกสะใภ้และลูกสาวคนเล็ก ชญาดา พลรัตน์. นั่งเรียงกันไปตามลำดับทางฝั่งซ้ายมือทั้งหมด

 

ทุกคนต่างต้องรอให้ภาวัตลงมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน แต่เวลาผ่านไปหลายสิบนาทีก็ไม่เห็นเขาลงมาสักที...

“คุณพ่อค่ะ ถ้ารอนานแบบนี้.. หนูต้องขอตัวน่ะค่ะ วันนี้มีประชุมแต่เช้าเลย.. ไปเถอะคุณวุฒิ!!!”

เสาวนิตย์สีหน้าหงุดหงิดหยิบกระเป๋าทำงานใบหรูรุ่นล่าสุดลุกขึ้นยืนแล้วรีบลากตัวสามีออกมาด้วยอย่างหัวเสีย

“ใจเย็นๆก่อนสิคุณ สวัสดี.. ครับคุณพ่อ”

นายทรุงวุฒิต้องรีบลุกตามภรรยารีบยกมือไหว้ล่ำลาพ่อตาแทบไม่ทัน

 

ซึ่งเวลานี้เหลือเพียง ธานินท์ วิชชุดา และ ชญาดาที่นั่งอยู่ ทั้งสามต่างมองหน้ากันเล็กน้อย ไม่มีใครกล้าลุกตามออกไปเลยสักคน...

 

และไม่นานนัก... ป๋อง. ชายหนุ่มผิวคล้ำอายุรุ่นราวคราวเดียวกับภาวัต

เขาเป็นคนขับรถในบ้านหลังนี้นับมาตั้งแต่เรียนจบมอหกก็หลายปีแล้วเพราะแม่กับพ่อก็ต่างทำงานอาศัยอยู่ที่นี่เหมือนกัน..

ป๋องรีบวิ่งเข้ามาหาชายชราผู้เป็นใหญ่ที่สุดของบ้าน ยืนตัวตรงเอากุมประสานกันก้มหน้าเล็กน้อยอย่างเกรงกลัว

“คุณท่านครับ คุณแทนให้มาเรียนว่าลงมาไม่ไหว เพราะรู้สึกเจ็ตแปลกมากครับ”

สองสาวที่โต๊ะอาหารได้ยินอย่างนั้นก็ต่างยิ้มมองหน้ากันและหัวเราะเสียงเบาเพราะกลัวเสียมารยาท

“โถ่!! ไอ้ป๋อง เขาเรียกเจ็ตแล็ก... ไม่ใช่เจ็ตแปลก มันเป็นอาการผิดปกติทางการนอนของคนที่เดินทางบินข้ามเขตเวลาโลกมา ร่างกายก็เลยยังปรับตัวไม่ทัน”

ธานินทร์รีบพูดอธิบายให้ฟังด้วยรอยยิ้มขำขันทำให้คนขับรถหนุ่มได้แต่ก้มหน้ายิ้มอายๆ

“งั้น!!! ทุกคนก็รีบกินข้าวเถอะ เดี๋ยว... ปู่ขอตัวไปดูอาการของเจ้าแทนมันหน่อยน่ะ”

“แล้วคุณปู่ไม่ทานข้าวเช้าด้วยกัน ก่อนหรอครับ?”

ชนินทร์เอ่ยถามห่วงใยเพราะเขารู้ดีว่าผู้เป็นมีอาการป่วยหลายอย่างแทรกซ้อน

“ไม่ล่ะ ปู่ไม่ค่อยหิว”

พูดแล้วชายชราก็กดปุ่มวิลแชร์ให้ขับเคลื่อนพาตนเองไปหาหลานชายสุดที่รักอยู่ฝั่งปีกขวา...

โดยใช้ลิฟท์ที่ถูกสร้างมาสำหรับท่านในการขึ้นลงคฤหาสน์ชั้นบนและล่างอย่างสะดวกสบาย

 

ภายในห้องนอนใหญ่โตตกแต่งด้วยโทนสีเทาอ่อนๆ ทั้งผ้าม่านเตียงนอนสบายตา

ชายหนุมร่างสูงใส่แค่เกงนอนขายาวตัวเดียว ส่วนท่อนบนเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกร้ามเป็นชั้นๆ เรียงตัวกันสวยงามน่าสัมผัส

ภวัตกำลังยืนกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่างไกลสุดลูกหูลูกตา ในขณะที่มีเพียงแสงแดดอ่อนๆยามเช้าส่องผ่านเข้ามากระทบร่างแกร่ง

ภาพเหตุการณ์งานแต่งเมื่อคืน.. เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวต่างยิ้มแย้มชื่นมื่นให้กันมีความสุขมันยังติดตาตรึงใจ เขาอยู่ไม่จางหายไปไหน

 

ทันใดนั้น...

ประตูห้องนอนของภาวัตก็ถูกเปิดออกเผยร่างชายชราที่นั่งวิลแชร์ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาหาเขา

“คุณปู่ไม่เห็นต้องมาเองเลยครับ ให้ใครมาตามผมลงไปหาก็ได้... ”

ชายหนุ่มรีบเดินมานั่งคุกเข่าลงพื้นอย่างนอบน้อมตรงหน้าชายชราทันที

“เจ้าแทน ฟังดีๆปู่น่ะ”

“ครับ”

“บางครั้งคนเราก็ต้องพบเจอกับความผิดหวังเสียใจ ก่อนจะได้รู้ว่า.. ความสุขที่แท้จริงมันเป็นยังไง!!!”

ชายชรารับรู้เรื่องทุกอย่างและเข้าใจดี ท่านเอื้อมมือตบไหล่เตือนสติหลานชายเบาๆ

“ผมไม่รู้ชีวิตนี้จะเชื่อใจใครได้อีกแล้วล่ะ ครับคุณปู่”

ภาวัตมีสีหน้าเคร่งเครียดมาก จนผู้เป็นปู่รู้สึกเป็นห่วงหลานชายสุดที่รักอย่างบอกไม่ถูก

“เจ้าแทนจงเชื่อความรู้สึกของตัวเองก็พอน่ะ รีบไปแต่งตัวแล้วไปทำงานที่โรงแรม.. ปู่จะรออยู่ข้างล่าง”

พูดแล้วชายชราก็บังคับวิลแชร์พาตัวเองออกไปจากห้อง โดยไม่รอฟังตอบจากหลานชายเลยสักคำ

“เฮ้อ!!!”

ภาวัตได้แต่ผ่อนลมหายใจยาวออกมาเพราะยังไม่พร้อมที่จะพบเจอใครจริงๆ แต่ในเมื่อมันเป็นสั่งของผู้เป็นปู่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้

 

 

ณ. โรงแรมสิริธาร.

คือ สถานที่พักในย่านธุรกิจใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ทั้งหมดสองร้อยห้าสิบห้อง มีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง บาร์ เลาจน์ ห้องอาหารคอยให้บริการ

มีฟิตเนสที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่มีให้แก่ผู้เข้ามาพักอย่างครบครัน...

บริเวณภายในล็อบบี้ทางเข้าโรงแรม ตกแต่งด้วยสไตล์วิลเทจเรียบๆแต่ดูหรูหราไม่น้อย

พนักงานชายหญิงหลายสิบคนต่างรีบออกมายืนเข้าแถวรอต้อนรับท่านประธานใหญ่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย...

ชายชรานั่งวิลแชร์ค่อยๆขับเคลื่อนผ่าน เดินตามมาด้วยชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ แต่งตัวด้วยสูทสีน้ำตาลเข้มโดดเด่นพอดีตัว ผมสีดำก็เซ็ทขึ้นอย่างเรียบร้อย...

ใบหน้าคม คิ้วเข้ม รับกับจมูกโด่งได้รูป บริเวณคางยังมีไรหนวดบางๆจากการโกนไม่นาน

โดยตลอดทางชายชรา ยังยิ้มแย้มให้กับพนักงานทุกคน อย่างเป็นกันเอง...

 

หลังจากลับหลังท่านประธานใหญ่ขึ้นลิฟท์ไปแล้ว ทั้งพนักงานสาวแท้สาวเทียม สามคนต่างรีบร้อนเดินเข้าหาซุบซิบกัน

“ผู้ชายหล่อๆที่มากับท่านประธานใหญ่... นั่นเป็นใครหรอแก..?”

พนักงานสาวคนหนึ่ง รีบเอ่ยถามเพื่อนอย่างตื่นเต้น

“คุณภาวัตหลานชายคนเล็กของท่านไง... แกไม่รู้หรอ!! เมื่อวานเขายังมางานแต่งงานของคุณธานินทร์อยู่เลย”

“มิน่าล่ะ!!.. ถึงหล่อ เท่ห์ ดูดีไปหมดเลย...”

พนักงานชายพูดแล้วยิ้มหวานตาเป็นประกาย ดูท่าทางเหมือนพนักงานสาวมากกว่า เพื่อนๆที่ยืนด้วยกันเห็นอย่างนั้น ก็ต่างหัวเราะขำขัน...

 

😎😎😎😎😎😎😎😎😎😎

 

 

..............................................................................................

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น