ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2. ทำงานวันแรก...

ชื่อตอน : ตอนที่ 2. ทำงานวันแรก...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.พ. 2564 23:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2. ทำงานวันแรก...
แบบอักษร

หลังจากแต่งงานกับธานินทร์เรียบร้อยแล้ววิชชุดาจึงได้ย้ายเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ใน

คฤหาสน์ ติณทโสภณ... หลังใหญ่โตหรูหราแห่งนี้มีสนามหญ้าสีเขียวขจีล้อมรอบและพื้นที่รวมทั้งหมดก็เกือบร้อยไร่จากบริเวณประตูรั้วเข้ามาถึงตัวตึกต้องใช้เวลาเดินหลายสิบนาที

ผู้เป็นประมุขอย่างนายชยุทธได้แบ่งคฤหาสน์ออกมาสามส่วนชัดเจน ทางด้านปีกซ้ายของเสาวนิตย์บุตรสาวคนเล็กและครอบครัวของนางอยู่ด้วยกัน

ซึ่งปีกขวาเป็นของ เรวัต ติณทโสภณ...

บุตรชายคนโตที่เสียชีวิตไปนานแล้วและตอนนี้ก็ได้ตกทอดมาเป็นของภาวัตลูกชายเพียงคนเดียว

ส่วนตรงกลางของคฤหาสน์ใหญ่สุดเป็นพื้นที่พักอาศัยสำหรับนายชยุทธเท่านั้น

 

 

ซึ่งคฤหาสน์แห่งนี้มีกฎเหล็กอยู่ข้อหนึ่งที่นายชยุทธได้กำหนดเอาไว้ให้ทุกคนจำต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ก็คือ...

เวลาเช้าและช่วงเย็น ถ้าหากใครยังไม่ได้ออกไปทำอะไรข้างนอกจะต้องเข้ามาร่วมรับประทานอาหารด้วยกันที่ตึกใหญ่และทุกคนก็ยอมกระทำเช่นนี้ด้วยดีเสมอมา

 

เวลาแปดโมงเช้า...

บนโต๊ะอาหารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าคลาสสิคขนาดใหญ่จึงเหมาะสำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว

จากนั้นอาหารเช้าหลากหลายอย่างถูกนำมาจัดวางเรียบร้อยเพื่อเจ้าของบ้านแต่ละคนจะได้เลือกสรรค์ตามความต้องการของตนเอง

ส่วนบรรดาแม่บ้านสาวสองสามคนที่เตรียมเสร็จแล้วก็ต้องถอยออกมายืนเฝ้ารอคอยให้เจ้านายเรียกใช้อยู่ไม่ห่าง

ในขณะนั่งวิลแชร์ไฟฟ้าส่วนตัวอยู่ตรงหัวโต๊ะ ชายชรามีสีหน้าค่อนข้างจะปรีติยินดีอย่างมากที่ได้ตอนรับหลานสะใภ้หมาดๆ

เสาวนิตย์นั่งเก้าอี้ประจำตามมาด้วย ทรงวุฒิ พลรัตน์...

สามีของนางเคียงข้าง ลูกชายกับลูกสะใภ้และลูกสาวคนเล็ก ชญาดา พลรัตน์...

ต่างนั่งเรียงกันตามลำดับไปทางฝั่งซ้ายมือของท่านประมุขของคฤหาสน์ทั้งหมด

และทุกคนจำต้องรอให้ภาวัตลงมากินข้าวเช้าพร้อมหน้าพร้อมตากันตามกฎ แต่เวลาผ่านไปหลายสิบนาทีก็ไม่เห็นเขาลงมา...

“คุณพ่อค่ะ ถ้ารอนานแบบนี้.. หนูต้องขอตัวน่ะค่ะ วันนี้มีประชุมแต่เช้าเลย.. เรารีบไปเถอะคุณวุฒิ!!!”

เสาวนิตย์สีหน้าหงุดหงิดหยิบกระเป๋าทำงานใบหรูรุ่นล่าสุดลุกขึ้นยืนแล้วลากตัวคนเป็นสามีออกตามติดออกมาอย่างหัวเสีย

“ใจเย็นก่อนสิคุณเสา!!! สวัสดี... ครับคุณพ่อ”

นายทรุงวุฒิจำต้องลุกตามภรรยาแบบคนไม่กล้าขัดใจและรีบยกมือไหว้ล่ำลาผู้เป็นพ่อตาก่อนจะไปแทบไม่ทัน

ซึ่งเวลานี้จึงเหลือเพียงแค่ ธานินท์ วิชชุดาและชญาดาที่กำลังนั่งอยู่ทั้งสามต่างมองหน้าสบตากันเล็กน้อยหากแต่ไม่มีใครกล้าลุกออกไปเลยสักคน

 

และไม่นานนัก... ป๋อง. ชายหนุ่มผิวคล้ำอายุรุ่นราวคราวเดียวกับภาวัต

เขาเป็นคนขับรถในบ้านหลังนี้นับมาตั้งแต่เรียนจบมอหกก็หลายปีแล้วเพราะแม่กับพ่อก็ต่างทำงานอาศัยอยู่ที่นี่เหมือนกัน..

ป๋องรีบวิ่งเข้ามาหาชายชราผู้เป็นใหญ่ที่สุดของบ้าน ยืนตัวตรงเอากุมประสานกันก้มหน้าเล็กน้อยอย่างเกรงกลัว

“คุณท่านครับ คุณแทนให้มาเรียนว่าลงมาไม่ไหว เพราะรู้สึกเจ็ตแปลกมากครับ”

สองสาวที่โต๊ะอาหารได้ยินอย่างนั้นก็ต่างยิ้มมองหน้ากันและหัวเราะเสียงเบาเพราะกลัวเสียมารยาท

“โถ่!! ไอ้ป๋อง เขาเรียกเจ็ตแล็ก... ไม่ใช่เจ็ตแปลก มันเป็นอาการผิดปกติทางการนอนของคนที่เดินทางบินข้ามเขตเวลาโลกมา ร่างกายก็เลยยังปรับตัวไม่ทัน”

ธานินทร์รีบพูดอธิบายให้ฟังด้วยรอยยิ้มขำขันทำให้คนขับรถหนุ่มได้แต่ก้มหน้ายิ้มอายๆ

“งั้น!!! ทุกคนก็รีบกินข้าวเถอะ เดี๋ยว... ปู่ขอตัวไปดูอาการของเจ้าแทนมันหน่อยน่ะ”

“แล้วคุณปู่ไม่ทานข้าวเช้าด้วยกัน ก่อนหรอครับ?”

ชนินทร์เอ่ยถามห่วงใยเพราะเขารู้ดีว่าผู้เป็นมีอาการป่วยหลายอย่างแทรกซ้อน

“ไม่ล่ะ ปู่ไม่ค่อยหิว”

พูดแล้วชายชราก็กดปุ่มวิลแชร์ให้ขับเคลื่อนพาตนเองไปหาหลานชายสุดที่รักอยู่ฝั่งปีกขวา...

โดยใช้ลิฟท์ที่ถูกสร้างมาสำหรับท่านในการขึ้นลงคฤหาสน์ชั้นบนและล่างอย่างสะดวกสบาย

 

ภายในห้องนอนใหญ่โตตกแต่งด้วยโทนสีเทาอ่อนๆ ทั้งผ้าม่านเตียงนอนสบายตา

ชายหนุมร่างสูงใส่แค่เกงนอนขายาวตัวเดียว ส่วนท่อนบนเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกร้ามเป็นชั้นๆ เรียงตัวกันสวยงามน่าสัมผัส

ภวัตกำลังยืนกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่างไกลสุดลูกหูลูกตา ในขณะที่มีเพียงแสงแดดอ่อนๆยามเช้าส่องผ่านเข้ามากระทบร่างแกร่ง

ภาพเหตุการณ์งานแต่งเมื่อคืน.. เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวต่างยิ้มแย้มชื่นมื่นให้กันมีความสุขมันยังติดตาตรึงใจ เขาอยู่ไม่จางหายไปไหน

 

ทันใดนั้น...

ประตูห้องนอนของภาวัตก็ถูกเปิดออกเผยร่างชายชราที่นั่งวิลแชร์ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาหาเขา

“คุณปู่ไม่เห็นต้องมาเองเลยครับ ให้ใครมาตามผมลงไปหาก็ได้... ”

ชายหนุ่มรีบเดินมานั่งคุกเข่าลงพื้นอย่างนอบน้อมตรงหน้าชายชราทันที

“เจ้าแทน ฟังดีๆปู่น่ะ”

“ครับ”

“บางครั้งคนเราก็ต้องพบเจอกับความผิดหวังเสียใจ ก่อนจะได้รู้ว่า.. ความสุขที่แท้จริงมันเป็นยังไง!!!”

ชายชรารับรู้เรื่องทุกอย่างและเข้าใจดี ท่านเอื้อมมือตบไหล่เตือนสติหลานชายเบาๆ

“ผมไม่รู้ชีวิตนี้จะเชื่อใจใครได้อีกแล้วล่ะ ครับคุณปู่”

ภาวัตมีสีหน้าเคร่งเครียดมาก จนผู้เป็นปู่รู้สึกเป็นห่วงหลานชายสุดที่รักอย่างบอกไม่ถูก

“เจ้าแทนจงเชื่อความรู้สึกของตัวเองก็พอน่ะ รีบไปแต่งตัวแล้วไปทำงานที่โรงแรม.. ปู่จะรออยู่ข้างล่าง”

พูดแล้วชายชราก็บังคับวิลแชร์พาตัวเองออกไปจากห้อง โดยไม่รอฟังตอบจากหลานชายเลยสักคำ

“เฮ้อ!!!”

ภาวัตได้แต่ผ่อนลมหายใจยาวออกมาเพราะยังไม่พร้อมที่จะพบเจอใครจริงๆ แต่ในเมื่อมันเป็นสั่งของผู้เป็นปู่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้

 

 

ณ. โรงแรมสิริธาร.

คือ สถานที่พักในย่านธุรกิจใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ทั้งหมดสองร้อยห้าสิบห้อง มีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง บาร์ เลาจน์ ห้องอาหารคอยให้บริการ

มีฟิตเนสที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่มีให้แก่ผู้เข้ามาพักอย่างครบครัน...

บริเวณภายในล็อบบี้ทางเข้าโรงแรม ตกแต่งด้วยสไตล์วิลเทจเรียบๆแต่ดูหรูหราไม่น้อย

พนักงานชายหญิงหลายสิบคนต่างรีบออกมายืนเข้าแถวรอต้อนรับท่านประธานใหญ่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย...

ชายชรานั่งวิลแชร์ค่อยๆขับเคลื่อนผ่าน เดินตามมาด้วยชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ แต่งตัวด้วยสูทสีน้ำตาลเข้มโดดเด่นพอดีตัว ผมสีดำก็เซ็ทขึ้นอย่างเรียบร้อย...

ใบหน้าคม คิ้วเข้ม รับกับจมูกโด่งได้รูป บริเวณคางยังมีไรหนวดบางๆจากการโกนไม่นาน

โดยตลอดทางชายชรา ยังยิ้มแย้มให้กับพนักงานทุกคน อย่างเป็นกันเอง...

 

หลังจากลับหลังท่านประธานใหญ่ขึ้นลิฟท์ไปแล้ว ทั้งพนักงานสาวแท้สาวเทียม สามคนต่างรีบร้อนเดินเข้าหาซุบซิบกัน

“ผู้ชายหล่อๆที่มากับท่านประธานใหญ่... นั่นเป็นใครหรอแก..?”

พนักงานสาวคนหนึ่ง รีบเอ่ยถามเพื่อนอย่างตื่นเต้น

“คุณภาวัตหลานชายคนเล็กของท่านไง... แกไม่รู้หรอ!! เมื่อวานเขายังมางานแต่งงานของคุณธานินทร์อยู่เลย”

“มิน่าล่ะ ถึงหล่อ เท่ห์ ดูดีไปหมดเลย!!!”

พนักงานชายพูดแล้วยิ้มหวานตาเป็นประกาย ดูท่าทางเหมือนพนักงานสาวมากกว่า เพื่อนๆที่ยืนด้วยกันเห็นอย่างนั้น ก็ต่างหัวเราะขำขัน...

 

 

 

😎😎😎😎😎😎😎😎😎😎

 

 

 

 

 

..............................................................................................

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น