facebook-icon

ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนนิยายของเอสนะคะ รัก <3

ต้องห้ามรัก 15 เจ็บไม่ใช่ว่าไม่รัก 100%

ชื่อตอน : ต้องห้ามรัก 15 เจ็บไม่ใช่ว่าไม่รัก 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2562 19:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ต้องห้ามรัก 15 เจ็บไม่ใช่ว่าไม่รัก 100%
แบบอักษร

ต้องห้ามรัก 15 เจ็บไม่ใช่ว่าไม่รัก 

 

[แทนคุณ] 

ผมจะเริ่มต้นยังไงดี จะว่าไปช่วงนี้ผมมีความลับกับชบาก็ไม่แปลกหรอกครับเพราะผมมีจริงๆ ผมไม่รู้ว่าต้องเริ่มนต้นยังไง ตั้งหลักจากตรงไหนดี เหมือนโลกทั้งใบที่กำลังสดใสของผมกำลังจะพังลงเพราะเรื่องราวในอดีตของตัวเองที่ผมได้รับรู้

ผมพยายามค้นหาคำตอบมาโดยตลอด จนในที่สุดผมก็เจอ… อดีตกำลังวิ่งตามหาโดยที่ผมไม่ต้องพยายามอะไรมากมายเลยจริงๆ ครับ

สองอาทิตย์ก่อน… วันนั้นผมจำได้ดีว่ากลับคอนโดดึกเพราะต้องเคลียร์งานและเป็นวันฝนตกที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะถล่ม ผมกำลังจะขับรถกลับบ้าน แต่จู่ๆ กลับมีผู้หญิงสองคนวิ่งเข้ามาขวางหน้ารถ หลังจากที่ผมลงไปดูเธอก็เอาแต่ร้องไห้และเรียกชื่อของผม กว่าจะปลอบให้เธอหยุดร้องไห้ได้ก็นานพอสมควร สายฝนกำลังตกกระหน่ำพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของผู้หญิงตรงหน้าผมทั้งสองคน

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“อึก… ทะ แทน แทนคุณใช่มั้ย” หญิงสาววัยกลางคนซึ่งน่าจะอายุมากกว่าแม่มะลิเอ่ยถามผมพร้อมกับรอยยิ้ม เธอดูซูบผอมมากเลยครับ

“ครับ”

“ฮือๆ”

“แม่คะ อย่าร้องไห้อีกเลย” เด็กสาวอีกคนหันไปปลอบใจผู้หญิงที่เธอเรียกว่าแม่ ผมเองก็อธิบายความรู้สึกไม่ถูกเหมือนกันครับ แต่ก็อดสงสารไม่ได้

“คุณป้ารู้จักผมด้วยเหรอครับ แล้วมีอะไรกับผมหรือเปล่า”

“อะ อึก… มะ แม่”

“แม่?” ผมทวนคำนี้ด้วยความแปลกใจเพราะท่านเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแถมยังร้องไห้ต่ออีก

“อึก… มะ แม่ขอโทษ แม่”

“เดี๋ยวนะครับ แม่ของผมชื่อมะลิ” ผมต้องรีบพูดแทรกขึ้นมาทันทีเพราะท่านกำลังพูดในสิ่งที่ผมไม่เข้าใจ

“แม่จริงๆ นะคะพี่แทน” ผมหันไปมองหน้าเด็กสาวอีกคนด้วยใบหน้าที่ซีดลง เธอกำลังยืนยันอีกเสียงด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นพอสมควร “พี่แทนอาจจะไม่เชื่อก็ได้ แต่นี่แม่ของพวกเราจริงๆ นะคะ”

“ขอโทษนะครับ เท่าที่ผมจำความได้ ผมมีแค่แม่มะลิเท่านั้น ผมไม่รู้หรอกว่าพวกคุณสองคนต้องการอะไร แต่อย่าทำแบบนี้อีก ผมขอตัว”

“ทะ แทน…”

“พี่แทนคะ”

ผมไม่ได้ฟังสองคนนั้นอีก รีบเดินกลับไปที่รถก่อนจะขับออกจากบริษัททันที ความรู้สึกตอนนั้นผมก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันครับ รู้แค่ว่ามันทำให้ผมสับสนมาก ความรู้สึกมากมายตีกัน ไหนจะเรื่องที่พ่อเคยพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้อีก ยิ่งคิดยิ่งทำให้ผมแย่จนสุดท้ายผมทำงานสำคัญพลาด!

เรื่องนี้พ่อโกรธมาก แต่ท่านไม่ได้จัดการผมต่อหน้าคนอื่น เรื่องงานที่ผมทำพลาดพ่อเป็นคนจัดการต่อเอง ก็ยังดีที่ลูกค้ายังเห็นแก่หน้าพ่อและเคยร่วมธุรกิจกันมาอย่างยาวนานเขาเลยยอมผ่อนปลนให้พวกเรา พ่อเรียกผมกับป่าราบไปคุยกัน สีหน้าของท่านบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าไม่โอเค

ปัง! 

เสียงแฟ้มเอกสารกระทบกับโต๊ะทำงานอย่างแรง พ่อมองหน้าผมสลับกับป่าราบนิ่งๆ

“มึงไม่เคยทำงานพลาดแบบนี้มาก่อนนะ”

“ผมขอโทษครับ เรื่องนี้ผมขอรับผิดชอบเอง” ผมว่าเพราะส่วนสำคัญของงานผมเป็นคนรับผิดชอบเยอะสุด

“เฮ้ยพี่! เรื่องนี้ผมก็มีส่วนผิดนะ”

“ไม่ต้องเถียงกัน! กูดีใจนะที่พวกมึงรักกัน แต่เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น” ผมกับไอ้ป่าต้องเงียบเลยครับเพราะน้ำเสียงของพ่อน่ากลัวมาก

“พ่อเคยบอกเองไม่ใช่เหรอครับ คนเราต้องรู้จักกับคำว่าพลาดบ้าง ไม่งั้นจะเรียนรู้สิ่งที่ถูกต้องได้ยังไงกันล่ะครับ”

“ไอ้ป่า! มึงไม่ต้องมาเถียงกูข้างๆ คูๆ เลยนะ”

“ผมพูดความจริงครับ”

“แต่เรื่องที่พวกมึงพลาดเกือบทำกูฉิบหายไปหลายสิบล้าน!”

“พ่อก็ออกจะรวย ผมว่า… เฮ้ยพ่อ!”

ตุบ! 

มันพูดยังไม่ทันจบเลยครับ แฟ้มเอกสารลอยมาตรงหน้าดีนะที่พากันหลบทัน วินาทีนี้คงไม่มีใครกล้าเถียงพ่อนอกจากมันแล้วแหละครับ

“พ่อ! ถ้าหน้าผมเสียโฉม พ่อจะตอบแม่มะลิว่ายังไงล่ะครับ”

“มึงไม่ต้องเอาเมียกูมาอ้างเลย กูกำลังซีเรียส มึงเสือกทำเป็นเรื่องตลกอยู่เรื่อย”

“ผมแค่ไม่อยากให้พ่อเครียดนี่ครับ” มันยังมีหน้าหันมายักคิ้วให้ผมอีกครับ เชื่อมันเลยจริงๆ ไม่ว่าสถานการณ์ไหนๆ มันก็สามารถสร้างเรื่องตลกขึ้นมาได้เสมอ

“มึงออกไปก่อน”

“อ้าวพ่อ”

“ออกไป! ถ้ากลัวว่ากูจะไม่มีเรื่องไว้จัดการมึง ดีใจด้วยนะลูกรัก กูมีเรื่องใหญ่ไว้รอมึงแล้ว หึ!”

“พ่อ!”

“จะเดินออกไปดีๆ หรือให้กูลุกไปถีบ!”

“ไปก็ได้ครับ ห้ามทำอะไรพี่แทนนะ ไม่งั้นผมฟ้องแม่แน่”

“ไอ้ป่า!”

“ครับๆ ไปแล้วครับ”

หลังจากที่ไอ้ป่าเดินออกไป ภายในห้องก็มีแต่ความเงียบเกิดขึ้น ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ จนพ่อลุกเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม พวกเรามองหน้าสบตากันนิ่งๆ ใบหน้าที่เคยตึงเครียดของพ่อก่อนหน้านี้เริ่มมีรอยยิ้มผุดออกมาบ้าง แต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น

“พ่อยังเป็นพ่อของแทนอยู่หรือเปล่า”

“ผมไม่เคยคิดว่าพ่อเป็นคนอื่นเลยนะครับ”

“มีเรื่องอะไรทำไมถึงไม่บอกพ่อตรงๆ”

“ผมขอโทษครับ ผมแค่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหนดีครับ” ในหลายๆ เหตุการณ์ พ่อยังคงเป็นต้นแบบที่ดีของผมเสมอ

“ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็พูดมันออกมาละกัน ช่วงนี้ก็พักงานไปก่อน เอาไว้โอเคกว่านี้ค่อยกลับมาทำ”

“ผมขอโทษครับ”

“ก็อย่างที่ไอ้ป่ามันว่า ลองพลาดบ้างจะเป็นอะไรไป ถ้าคิดอะไรไม่ออกก็กลับไปหามะลิที่บ้านก็ได้นะ”

“ขอบคุณครับ”

“อืม” แม่มะลิคือผู้ที่เยียวยาทุกอย่างของพวกเราเลยก็ว่าได้ครับ เพราะมีแม่ผมถึงรู้สึกว่าชีวิตของเด็กคนหนึ่งมีค่ามากแค่ไหน ผมอยากตอบแทนบุญคุณของพ่อกับแม่ให้ดีที่สุด แม้ว่าพวกท่านจะไม่เคยเรียกร้องอะไรจากผมเลยก็ตาม

ณ ช่วงเวลานั้นผมแทบลืมไปว่าตัวเองยังมีชบาที่ต้องคอยดูแล ผมคอยมองน้องอยู่ตลอด แต่อีกใจกลับพยายามต่อต้าน ผมกำลังหักหลังความเชื่อใจของแม่หรือเปล่านะ แม้ว่าพ่อจะรู้เรื่องระหว่างผมกับชบาแล้วก็ตาม และแม่อาจจะกำลังสงสัย

ผมเตรียมพร้อมสำหรับวันนั้นเสมอ แต่ใครอีกคนกลับไม่ได้คิดเหมือนอย่างผม น้องกำลังกลัว… น้องไม่พร้อมจะให้ใครรับรู้เรื่องระหว่างเรา จนบางครั้งผมก็นึกสมเพชตัวเอง ผมกำลังยืนอยู่ในจุดเดียวกับพริกหวานงั้นเหรอ ไม่อยากจะเชื่อเลยครับ เพราะแบบนี้แหละมั้ง ผมถึงเข้าใจว่าพริกหวานเจ็บมากแค่ไหน แต่มันอาจจะเจ็บกว่านี้หากเธอรู้ความจริงว่าทำไม?

ทุกครั้งที่นอนหลับตา ผมเหมือนพยายามข่มใจตัวเองให้หลับตามไปด้วย แต่กลับทำไม่ได้ สุดท้ายผมก็ต้องค้นหาคำตอบให้กับตัวเองจนเจอ…

ผมเฝ้าถามตัวเองมาตลอดว่าอดีตที่เคยผ่านมามันเป็นยังไง ผมจำได้แค่ว่าตัวเองมียาย ท่านเป็นคนที่คอยดูแลแม่มะลิมาตลอดจนจากไป ผมไม่เคยอยากรู้เลยจริงๆ ว่าหน้าตาของแม่ที่แท้จริงเป็นยังไง จนวันนี้ผมได้เจอและรับรู้ ผมเคยคิดอยากจะถามท่านมาตลอดว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ทำไมถึงทิ้งผมไป แต่มันคงไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว เวลามันผ่านไปนานจนผมไม่อยากรู้แล้วว่าทำไม

“อะ อึก… ทะ แทน แค่กๆ” ผมได้แต่นิ่ง มองหน้าท่านโดยที่ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกไปแม้แต่คำเดียว

“พี่แทนอย่าโกรธแม่เลยนะคะ ตอนนี้แม่กำลังป่วยหนัก นี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายของท่านแล้วก็ได้ หนูกับแม่ตามหาพี่มานาน ท่านอยากเจอพี่ก่อนที่จะไม่ได้เจออีก อึก… ยกโทษให้แม่ด้วยนะคะ” เด็กสาวพูดพร้อมกับหยาดน้ำตามที่ไหลอาบแก้ม คนทั้งคู่นั่งกอดกันร้องไห้ ในขณะที่หัวใจของผมมันชาจนแทบไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว

“ผมจะรู้ได้ยังไงว่าพวกคุณพูดความจริง” ผมรู้ดีว่าที่เด็กคนนี้พูดเป็นความจริง

“รูปตอนที่แทนคลอด แม่ยังเก็บไว้เสมอ แม่ขอโทษที่เคยคิดไม่ดีกับแทน แม่มันเห็นแก่ตัวที่ทิ้งแทนไป ฮือๆ”

วินาทีนั้นผมพูดอะไรไม่ออกหรอกครับนอกจากเงียบไปแทน แถมคนตรงหน้ายังเอาแต่ไอจนสุดท้ายท่านอาเจียนออกมาเป็นเลือดและเป็นลมไปในที่สุด ผมเลยตัดสินใจพาท่านไปโรงพยาบาลที่ลุงหมอเป็นคนดูแลอยู่ จนได้รู้ว่าท่านป่วยเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาหายอีกต่อไป

“หนูไม่รู้ว่าพี่จะเชื่อพวกเราหรือเปล่า แต่หนูกับแม่ไม่ได้ต้องการอะไรเลยจริงๆ นะคะ ขอแค่พี่ยอมรับพวกเราก็พอแล้ว”

“อืม แล้วพ่อไปไหน”

“ตั้งแต่จำความได้หนูก็อยู่กับแม่สองคนแล้วค่ะ แม่บอกว่าหนูกับพี่ไม่ได้มีพ่อคนเดียวกัน พี่อย่าโกรธแม่เลยนะคะ” ผมมองหน้าเด็กสาวนิ่งๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก

สุดท้ายผมก็เลือกที่จะช่วยเหลือท่านและปกปิดเรื่องทุกอย่างเอาไว้ แต่ความลับของผมไม่สามารถรอดพ้นสายตาของพ่อได้อย่างแน่นอน ผมรู้ดีและพ่อเองนั่นแหละที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือผม บ้านที่ผมให้แม่กับน้องอยู่เป็นบ้านที่พ่อหาเอาไว้ให้ เรื่องนี้มีไม่กี่คนที่รู้และผมก็ไม่อยากให้ใครรู้ด้วยครับ

ทุกคนอาจจะมองมาผมเห็นแก่ตัว แต่โลกที่ผมอยู่มันไม่ได้สวยหรู มันมีแต่อันตรายและการแข่งขัน ผมไม่อยากให้แม่กับน้องต้องเป็นอันตราย แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ ผมก็อยากลืมเรื่องราวในอดีตไปให้หมดและทำหน้าที่ลูกที่ดีคนหนึ่งก็เท่านั้น

ผมไม่รู้ว่าเรื่องราวระหว่างผมกับชบามันแย่ลงเพราะอะไร แต่เหมือนพวกเราจะทะเลาะกันอีกแล้ว… น้องมองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เป็นสายตาที่มองผมด้วยความรู้สึกผิดหวัง

“จะเอาแบบนี้งั้นเหรอ” ประโยคสั้นๆ แค่ไม่กี่คำ แต่เหมือนคำตัดสินเรื่องราวทั้งหมดในตอนนี้ของผมเลยก็ว่าได้ครับ

“ครับ”

“คิดดีแล้วใช่มั้ย”

“ผมอาจจะมีเวลาไม่มากแล้วก็ได้ครับ ผมอยากทำหน้าที่ลูกให้ดีที่สุด”

“ไม่โกรธเธอใช่มั้ย”

“อย่างน้อยๆ ท่านก็ยังกลับมาให้ผมได้ตอบแทนบุญคุณ ผมยังคงจำคำสอนของพ่อกับแม่และปู่กับย่าได้ดีเสมอครับ”

“อืม พ่อดีใจนะที่แทนคิดแบบนี้” พ่อยิ้มให้ผม เป็นรอยยิ้มที่น้อยครั้งนักที่ผมจะได้เห็นเพราะรอยยิ้มแบบนี้ท่านมักจะแสดงออกต่อหน้าแม่มะลิเท่านั้น “แล้วชบาล่ะ”

“ผมไม่สามารถดูแลปกป้องชบาไปพร้อมๆ กับแม่และน้องสาวได้ครับ”

“…” พ่อเงียบไป ท่านมองหน้าผมนิ่งๆ โดยที่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

“ผมขอโทษ ผมไม่ได้จะคืนน้องให้กับพ่อ แต่ผมอยากฝากให้พ่อช่วยดูแลน้องก่อนได้ไหมครับ ถ้าเรื่องทุกอย่างลงตัวผมจะบอกทุกอย่างกับชบาด้วยตัวเอง”

“แล้วถ้าชบารู้ก่อนล่ะ”

“ผมก็คงต้องยอมรับผลที่จะตามมา ผมให้น้องตัดสินใจทุกอย่างอยู่แล้วครับ”

“เจ็บหรือเปล่า?”

“ครับ?”

“ที่ชบาไม่ยอมบอกใคร”

“ถ้าบอกว่าไม่เจ็บก็คงไม่ใช่ แต่ผมก็ยอมรับในการตัดสินใจของน้องครับ” ตอบพ่อพร้อมกับรอยยิ้มแม้ว่าข้างในจะรู้สึกเจ็บมากแค่ไหนก็ตาม

“พี่น้องคู่นี้เหมือนกันไม่มีผิด แต่จะให้จัดการชบาแบบตรงๆ อย่างจัดการไอ้ป่าคงไม่ได้ ถ้าทำแบบนั้นมะลิเล่นงานตายพอดี”

“พ่อครับ”

“ไม่จำเป็นต้องปกป้องตลอดก็ได้นะ ทั้งๆ ที่ถูกทำเหมือนให้อยู่แต่ในความลับแบบนี้น่ะ”

“ผมรักของผมนะครับ”

“หึ! ช่างกล้าเหลือเกิน” ผมเงียบไม่ได้พูดอะไร จนพ่อพูดต่อ “ไม่คิดว่าชบาจะกล้าทำแบบนี้ เลือกจะเห็นแก่ตัวเพื่อรักษาคนที่ตัวเองรักโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำร้ายทั้งตัวเองและคนที่รัก”

“น้องไม่ผิดหรอกครับ”

“มนุษย์เราย่อมต้องเห็นแก่ตัวเพื่อตัวเองกันทั้งนั้น ถ้าเลือกจะให้มันเป็นแบบนี้ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมา พ่อจะไม่ยุ่งก็แล้วกันเพราะพ่อเชื่อเสมอว่าแทนโตพอจะจัดการเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเอง ส่วนเรื่องชบาพ่อจัดการเอง”

“ขอบคุณครับ”

การก้าวขาออกจากบ้านพ่อในครั้งนี้มันอาจจะเป็นสิ่งที่ผิดพลาดอีกอย่างหนึ่งในชีวิตที่ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยก็ได้ครับ แต่ผมจำเป็นต้องทำแบบนี้จริงๆ ถ้าตอนนี้ให้ผมเลือกระหว่างแม่กับน้องและชบา ผมก็เลือกได้แบบไม่ลังเลเหมือนกัน

บางทีบุญคุณกับความรักมักจะเดินสวนทางกันเสมอ... มนุษย์อย่างผมย่อมต้องเลือกรักษาบุญคุณอยู่เหนือหัวใจของตัวเองอยู่แล้ว เจ็บไม่ใช่ว่าไม่รัก แต่เพราะมันยังไม่ถึงเวลาที่ความรักจะเดินทางไปด้วยกันได้ก็เท่านั้นเอง

 

 

 

--100%--

ทุกคนควรสงสารพี่แทนไม่ใช่ชบา เพราะชบาเลือกจะปกปิด เรื่องนี้ผัวไม่ผิดค่ะ ผัวเอสถูกเสมอ เมียน้อยคือคนผิดค่ะ 555555

ชบาไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ 5555555 มะลิสอนมาดีค่ะ ไม่รู้คือไม่ผิด น้องไม่ผิด!!!

ความคิดเห็น