facebook-icon

ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนนิยายของเอสนะคะ รัก <3

ต้องห้ามรัก 13 เรื่องกังวลใจ 100%

ชื่อตอน : ต้องห้ามรัก 13 เรื่องกังวลใจ 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2562 19:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ต้องห้ามรัก 13 เรื่องกังวลใจ 100%
แบบอักษร

ต้องห้ามรัก 13 เรื่องกังวลใจ

[ชบา]

พบกับชบาอีกแล้ว ตอนนี้ฝึกงานจบแล้วค่ะ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีและได้รับคำชมด้วย เก่งด้วยความสามารถของตัวเองไม่ได้ใช้เส้นของใครทั้งนั้นนะคะ ส่วนเรื่องของชบากับพี่แทนก็ยังคงเป็นความลับ แต่เหมือนความลับนี้จะไม่คงทนอีกแล้วค่ะ เพราะท่าทางของพ่อปืนเริ่มเปลี่ยนไป แถมฉันยังไม่กล้าสบตาพ่อตรงๆ อีกต่างหาก

เฮ้อ!

ช่วงนี้ถูกพี่แทนไล่ให้กลับมาอยู่ที่บ้านกับแม่ค่ะ เพราะเขางานยุ่ง กลับคอนโดไม่ค่อยเป็นเวลาเลยจริงๆ อยากจะงอนเหมือนกันแหละ แต่ไม่ดีกว่ากลัวจะไม่มีใครทำอาหารอร่อยๆ ให้กิน ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็ยังโทรคุยกันตลอด ถ้าวันไหนเขาเลิกงานไม่ดึกก็จะกลับมานอนค้างที่บ้านด้วย แต่ก็ต้องแอบกันอยู่ดี ไม่ชอบอะไรแบบนี้เลยจริงๆ

“ชบา”

“คะ?”

“แม่เรียกหนูหลายรอบแล้วนะ” ฉันลืมไปเลยค่ะว่าตอนนี้กำลังนั่งคุยอยู่กับแม่ ท่านถามถึงเรื่องเรียนและเรื่องงานค่ะ ท่านอยากรู้ว่าเรียนจบจะทำงานอะไรหรือเรียนต่อดี “ตกลงตอบแม่ได้หรือยัง”

“หนูอยากช่วยงานพี่แทนกับพี่ป่าค่ะ”

“หืม? ช่วยหรือวุ่นวายกันแน่น่ะเรา”

“แม่คะ หนูไม่ได้ซุ่มซ่ามขนาดนั้นสักหน่อย” แม่เงียบไป ท่านยิ้มให้ฉันพลางส่ายหัวไปมา นั่งคุยกับแม่แล้วสบายใจค่ะ วันนี้พ่อไม่อยู่บ้าน ท่านออกไปธุระข้างนอก ที่บ้านเลยเหลือแค่สาวๆ อย่างพวกเรา

“ไปเที่ยวกันไหม”

“เอ๊ะ! เที่ยวเหรอคะ”

“แม่อยากไปเดินห้าง”

“ไปค่ะ” ไม่ปฏิเสธอยู่แล้วค่ะ แม่เองก็ยิ้ม

ฉันอาสาขับรถเอง ไม่ยอมให้ใครตาม จนมาถึงห้าง มาชอปปิ้งกันสองคนแม่ลูก กลับถึงบ้านค่อยว่ากันค่ะ มาถึงก็พากันไปหาอะไรกินก่อนเลยค่ะ ได้เวลามื้อเที่ยงแล้ว

“หนูอยากกินอะไร”

“แล้วแต่แม่เลยค่ะ หนูได้ทั้งนั้น”

“งั้นไปกินเอ็มเคกันไหม แม่อยากกินเป็ดย่าง” ฉันยิ้มพลางพยักหน้ารับ เป็ดย่างถือเป็นของโปรดแม่เลยก็ว่าได้ค่ะ ทุกครั้งที่มาเที่ยวห้างท่านต้องได้กินเสมอและฉันเองก็ชอบเหมือนกัน

ฉันกับแม่เดินจับมือกันไปที่ร้าน สายตากวาดมองไปรอบๆ จนพนักงานเดินเข้ามาต้อนรับ พาเดินเข้าไปด้านในแต่ต้องชะงักเมื่อบริเวณที่พนักงานพาเข้าไปทำให้พวกเราสองคนได้เจอเข้ากับพ่อ พี่แทนและพี่ป่า เหมือนกำลังนั่งคุยงานกันอยู่ สายตาของทั้งสามคนเงยขึ้นมามองพวกเราแทบจะทันที สายตาของพ่อโคตรดุเลยค่ะ

“วันนี้พวกเราก้าวเท้าไหนออกจากบ้านกันนะ” แม่หันหน้ามากระซิบถามฉันเสียงแผ่วเบา

“ไปร้านอื่นไหมคะ”

“ไม่เป็นอะไรหรอก พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” แม่ทำใจดีสู้เสือ ก่อนจะเดินไปนั่ง ฉันเองก็ด้วย ไม่อยากนั่งฝั่งนี้เลยค่ะเพราะเจอสายตาดุๆ ของพี่แทน

“แม่คะ…”

“เดี๋ยวแม่รับผิดชอบเอง” ถึงจะอยากยิ้ม แต่ก็ยิ้มไม่ออกหรอกค่ะ เพราะทั้งสามคนมองมาแบบดุมากๆ และเหมือนโต๊ะของพ่อจะคุยงานกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านเรียกเช็คบิลก่อนจะพากันเดินออกไปจากร้าน ฉันไม่รู้ว่าลูกค้าเป็นใคร แต่มีสาวสวยด้วยค่ะ ท่าทางสนิทสนมกับพี่แทนเชียว

ชิ! ชอบทำตัวให้น่าหมั่นไส้สุดๆ เลย

พวกเรายังคงนั่งกินอาหารกันแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ เหมือนถูกกดดันอยู่ตลอดเวลา จนอาหารมื้อนี้ผ่านไป แม่พาฉันไปเดินชอปปิ้งต่อ ซื้อเสื้อผ้าและของจิปาถะผู้หญิงเล็กๆ น้อยๆ กินเวลานานพอสมควร แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าพวกเราสองคนจะกลับกันสักที

“แม่อยากได้…”

“รู้สึกว่าจะเที่ยวแบบสบายใจกันเกินไปหรือเปล่า” เสียงแม่หายไป แทนที่ด้วยน้ำเสียงเข้มๆ ของคนด้านหลังแทน พอหันกลับไปมองก็เจอสายตาดุๆ ของพ่อเข้าอย่างจัง

“อ้าวพี่ปืน บังเอิญจังเลยค่ะ”

“มะลิ!” อยากขำกับท่าทางของแม่เหลือเกิน แต่มันไม่ใช่ เพราะท่าทางของพ่อตอนนี้เริ่มไม่โอเคแล้ว

“ทำไมต้องดุด้วยคะ ลิกับลูกแค่มาเที่ยวกันเอง”

“มาโดยไม่บอก แถมยังมากันแค่สองคนเนี่ยน่ะนะ”

“ไม่เห็นเป็นอะไรเลย” แม่ยังคงเถียงเสมอ และฉันก็มั่นใจด้วยว่าท่านเถียงชนะพ่อได้ตลอดเวลา

“กลับบ้าน!”

“ยังซื้อของไม่ครบเลยนะคะ”

“กลับบ้าน!” พ่อเน้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่สนใจเสียงของแม่แล้วค่ะ รีบลากออกไปทันที ทิ้งฉันให้อยู่ตรงนี้กับสายตาดุๆ อีกสองคู่

“งั้นน้องกลับด้วยดีกว่า สวัสดีค่ะ” ยกมือไหว้พี่แทนกับพี่ป่า หันหลังกำลังจะเดินหนี แต่ทว่า…

หมับ!

ข้อมือถูกคว้าเข้าให้อย่างจัง ค่อยๆ หันกลับไปมองก็เจอสายตาดุๆ ของพี่แทน

“แฮะๆ มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“ไม่ตลก!”

“ทำไมต้องทำหน้าเข้มใส่ด้วยล่ะคะ” ถามเสียงอ่อนๆ แต่ดูเหมือนพี่แทนจะไม่เล่นด้วยค่ะ

“น้องก็รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเป็นยังไง” ไม่ใช่แค่สีหน้าแล้วค่ะ ตอนนี้เสียงก็ดุด้วย

“งั้นผมกลับก่อนละกัน” เสียงพี่ป่าแทรกขึ้นมา สายตาของพี่ชายหันมาทางฉันพร้อมกับรอยยิ้ม “โชคดีนะน้องรัก”

“พี่ป่า อย่าทิ้งน้องสิ พาน้องกลับไปด้วย พี่ป่าคะ”

ฮืออออ พี่ป่าไปแล้วค่ะ กลับไปแล้ว ตอนนี้เลยเหลือแค่ฉันกับพี่แทนเท่านั้น เขาไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากลากฉันออกจากห้าง ถามแค่เพียงว่าฉันจอดรถไว้ชั้นไหนก่อนจะพาเดินไปเท่านั้น พี่แทนไม่ได้พากลับบ้านค่ะ เขาพากลับคอนโดแทน ตลอดทางก็เอาแต่เงียบจนมาถึงคอนโด เดินเข้าห้องกันแบบเงียบๆ

“พี่แทน”

“…” ไม่ตอบค่ะ ถอดสูทออกแล้วเดินไปนั่งที่โซฟา เอนตัวเล็กน้อยปลายนิ้วข้างหนึ่งกุมขมับของตัวเองเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจ ฉันเลยไม่อยากทำให้เขาต้องเหนื่อยเพิ่ม

“ชบาขอโทษค่ะ”

“พี่ไม่ได้โกรธหรอก พี่แค่เป็นห่วง” ฉันเงียบไป เม้มปากเข้าหากันจนแน่น สองขาสาวเท้ายาวๆ เดินเข้าไปนั่งข้างๆ พี่แทนทันที มือข้างหนึ่งเอื้อมไปจับมือของเขาเอาไว้

“เหนื่อยเหรอคะ”

“นิดหน่อยครับ” พี่แทนปรับสีหน้า ขยับตัวยืนตรงหันมองมาทางฉันพร้อมกับรอยยิ้ม “อย่าทำให้เป็นห่วงนักจะได้ไหมครับ” ฝ่ามือข้างหนึ่งยื่นมาลูบข้างแก้มของฉันอย่างอ่อนโยน

“ขอโทษค่ะ”

“ครับ”

ทำไมถึงรู้สึกว่ารอยยิ้มของพี่แทนมันมีอะไรมากกว่านั้น ฉันรู้สึกเหมือนเขากำลังมีเรื่องไม่สบายใจและปิดบังอะไรฉันอยู่ แต่กลับไม่กล้าถามเพราะกลัวว่าจะรำคาญใจของเขาซะเปล่าๆ เลยเลือกจะเงียบแล้วมองเขาแทน…

*

ช่วงปิดเทอมและช่วงหลายวันที่ผ่านๆ มา ฉันใช้เวลาอยู่กับพี่แทนมากขึ้น เขาเองก็ด้วย ช่วงนี้เขาบอกว่าไม่ค่อยมีงานเลยปล่อยให้พี่ป่าจัดการไปก่อน ส่วนตัวเองก็พักและเคลียร์งานเล็กๆ น้อยๆ ที่ห้องแทน

“พี่แทนคะ”

“ครับ”

“คืนนี้เพื่อนๆ นัดไปเที่ยวกันค่ะ ไปได้ไหมคะ”

“มีดื่มด้วยหรือเปล่า น้องดื่มไม่เก่งไม่ใช่เหรอครับ”

“เป็นร้านอาหารค่ะ ไปฟังเพลงก็ยังดีนะคะ” ขยับเข้าไปกอดแขนเขาเอาไว้ พี่แทนก้มหน้าลงมามองพร้อมกับรอยยิ้ม “นะคะ จะไปด้วยก็ได้”

“พี่ปวดหัวน่ะ น้องไปเถอะ”

“ปวดมากไหมคะ งั้นน้องไม่ไปก็ได้”

“นัดเพื่อนไว้แล้วนี่ครับ ไปเถอะ เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่ง จะกลับก็โทรมาบอกละกันพี่จะได้ไปรับ”

“ค่ะ” ปกติพี่แทนไม่เคยปล่อยให้ฉันไปไหนมาไหนกับเพื่อนแบบนี้บ่อยๆ หรอก แสดงว่าช่วงนี้ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องกังวลแล้วสินะ ดีจังเลยค่ะ

“ชบา”

“คะ?” เสียงของพี่แทนขาดหายไป มีเพียงใบหน้านิ่งๆ และแววตาที่สั่นไหวกำลังจ้องมองฉันอย่างไม่วางตาแทน เขาเหมือนจะพูดอะไร แต่ทำไมถึงเงียบไปล่ะ “มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“เปล่าครับ”

“ถ้ามีอะไรก็บอกน้องได้นะคะ อย่าเงียบแบบนี้”

“พี่ขอโทษ… ไม่มีอะไรหรอกครับ” ทำไมฉันถึงรู้สึกแปลกๆ กับคำขอโทษของเขากันนะ แล้วทำไมพี่แทนต้องขอโทษด้วยล่ะ หรือเขาไปทำอะไรผิดมา

“ไม่ได้ทำอะไรผิดกับน้องอยู่ใช่มั้ยคะ”

“เปล่าครับ” ฉันไม่ค่อยเข้าใจพี่แทนเลยจริงๆ บางครั้งเขาก็มองออกง่ายมาก แต่บางครั้งกลับซับซ้อนจนฉันมองอะไรแทบไม่ออก ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแม่ถึงชอบพูดบ่อยๆ ทั้งพี่แทนและพี่ป่ามีนิสัยเหมือนพ่อไม่มีผิด

สองทุ่ม พี่แทนขับรถมาส่งที่ร้านอาหาร ไม่ได้นัดกันดื่มที่ผับค่ะ แต่เป็นร้านอาหารแทน มีเครื่องดื่มเหมือนกันบรรยากาศก็รื่นหูกว่าเยอะ เขามาส่งแล้วก็กลับไปเลย เรื่องระหว่างฉันกับพี่แทนยังคงเป็นความลับกับเพื่อนๆ อยู่ดี ยังไม่กล้าบอกใครตอนนี้ ตั้งใจว่าจะคบกันไปก่อนจนกว่าจะถึงเวลาของพวกเรา

“ชบา ทางนี้” นิลตะโกนเรียกพลางโบกมือไปมา ฉันยิ้มรับก่อนจะเดินเข้าไปหาเพื่อนๆ วันนี้มีนัดกันแค่สาวๆ ค่ะ ไม่มีคนอื่น “พี่แทนไม่มาด้วยเหรอ”

“แค่มาส่งน่ะ”

“เฮ้อ! เสียดายจัง”

“แกยังไม่เลิกชอบเขาอีกเหรอ” จูนหันไปถามนิลที่นั่งทำหน้าเศร้าเมื่อรู้ว่าพี่แทนไม่ได้มาด้วย

“จนกว่าจะรู้ว่าเขามีแฟนอะ” นิลตอบยิ้มๆ แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกหึงก็ไม่รู้สิ

“อย่าพูดเรื่องเครียดเลยนะ พวกเรามาคุยเรื่องสนุๆ กันดีกว่า” หมวยว่าขึ้น พวกเราเลยเลิกคุยเรื่องเครียด หันมาคุยเรื่องเฮฮากันแทน อยู่กับเพื่อนมันก็แตกต่างไปอีกแบบ แม้ว่าในใจของฉันตอนนี้จะมีเรื่องไม่สบายใจเลยก็ตาม

“ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

“เดี๋ยวไปด้วย” ฉันกับจูนลุกออกจากเก้าอี้ก่อนจะพากันไปที่ห้องน้ำ วันนี้คนเยอะพอสมควร คงเป็นเพราะคืนวันศุกร์ด้วยแหละ ลูกค้าที่ร้านก็มีเกือบจะทุกช่วงวัยเลยทีเดียว

หลังจากทำธุระส่วนตัวกันเสร็จเรียบร้อยก็พากันเดินกลับไปที่โต๊ะ แต่ระหว่างทางกลับต้องหยุดชะงักเพราะเสียงแจ้งเตือนจากไลน์ที่ดังเข้ามารัวๆ

“ใครไลน์หาแกน่ะชบา” จูนหยุดเดินพร้อมกับคำถาม

“ไม่รู้สิ”

“ลองเปิดดูก่อนก็ได้เผื่อมีอะไรสำคัญ”

“อืม” ฉันขานรับพลางหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าสะพาย เปิดเข้าไปดูในไลน์ทันที แต่กลับต้องขมวดคิ้วเพราะไลน์ที่ส่งเข้ามาฉันยังไม่ได้เป็นเพื่อนเลยด้วยซ้ำ

“มีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่ได้เป็นเพื่อนกันน่ะ ส่งรูปมาเยอะมาก”

“ลองดูสิ เผื่อรู้จัก”

“อืม” ทำตามที่จูนว่าก่อนจะกดเข้าไปดู แต่สิ่งที่ฉันเห็นกลับทำให้ฉันหน้าชาไปเลยทีเดียว รูปที่ถูกส่งมาฉันไม่รู้ว่ามาจากใคร แต่คนในรูปกลับเป็นพี่แทน…

“ชบา”

“หะ หืม?”

“เป็นอะไร ทำไมมือสั่น แล้วรูปอะไร”

“ปะ เปล่า ไม่มีอะไร พวกก่อกวนน่ะ” ฉันหันไปส่งยิ้มหวานให้กับจูนแทน ไม่อยากให้เพื่อนสังเกตเห็นอาการในตอนนี้ ฉันจะโอเคกว่านี้หากคนในรูปไม่ใช่พี่แทนและไม่ใช่เขาที่ใส่ชุดเดียวกับที่มาส่งฉันก่อนหน้านี้ด้วย

เขาบอกว่าปวดหัวไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมถึงไปยืนอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งได้ล่ะ ท่าทางของเขาที่แสดงออกต่อผู้หญิงคนนั้นมันช่างอ่อนโยนจนฉันรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน… ตกลงเรื่องราวในตอนนี้มันคืออะไรกันแน่ แล้วที่พี่แทนบอกว่าขอโทษล่ะ มันจะเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือเปล่า

 

 

--100%--

ค่อยๆ อ่านนะคะ เค้าก็จะค่อยๆ เขียนไปเรื่อยๆ

อาจจะไม่สนุก ใครไม่ชอบแนวแบบนี้ อ่านเรื่องอื่นได้แทนนะคะ เค้าก็ไม่รู้ว่าจะเขียนยังไงแล้วค่ะ 555555555

ขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามกันเสมอนะคะ

ความคิดเห็น