email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 382

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2562 07:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6
แบบอักษร

"ไปเอาน้ำมาไห่ผู้หมวดเผิ่นนำลูก"

"จ๊ะอิพ่อ" แตนรับคำอย่างว่าง่าย หลังจากที่ไปเอาน้ำเอาท่ามารับแขกเสร็จเรียบร้อยแล้ว แตนก็เอาแมงกุ๊ดจี่ที่หามาได้ไปล้างน้ำที่ตรงชานบ้าน เด็กสาวล้างซาวน้ำทิ้งเสียสองครั้งก่อน แล้วจึงใส่น้ำลงไปในคุถังอีกครั้งก่อนที่จะเอาแมงกุ๊ดจี่ใส่แล้วเอาฝาหม้อมาปิดเอาไว้อีกทีเพื่อกันมันไต่หนี จนกว่าเมื่อคิดที่จะนำไปปรุงเป็นอาหารแล้วค่อยมาล้างซาวน้ำขึ้นอีกรอบหนึ่ง ในระหว่างนี้เจ้าแมลงตัวน้อยก็จะมีโอกาสได้ขับถ่ายของเสียต่างๆออกจากร่างกายของมันอีกด้วย เสร็จแล้วแตนก็เดินลงบันไดมาหาพ่อกับก้องเกียรติที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ที่แคร่ไม้ไผ่ข้างบ้าน

"อิพ่อเดี๋ยวข่อยสิไปซอยอิแม่กับบักต่อเก็บถ่านก่อนเด้อ" เด็กสาวบอกกับพ่อของเธอ ก้องเกียรตินั้นเห็นว่าเกือบจะเที่ยงแล้วจึงขอตัวกลับบ้านเพราะยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เมื่อเช้านี้แล้ว

"ถ้าออย่างนั้นผมก็เห็นจะต้องขอตัวกลับก่อนนะครับคุณลุง นี่ก็เกือบจะเที่ยงแล้ว ไว้โอกาสหน้าคงจะได้มาเยี่ยมเยียนคุณลุงอีก" ชายหนุ่มกล่าวอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งผิดวิสัยคนที่เป็นเจ้าเป็นนายบางคนที่เย่อหยิ่งและหมางเมินต่อผู้ที่ด้อยกว่าตนอยู่เป็นนิจ

"เชิญเลยครับผู้หมวด กระผมรู้สึกเป็นเกียรติมากจริงๆที่ได้ต้อนรับครับ ถ้าไม่รังเกียจว่าอย่างไรแล้ว ก็ขอเชิญมาอีกได้ทุกเมื่อเลยครับผม"

"บ้านน่าอยู่ออกครับลุง เย็นสบายดีด้วย ไว้ว่างๆผมต้องมาเที่ยวหาคุณลุงอีกแน่ๆครับ วันนี้ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ สวัสดีครับคุณลุง"

"สวัสดีครับผม ขอให้โชคดีครับ" เมื่อผู้ใหญ่บอกลากันเสร็จแล้ว แตนที่ยังนั่งรอส่งก้องเกียรติอยู่นั้นก็เดินมาส่งชายหนุ่มถึงที่ๆรถมอเตอร์ไซด์จอดอยู่

"ขอบคุณเด้อค่ะผู้หมวดที่กรุณามาส่งข่อยถึงเฮือน" ก้องเกียรติหันมามองเด็กสาวยิ้มๆก่อนจะบอกว่า

"ไม่เป็นไรหรอกฉันก็บอกแล้วไงว่า.."

"อยากเฮ็ดบุญกับเด็กน้อย" แตนต่อคำให้เสร็จสรรพ

"แมนแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ" ก้องเกียรติต่อท้ายให้อีกที ก่อนจะหัวเราะชอบใจแล้วขี่มอเตอร์ไซด์ออกไป ทำเอาสาวน้อยบ้านนาถึงกับค้อนขวับๆตามหลังพร้อมกับบ่นโน่นนี่นั่นไปตามประสา

"เว้าบ่คือกะอยากเว้านำเพิ่นเนาะสู" ก่อนจะหันหลังกลับเดินไปทางด้านหลังบ้านช่วยแม่กับน้องเก็บถ่านต่อ

วันนี้ที่หมู่บ้านหนองเสือมีกิจกรรมต้านภัยห่างไกลจากยาเสพติดขึ้น ตามนโยบายของทางราชการ ที่ต้องการให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติดนั่นเอง เพราะฉะนั้นในวันนี้ที่หอประชุมกลางหมู่บ้าน จึงมีชาวบ้านมารวมตัวกันอย่างคึกคักเลยทีเดียว

"เอ้าๆๆมากันครบล่ะไปพี่น้องหมู่เฮา ผู้ใหญ่บ้านยุใสน้อผู้ใหญ่บ้าน ขั่นพร้อมแล้วกะมาตั้งแถวย่างกันเลยเด้อ"

"มาฮอดโดนแล่วครับผ้มมมม" ผู้ใหญ่สินขานรับกำนันด้วยน้ำเสียงร่าเริงปนเฮฮาตามสไตล์ของแกที่เป็นคนชอบสนุกสนานและร่าเริงอยู่เสมอ

"ขั่นพ้อมแล่วกะย่างส่นดอกหวาๆๆๆๆฮ่าๆๆๆๆๆ" หลังจากนั้นกำนันสุขพร้อมทั้งกลุ่มอบต.หมู่บ้านกับผู้ใหญ่บ้าน และบรรดาผู้ช่วยทั้งหลายก็ถือป้ายรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดเดินนำลูกบ้านเดินขบวนไปรอบๆหมู่บ้านตามถนนเส้นหลักของหมู่บ้านจนทั่วทุกเส้นเลยทีเดียว

"ยาเสพติดเป็นภัยต่อชีวิต เป็นพิษต่อสังคมครับพี่น้อง ต่อไปนี่เฮามาร่วมแรงร่วมใจกันต่อต้านและหยุดหยั่งยาเสพติดบ่ไห่มีในหมู่บ้านและชุมชนของหมู่เฮาอีกต่อไปกันเด้อครับพี่น้อง" เป็นเสียงของทิดแก้ว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่พูดออกโทรโข่งขณะกำลังเดินไปรอบๆหมู่บ้านเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้รู้ถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติดนั่นเอง

"เดี๋ยวตอนบ่ายนี่ท่านรองผู้กำกับของส.ภในเมืองของเฮาเผิ่นสิมาไห่ความฮู่ มาเว่ามาอธิบายไห่ชาวบ้านหมู่เฮาได่ฟังกันว่าโทษภัยของยาเสพติดนั่นมีอิหยังแน ขั่นถึกจับแล้วสิเป็นจังได๋ต่อไปแนกับอนาคตของเฮานั่นล่ะครับ ถ่าว่างจากหน่าที่การงานแล่วกะไห่มาฟังนำกันเด้อพี่น้องเพื่อเป็นความฮู้และเป็นการแสดงถึงความร่วมมือร่วมใจที่ดีของหมู่บ้านหนองเสือเฮาเนาะครับ" ในขณะที่ผู้ช่วยเดินไปแล้วก็พูดเชิญชวนชาวบ้านไปเรื่อยๆนั้น ในที่สุดขบวนต่อต้านยาเสพติดก็เดินวนมาบรรจบที่หอประชุมตามเดิมอีกครั้ง ที่นั่นนางเอียดเมียของผู้ใหญ่สินเป็นแม่งานกับกลุ่มแม่บ้านอีกหลายคนรอคอยบริการน้ำท่าให้กับผู้เดินขบวนทุกคนอยู่ที่นั่นแล้ว นางเอียดหยิบแก้วน้ำยื่นให้กับกำนันสุขและผู้ใหญ่สินผู้เป็นสามีทันทีที่ขบวนเดินวนกลับมาถึงหอประชุม

"เจ่าหน่าที่เผิ่นมาฮอดล่ะยังแม่เอียด" กำนันสุขถามขึ้นทันทีเมื่อดื่มน้ำจนหมดแก้วแล้ว

"มาฮอดแล้วล่ะพ่อกำนัน แม่ปุ้ยกับแม่บ้านอีกกลุ่มนึงเผิ่นกำลังต้อนรับขับสู่ไห่ยุในหอประชุมพุ้น" นางเอียดรายงานกำนันสุขอย่างกับกำลังปฏิบัติราชการอยู่นั่นเลยทีเดียว

"ขั่นจังชั่นเฮากะเข่าไปหอประชุมหาเผิ่นซะก่อนเถาะผู้ใหญ่สิน" กำนันหันไปชวนผู้ใหญ่สินก่อนที่จะเดินนำหน้าเข้าไปที่หอประชุมหมู่บ้านที่อยู่ไม่ห่างกันนัก

"นี่พ่อกำนันเผิ่นสิฮู้บ่ว่าบักไผ่ลูกชายเผิ่นมันกะติดยายุคือกันหือ..แม่เอียด?" นางสายถามขึ้นเมื่อเห็นว่ากำนันสุขเดินคล้อยหลังไปสักระยะหนึ่งแล้ว

"ข่อยกะบ่ฮู้คือกันเด้อบาดนิแม่สาย เผิ่นเป็นพ่อเป็นลูกกันกะสิบ่ฮู้ยุบ้อ?" นางเอียดพูดไปตามที่ตนคิด แน่ล่ะ ยังไงก็พ่อลูกกัน กำนันจะไม่สังเกตเห็นบ้างเชียวหรือ

"พ่อรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดแต่ลูกชายกับติดยาโอ้ย!ข่อยจังแมนงึดคัก" เพื่อนบ้านอีกคนหนึ่งพูดขึ้นจะขำก็ขำไม่ออกเพราะนึกสงสารกำนันอยู่

"งึดเฮ็ดหยังเด็กน้อยสมัยนี่ มันดื่อด้านสิตายไปพ่อแม่เว่ามันบ่ฟังดอก เผิ่นหาแลงหางายไห่กินมันยังบ่คึด พุ้นมันฟังหมู่ฟังพวกมันพุ้นตั่ว" นางเอียดพูดด้วยความเอือมระอาใจ เด็กวัยรุ่นสมัยนี้ไม่ว่าจะอยู่นอกเมืองหรือในเมืองก็ไม่ต่างกันแล้ว เพราะความเจริญและโซเชียลมีเดียมันเข้าไปถึงทุกซอกทุกมุมของชีวิตทุกคนหมดแล้วตอนนี้

"เว้าบ่ฟังฮึว่าไห่ท้ายลูกกันแน่น้อข่อยว่านั่นแม่เอียด ไผๆเผิ่นกะฮู้เหมิดนั่นล่ะว่ากำนันสุขฮักลูกชายซำได๋ " นางสายพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น แล้วก็ไม่พูดอะไรต่อ เพราะถึงอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องของตนพูดมากไปก็คงจะไม่ดีนัก

ในขณะที่คนในหมู่บ้านกำลังรณรงค์เรื่องของยาเสพติดกันอยู่นั้น แตนกับต่อก็กำลังหาปลากันอย่างสนุกสนานอยู่ที่นาของตนที่อยู่ห่างออกไปจากหมู่บ้านไม่ไกลนัก เข้าเดือนธันวาคมแล้ว ข้าวในนาต่างชูช่อสีเหลืองอร่ามแผ่ยาวไปทั่วท้องทุ่ง จากผืนหนึ่งต่ออีกผืนหนึ่งไปเรื่อยๆยาวไกลไปสุดสายตา เพราะคนที่หมู่บ้านหนองเสือแห่งนี้ต่างก็ทำนากันแทบจะทุกหลังคาเรือนก็ว่าได้ แล้วเขตที่นาของแต่ละคนก็ติดๆกันไปเกือบทั้งหมด บางคนมีตังค์เหลือเก็บหน่อยก็จะทำรั้วลวดหนามล้อมรอบเขตที่นาของตนไว้เพื่อความเป็นสัดส่วนแต่บางคนก็แค่อาศัยดูหมุดที่ทางการปักแบ่งไว้ให้เท่านั้น ซึ่งในกรณีหลังนี้นั้นมักจะทำให้เกิดปัญหากันอยู่บ่อยครั้ง ถ้าหากว่ามีใครเกิดความโลภขึ้นมาแล้วแอบขยับหมุดกินพื้นที่ของอีกฝ่ายขึ้น..

ความคิดเห็น