email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 406

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ส.ค. 2562 06:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5
แบบอักษร

แตน เด็กสาวที่ไม่เคยได้ห่างจากอกพ่อแม่ไปไหนเลยนั้น ได้นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์กับผู้ชายที่ไม่ใช่พี่น้องเป็นครั้งแรกในชีวิต ทำให้เธอรู้สึกประหม่าอยู่ไม่น้อย เด็กสาวนั่งตัวเกร็งไปตลอดทางเพราะความตื่นเต้น ใจดวงน้อยของเธอนั้นก็เต้นแรงกว่าปกติอย่างที่เคยเป็น จนกลัวว่าถ้าคนขับรู้เข้าอาจจะคิดเป็นอื่นได้ จึงยิ่งนั่งระวังมากขึ้นไปอีก ส่วนก้องเกียรตินั้นก็รู้สึกได้ว่าเด็กสาวที่นั่งซ้อนอยู่ข้างหลังนั้นนั่งรั้งไปทางท้ายรถมากเกินไป ถ้าเผื่อรถเกิดสะดุดอะไรสักอย่างนึงเข้า เธออาจจะกระเด็นตกจากรถได้ จึงเอื้อมมือมาดึงมือของเด็กสาวไปเกาะที่เอวของเขาเอาไว้ข้างหนึ่ง

"จับได้ไม่คิดตังค์" เขาว่างั้น

"ของฟรีดีที่สุดฮ่ะๆๆๆ" แตนแม้จะตกใจกับการกระทำของเขาอยู่ไม่น้อย แต่ก็แกล้งพูดเพื่อกลบเกลื่อนความเขินของตัวเอง ทำให้พลขับถึงกับหัวเราะออกมาอย่างขำขัน ความนุ่มนวลและอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากทางด้านหลังของเขานั้นมันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชายหนุ่มเผลออมยิ้มออกมาไม่ได้

ก้องเกียรติขี่รถพาแตนกลับเข้าหมู่บ้าน ผ่านหนองน้ำขนาดใหญ่ ที่เป็นหนองน้ำส่วนกลางของคนทั้งหมู่บ้านที่ใช้สอยร่วมกัน ในตอนเย็นใกล้ค่ำของทุกๆวัน ชาวบ้านที่เดินทางกลับจากไร่นาก็จะมาแวะที่นี่กันประจำ บ้างก็พาวัวควายลงอาบน้ำล้างตัวให้ก่อนที่จะพากลับไปเข้าคอกที่บ้านของตน ไม่เว้นแม้แต่คนเลี้ยงเองก็ใช้น้ำในหนองนี้ล้างแขนล้างขาที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนขี้โคลนออกก่อนที่จะกลับไปอาบน้ำที่บ้านอีกทีด้วยเช่นกัน ที่ฟากหนึ่งของหนองน้ำ เด็กชายตัวเล็กตัวน้อยกำลังเล่นน้ำกันอยู่อย่างสนุกสนาน ส่งเสียงแจ้วจ้าวดังไปทั่วคุ้งน้ำ ข้างๆตรงริมตลิ่งนั้นมีต้นกระถินกับต้นฝรั่งขี้นกขึ้นอยู่ประปราย เจ้าเด็กจอมซนปีนขึ้นไปบนต้นฝรั่งต้นหนึ่งแล้วไต่ไปตามกิ่งก้านของมันก่อนที่จะกระโดดลงมายังผืนน้ำที่อยู่เบื้องล่างเสียงดังตูมตามพร้อมกับเสียงหัวเราะโห่หิ้วอย่างสนุกสนานของเหล่าเพื่อนๆ ที่คอยเชียร์อยู่ทางด้านล่าง เป็นความบริสุทธิ์ที่น่ารักและน่ามองยิ่งนัก แตนมองภาพตรงหน้านั้นอย่างมีความสุข เพราะมันดูสวยงามและเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง

"เป็นตาเสียดายอิหลี" จู่ๆเธอก็บ่นขึ้นมาลอยๆเสียอย่างนั้น

"เสียดายอะไรของเธอหือ..?" คนขับถามขึ้นงงๆ แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรนัก

"เสียดายบ่ได่เล่นน้ำหนองเสือก่อนเมือบ้านนี่แหล่ว" แตนตอบออกมาตรงๆ แต่พอชายหนุ่มได้ฟังกลับหัวเราะชอบใจซะอย่างนั้น

"ฮ่ะๆๆๆๆ นี่ เธอน่ะไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ จะมากระโดดน้ำเล่นโครมๆแข่งกับเด็กอยู่ได้ยังไงกันล่ะ"

"ใหญ่แล้วกะเล่นน้ำได่ บ่เห็นสิแปลกเลย เล่นน้ำเขาบ่เบิ่งอายุกันดอกค่าผู้หมวด" เด็กสาวตอบเคืองๆ ทำไมล่ะ โตแล้วเล่นน้ำไม่ได้หรือไงกัน แปลกคนจริงอีตานี่

"เด็กจริงๆเล้ยยยยย"

"เฒ่าไปผุเดียวโลด"

"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ" ก้องเกียรติหัวเราะออกมาอย่างสุดกลั้น ยัยเด็กต๊องคนนี้น่ารักดีแฮะ เขาคิดอย่างอารมณ์ดี ผ่านทางแยกก่อนที่จะเลี้ยวเข้าในหมู่บ้านมีร้านขายของเปิดอยู่ เป็นร้านแบบโชห่วยที่อยู่ตรงหัวมุมของถนนพอดี สาวสวยสองนางกำลังยืนซื้อของกันอยู่ ได้ยินเสียงของมอเตอร์ไซด์ก็หันไปดู

"รถไผน้อคือบ่ค่อยคุ้นตาเลย" เป็นเสียงของบุญตา ครูสาวประจำโรงเรียนบ้านหนองเสือนี้นั้นเอง

"หือ..อ่อนั่นหมวดก้องเกียรติบ่แมนติ๊? มื่อคืนก่อนนิเฮากะเห็นมางานขึ้นบ้านใหม่กำนันยุ แต่ว่าคนที่นั่งซ้อนท้ายมานำนั่นล่ะเป็นไผ?" กลอยหรือกัลยา ครูสาวที่สอนอยู่โรงเรียนเดียวกันนั้นพยายามเอามือยกขึ้นป้องตามองเพราะเห็นไม่ถนัด

"นั่นมันแตนลูกยายเตี้ยพ่อใหญ่สนบ่แมนติ๊?" บุญตาพูดขึ้นอย่างมั่นใจ แม้ว่าจะมองไม่ทันนัก แต่ว่าเธอก็เห็นแตนมาตั้งแต่เล็กๆแล้ว มีหรือจะดูพลาดได้

"หือ..แมนติ๊? แล้วสองคนนั่นเขาคือฮู้จักกันล่ะ? คนอย่างอีแตนมันสิไปฮู้จักมักคุ้นกับหมวดก้องได่จังได๋กัน" กัลยาพูดด้วยน้ำเสียงหมิ่นๆปนอิจฉา ก็หมวดก้องเกียรติน่ะรูปหล่ออย่างกับดาราหนัง แถมพวกสาวๆยังร่ำลือกันว่ารวยมากด้วยนี่นา

"บ่ฮู้คือกัน แต่เขากะซ้อนรถกันมาเด๊ะล่ะ" บุญตาตอบเพื่อนพลางคิดในใจว่าคนอย่างอีแตนนั้นคงจะไปได้เพียงแค่นั้นแหละ มันมีดีอะไรกันที่จะทำให้คนอย่างหมวดก้องหันไปมองได้

ก้องเกียรติขี่มอเตอร์ไซด์มาส่งแตนจนถึงบ้านของเธอ นายสนผู้เป็นพ่อกำลังกวาดลานหน้าบ้านอยู่พอดี เห็นรถมอเตอร์ไซด์ขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้านของตนก็หยุดมือที่กำลังทำงานอยู่หันไปมอง

"อิพ่อ.." แตนลงจากท้ายรถได้ก็ร้องทักพลางเดินเข้ามาหาพ่อของเธอ ก้องเกียรติจอดรถไว้เรียบร้อยแล้วจึงเดินตามหลังเด็กสาวเข้ามา

"มึงไปใสมาหือ?..อีแตน" นายสนถามขึ้นก่อนที่จะมองลูกสาวของตัวเองที มองชายแปลกหน้าที่เดินตามหลังของลูกสาวตนมาทีอย่างสงสัยใคร่รู้

"ไปหากุ๊ดจี่มาจ๊ะ"

"ล่ะนี่ไผ?" คำถามของพ่อเล่นเอาเด็กสาวถึงกับสะดุ้งไป เพราะเธอเกือบจะลืมไปว่าก้องเกียรติก็มากับเธอด้วยนั่นเอง

"โอ้ย! เกือบลืมไปเลย นี่คุณก้องเกียรติจ๊ะอิพ่อ เผิ่นเป็นตำรวจยุในเมืองของเฮานี่ล่ะ" ก้องเกียรติเองก็ถึงกับสะดุ้งไปเมื่อแตนบอกว่าเธอเกือบจะลืมไปว่ามีเขามาด้วย เด็กอะไรเนี่ยนั่งรถมาด้วยกันแท้ๆ กลับบอกว่าลืมกันได้หน้าตาเฉยเลย เอ๊ะ! หรือว่าพ่อดุเลยต้องแกล้งโกหกกันนะ

"สวัสดีครับคุณลุง" ชายหนุ่มยกมือไหว้ด้วยมารยาทอันดี นายสนพอรู้ว่าคนที่มากับลูกสาวของตนนั้นเป็นตำรวจก็ยกมือขึ้นรับไหว้แทบไม่ทันทีเดียว ก่อนจะพูดขึ้นตามประสาคนบ้านนอกคอกนาที่ไม่เคยได้พบปะหรือคุ้นเคยกับเจ้าใหญ่นายโตที่ไหนมาก่อนว่า

"เอ่อ..ครับๆสวัสดีครับท่าน ไม่ทราบว่าลูกสาวของกระผมไปทำอะไรผิด หรือไม่ดีไม่งามอะไรเข้าหรือเปล่าครับ? ท่านถึงได้เอ่อ..?" พอก้องเกียรติได้ฟังแบบนั้นถึงกับรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธเสียรัวเลยทีเดียว

"เอ่อ..เปล่าๆครับคุณลุง แตนไม่ได้ทำผิดอะไรทั้งนั้น คือว่าพอดีวันนี้เป็นวันหยุด ผมก็เลยออกสำรวจพื้นที่น่ะครับ พอดีว่าไปเจอแตนเข้าก็เลยอาสามาส่งให้ก็เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรหรอกครับ"

"ข่อยไปหาแนวอยากแนวกิน สิไปเฮ็ดอิหยังผิดได่จังได๋ล่ะอิพ่อ? หาเว่าไป"

"เอ๋า! กะกูสิไปฮู้กับมึงติ๊ อยู่ๆกะมีตำรวจนำมาบ้านแบบนี่เนาะ "

"หืออออ..บ่ไว้ใจกันเลยตั่วนิพ่อข่อย ล่ะอิแม่กับบักต่อไปใสหือ?" แตนถามหาแม่กับน้องเพราะว่ามองหาไม่เจอนั่นเอง

"พากันเก็บถ่านยุเตาเผาหลังบ้านพุ้น" นายสนบอกกับลูกสาวก่อนที่จะเชิญแขกให้ขึ้นไปกินน้ำกินท่าที่บนบ้านตามมารยาทของเจ้าของบ้านที่ดี ถึงแม้ว่าแกออกจะอายอยู่บ้างที่มีบ้านหลังไม่ใหญ่ไม่โตเหมือนคนอื่นเขา แต่เมื่อมีแขกมาเยือนก็ต้องเชิญขึ้นบ้านไปตามมารยาทที่ดี

"เอ่อ..ถ้าคุณลุงไม่ว่าอะไร ผมขอนั่งที่แคร่หน้าบ้านนี่ดีกว่าครับ ดูร่มรื่นเย็นสบายดี" ก้องเกียรติชี้ไปที่แคร่ใต้ต้นขนุนที่อยู่ข้างบ้าน เป็นแคร่ไม้ไผ่หลังใหญ่ที่นายสนต่อขึ้นเอง วางอยู่ใต้ต้นขนุนต้นใหญ่ดูร่มรื่นน่านั่งเล่นยิ่งนัก..

ความคิดเห็น