facebook-icon

ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนนิยายของเอสนะคะ รัก <3

ต้องห้ามรัก 11 ไม่ชอบ! 100%

ชื่อตอน : ต้องห้ามรัก 11 ไม่ชอบ! 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2562 19:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ต้องห้ามรัก 11 ไม่ชอบ! 100%
แบบอักษร

ต้องห้ามรัก 11 ไม่ชอบ!

หลังจากวันนั้น ผมกับชบาก็ยังคงใช้ชีวิตกันแบบปกติ เป็นคู่รักที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ สายตาของพ่อ ตอนนี้พ่อกับแม่กลับมาจากเที่ยวแล้ว ทุกวันหยุดพวกเรายังคงต้องกลับไปค้างที่บ้านและทำตัวเป็นปกติ แม้จะเจอสายตาจ้องจับผิดของพ่อและคำถามของแม่ก็ตาม สำหรับแม่ท่านก็คงแปลกใจเพราะปกติพวกเราเหมือนจะไม่ลงรอยกันด้วยซ้ำ ส่วนไอ้ป่ารายนี้รู้ดีครับ

ช่วงนี้มันเองก็ยุ่งๆ เพราะเรื่องของพริกหวาน บางทีความลับอาจจะไม่มีในโลกก็ได้นะครับ พวกเราแค่ไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็เท่านั้นเอง…

เรื่องระหว่างผมกับชบายังคงเป็นความลับจนน้องเรียนจบปีสาม เทอมหน้าก็ฝึกงานแต่ชบากลับเลือกฝึกที่อื่นแทน เรื่องนี้ทำให้พวกเราทะเลาะกันด้วยครับ แต่น้องก็ให้เหตุผลว่าไม่อยากทำให้ใครจับผิดได้ อีกอย่างอยากหาประสบการณ์เองด้วย ผมไม่ยอมปล่อยหรอกครับเลยฝากให้น้องไปฝึกงานที่บริษัทไอ้เบลแทน พอเจ้าตัวรู้ก็งอนสุดท้ายก็ไม่พ้นสายตาของใครนั่นแหละครับ เรื่องนี้พ่อเองก็เห็นด้วย

ส่วนรุจิราเธอยังคงวนเวียนอยู่ในชีวิตของผมเหมือนเดิม แต่เลือกจะเข้าหาผมโดยไม่บังคับฝืนใจแทน ผมเองก็เลือกจะปฏิเสธทุกอย่างเหมือนกัน ไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม เรื่องนี้ชบารู้และก็ไม่พอใจ แต่น้องเลือกจะเงียบบอกให้ผมจัดการเอง

ก๊อก ก๊อก

เสียงประตูห้องทำงานของผมถูกเคาะอย่างเคย คนที่เปิดประตูเข้ามาคือรุจิรา เธอยิ้มให้ผมพร้อมกับของฝากในมือ ซึ่งทุกครั้งผมจะปฏิเสธไป หรือบางทีก็รับเอาไว้แต่ให้พนักงานคนอื่นแทน

“คุณไม่ควรมาที่นี่บ่อยๆ นะ”

“คุณคงไม่ใจร้ายกับจิทุกครั้งหรอกนะ คงต้องมีสักครั้งที่ใจอ่อน”

“ความสัมพันธ์ของพวกเราไม่มีทางพัฒนาไปเป็นอย่างอื่นแน่นอน”

“ค่ะ จิรู้ แต่จิก็ยังตัดใจจากคุณไม่ได้อยู่ดี”

ผมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดกับเธอแล้ว ไม่ว่าจะพยายามยังไงรุจิราก็ไม่คิดจะออกไปง่ายๆ เลยครับและมันคือปัญหาที่ทำให้ช่วงนี้ผมกับชบาไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไหร่

ผมไม่รู้ว่าน้องไปได้ยินหรือเห็นอะไรมา เพราะทุกครั้งที่กลับคอนโดน้องจะทำหน้าไม่พอใจใส่ผม แต่ไม่พูดอะไร อย่างตอนนี้ ขนาดนั่งกินข้าวด้วยกันยังไม่ยอมพูดกับผมเลยครับ

“ชบา…”

“เหนื่อยค่ะ” พูดแค่นั้นก่อนจะลุกเดินเข้าห้องไป ผมรู้ดีว่าเรื่องอะไร แต่กลับทำอะไรไม่ได้มาก เรื่องของผมกับชบายังบอกใครไม่ได้ รวมไปถึงรุจิราเองก็มีพ่อเป็นคนใหญ่คนโตมากพอ ถ้าจะจัดการขั้นเด็ดขาดมันคงกระทบหลายอย่าง ไหนจะเรื่องของไอ้ป่าอีก

ช่วงนี้ผมมีปัญหาเข้ามาไม่เว้นแต่ละวันเลยครับ แต่สิ่งเดียวที่ผมยังหนักแน่นคือหัวใจของตัวเอง ต่อให้มีใครอีกมากมายเข้ามา ผมก็ยังคงยืนยันคำเดิมและจะทำให้ดีที่สุด

“ขอโทษ พี่รักชบามากนะ” ผมว่าเสียงนิ่งๆ ขยับเข้าไปสวมกอดคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงจนแน่น ไม่อยากเป็นแบบนี้เลยครับ ไม่เข้าใจกันทุกวัน…

แต่ละวันของผมกับชบามีแต่เรื่องให้ปวดหัวเล่น แถมช่วงนี้ยังมีผู้ชายเข้ามาวนเวียนในชีวิตของชบาอีก แม้น้องจะไม่ได้ยุ่งอะไรมากมาย แต่ผมกลับไม่โอเคและแน่นอนผมรู้ดีว่าผู้ชายคนนั้นมาจากใคร วันนี้ผมเลยไปหาต้นเหตุของเรื่องนี้แทน

ปัง!

เสียงผลักประตูห้องทำงานของรุจิราดังขึ้นเพราะฝีมือของผม เธอเงยหน้าขึ้นมามองผมพร้อมกับรอยยิ้ม เหมือนตัวเองมีชัยเหนือกว่าผมเยอะ

“ไม่คิดว่าแทนจะมาหาจิถึงที่ทำงานนะคะ”

“ในเมื่อเตือนดีๆ ไม่ฟัง ผมคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้วสินะ”

“อย่างคุณจะกล้าทำอะไรจิล่ะคะ”

“ถ้าไม่แน่จริง ผมคงไม่กล้าเข้ามาที่นี่หรอกนะ เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาได้เลย รุจิรา!”

“แทน!” ผมไม่ได้สนใจเสียงเรียกของเธออีก ก่อนจะออกจากบริษัทของรุจิราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาใครบางคนทันที

“จัดการได้เลยครับ”

(ครับ)

แล้วเรื่องนี้ผมต้องมั่นใจว่าตัวเองได้มากกว่าเสีย…

วันนี้ผมรับปากชบาว่าจะไปรับเธอที่ฝึกงานแล้วพากลับบ้านด้วย ถึงน้องจะไม่อยากตกลงก็ตาม แต่เมื่อเช้าผมบังคับไปส่งเธอแล้ว เพราะฉะนั้นตอนเย็นเธอก็ต้องยอม วันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษครับ เพราะมีเรื่องสนุกๆ ให้ทำอยู่เยอะเลย ขับรถมาจนถึงที่ฝึกงานก็เห็นน้องยืนคุยอยู่กับไอ้เบล

“ไงมึง”

“สบายดี”

“แต่ใกล้ตาย” แสดงความข่าวไวครับ น้องถึงกับมองหน้าผมกับไอ้เบลสลับกันเลยทีเดียว “ไม่มีอะไรหรอกครับ พี่แค่แหย่มันเล่น”

“แหย่แบบนี้ไม่น่ารักเลยนะคะ”

“อ้าว! พี่ก็นึกว่าชบายังโกรธไอ้แทนอยู่ ก็เลยคิดว่าชบาไม่สนใจเรื่องตายๆ ซะอีก”

“พี่เบล!”

“ครับๆ พี่ไม่แกล้งแล้ว กลับบ้านดีๆ นะครับ” ไอ้เบลเดินกลับเข้าบริษัท ผมยิ้มก่อนจะจับมือชบาไปที่รถ ระหว่างทางไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคนจนรถติดสัญญาณไฟแดงน้องถึงได้ตั้งคำถามกับผม

“ที่พี่เบลพูดหมายความว่ายังไงคะ”

“ไม่มีอะไรหรอกครับ”

“ต้องมีสิคะ”

“มันแหย่พี่เรื่องงานน่ะ”

“แต่…”

“ไอ้ผู้ชายคนนั้นยังมาวุ่นวายอยู่หรือเปล่าครับ” ผมชวนชบาเปลี่ยนเรื่องทันที น้องเหมือนไม่อยากเชื่อครับ แต่ก็พูดอะไรต่อไม่ได้เพราะผมไม่ยอมบอกอะไร

“ไม่ได้วุ่นวายแล้วค่ะ จู่ๆ ก็หายไป” เรื่องนี้ผมไม่ได้จัดการครับ แต่คงไม่พ้นพ่อนั่นแหละ มีเหรอที่ท่านจะปล่อยให้ชบาได้รับอันตรายน่ะ ไม่มีทางหรอกครับ

“ดีจัง”

“แล้วของพี่ล่ะคะ เมื่อไหร่จะเรียบร้อย”

“พี่ก็ไม่ได้วุ่นวายนี่ครับ”

“แต่น้องไม่ชอบ!” ชบาเป็นคนขี้หึงครับ แม้น้องจะไม่ค่อยแสดงออกก็ตาม แต่สีหน้าและการกระทำเวลาคุยกับผมเรื่องผู้หญิงคนอื่นจะแสดงออกง่ายมากๆ “หรือพี่แทนชอบเวลาที่ผู้ชายคนอื่นมาเข้าใกล้น้องล่ะคะ”

“ไม่ชอบครับ เมียใคร ใครก็หวง!”

“เหอะ!” กอดอกเชิดหน้าใส่ผมอีกแล้วครับ เก่งขึ้นเยอะเลย

บรรยากาศในบ้านมันเงียบแปลกๆ ครับ ผมไม่ชอบอะไรแบบนี้เลยจริงๆ พ่อกับแม่นั่งกันพร้อมหน้าเชียวครับ ส่วนไอ้ตัวดียังไม่กลับมาเลย สงสัยกลับไปคอนโดก่อน

“มากันแล้วเหรอ” พ่อถามพลางมองหน้าผมกับชบาสลับกัน

“คิดถึงจังเลยค่ะ” อ้อนเก่งครับ ผมรู้ว่าน้องกำลังกลบเกลื่อนอยู่ แต่จะปิดพ่อมิดงั้นเหรอ ส่วนแม่ท่านไม่ค่อยสงสัยอะไรมากหรอกครับ

“ฝึกงานเป็นยังไงบ้างลูก ได้ไปก่อกวนพี่เบลหรือเปล่า” แม่ถามน้อง

“แม่คะ ชบาไม่ใช่เด็กสักหน่อย โตแล้วค่ะ”

“แต่ก็ยังเป็นเด็กสำหรับแม่กับพ่อเสมอนะ”

“ค่ะ” มองภาพนี้แล้วมันรู้สึกเจ็บปวดครับ ได้แต่ฝืนยิ้มเหมือนผมกำลังกระชากดวงใจของพ่อกับแม่ออกมาจากอกของพวกท่าน

สายตาของแม่ช่างอ่อนโยนเหลือเกิน แตกต่างจากสายตาของพ่อโดยสิ้นเชิง ท่านรู้แล้วสินะและอาจจะรู้มาตลอดก็ได้

“ป่าล่ะครับ” ผมไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้เอาซะเลย มันน่ากลัวแปลกๆ

“วันนี้พวกเราคงต้องกินมื้อเย็นกันสี่คนแล้วแหละ เพราะป่าไม่ว่างกลับมาบ้าน ช่วงนี้ป่าเป็นอะไรหรือเปล่า แม่รู้สึกเหมือนป่าแปลกๆ ไป” ผู้หญิงที่สนใจรายละเอียดทุกอย่างดีแบบแม่ มองความเปลี่ยนแปลงของลูกๆ ออกเสมอสินะ แต่การมองของท่านคือความห่วงใยมากกว่าครับ “แม่เป็นห่วงป่าจัง”

“จะไปห่วงมันทำไม ไอ้ป่ามันโตแล้ว” พ่อพูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงของท่านโคตรน่ากลัวเลยครับ น้องเบือนหน้ามามองสบตาผมแว๊บนึง เป็นแว๊บที่ผมรู้สึกว่าน้องกำลังกลัวพ่อ

“โตก็ยังห่วงค่ะ ไม่ว่าจะป่า แทน ชบา หรือแม้แต่พี่ปืน ลิก็ยังห่วงค่ะ”

“เฮ้อ!” พ่อถึงกับถอนหายใจเลยครับ คำว่าห่วงของแม่เหมือนเกราะกำบังของพวกผมเลยก็ว่าได้ครับ

“ถอนหายใจอีกแล้วนะคะ”

“ถอนไม่ได้หรือไง”

“ไม่ได้ค่ะ ถ้าพี่ปืนถอนหายใจเมื่อไหร่ นั่นก็หมายความว่ามีเรื่องเครียด… ถ้าไม่ใช่เรื่องงานก็เรื่องลูก” ผมได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นรัวเลยครับ อยากให้ไอ้ป่ามาอยู่ตรงนี้มาก เพราะความกะล่อนในบางครั้งของมัน สามารถแก้สถานการณ์ตึงเครียดในตอนนี้ได้เสมอ

“รู้ดี”

“เรื่องงานลิไม่ขอยุ่งหรอกค่ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องลูก… ลิขอเตือนอย่ามารังแกลูกของลินะคะ”

“ลูกพี่เหมือนกันนั่นแหละ”

“อย่าเถียงกันสิคะ” น้องต้องห้ามเลยครับ มองหน้าพ่อกับแม่สลับกันเลยทีเดียว

“ก็พ่อเขา…”

“พี่ทำไม?”

“เถื่อน!” นี่แหละครับแม่มะลิ เจอประโยคนี้ไปพ่อถึงกับจอดเลยครับและนั่นก็เรียกรอยยิ้มจากริมฝีปากของชบาได้เป็นอย่างดี ผมสังเกตเห็นว่าน้องเริ่มโอเคขึ้นกว่าเดิม

สถานการณ์ก่อนหน้าผ่านไปเพราะแม่ มื้อค่ำถูกจัดเรียงเป็นที่เรียบร้อย บรรยากาศเงียบมากเลยครับคงเพราะไอ้ตัวดีไม่อยู่ แม่เองก็เหมือนตึงๆ ใส่พ่อจนมื้อค่ำผ่านไป

“ขึ้นไปคุยกันข้างบนหน่อยสิ” พ่อลุกจากเก้าอี้พร้อมกับประโยคแสนเย็นยะเยือก ราวกับว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ในห้องที่เย็นมากๆ

“คุยอะไรคะ”

“พี่จะคุยกับลูกไม่ใช่ลิ” คราวนี้พ่อไม่เล่นครับ สีหน้าและน้ำเสียงของท่านบ่งบอกแบบนั้น

“พี่ปืน!”

“ผมมีเรื่องงานจะคุยกับพ่อนิดหน่อยนะครับ”

“…” แม่เงียบไป ท่านมองหน้าผมกับพ่อสลับกัน “ถ้าเรื่องงานก็ดี แต่ถ้าไม่ใช่… ลิหวังว่าพี่ปืนจะใช้เหตุผลมากกว่ากำลังนะคะ” แม่ลุกจากเก้าอี้เดินกลับขึ้นไปข้างบน น้องลุกตามมองหน้าผมกับพ่อสลับกันก่อนจะวิ่งตามแม่ขึ้นไป พ่อหันมามองหน้าผมคาดโทษเชียวครับ

เสียงฝีเท้าก้าวเดิน ทำไมมันรวดเร็วแบบนี้ ความกล้าที่เคยมีแทบหมดไปเลยทีเดียว แต่ถ้าไม่ลองก็คงไม่รู้ว่าสิ่งที่เสี่ยงไปมันคุ้มค่ามากแค่ไหน

ปัง!

เสียงประตูห้องปิดลง สายตาของพ่อจับจ้องมาที่ผมไม่วางตา

“สุดท้ายก็เลือกจะขัดคำสั่งของกูสินะ!” สรรพนามที่เปลี่ยนไปกำลังบ่งบอกว่าพ่อกำลังโมโหกับการกระทำของผมเป็นอย่างมาก “มึงรู้หรือเปล่าว่ารอบตัวชบาตอนนี้เป็นยังไง”

“ครับ”

“แต่มึงก็เลือกจะลากชบาเข้าไปงั้นเหรอ”

“ผมพยายามแล้วครับ แต่ผมฝืนใจตัวเองไม่ได้แล้วจริงๆ” ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกระหว่างผมกับพ่อเท่านั้น

“ก็ดี…” ท่านพูดออกมาเพียงเท่านี้ สองขาขยับเข้ามาหยุดยืนเผชิญหน้ากับผม เป็นระยะที่ใกล้กว่าเดิมมาก “ในเมื่อเลือกจะขัดคำสั่งกู มึงต้องมั่นใจด้วยว่าตัวเองเก่งพอ”

“ครับ”

“ชบาเสียใจวันไหน ต่อให้เป็นมึง กูก็ไม่ละเว้น!”

“ผมขอโทษที่ทำตามคำสั่งของพ่อไม่ได้ ผมสัญญาว่าจะดูแลชบาให้ดีที่สุดครับ” พ่อไม่ได้ใจดีกับผมหรอกครับ ท่านแค่อยากรู้ว่าผมจะทำได้เหมือนอย่างที่ปากพูดหรือเปล่า

พ่อไม่ได้พูดอะไรอีก ท่านเงียบไปก่อนจะหมุนตัวเองเดินไปทางประตู แต่ก็หยุดเดิน พ่อเหมือนจะบอกอะไรผมแต่ก็ไม่ยอมพูดออกมาสักที

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“จำไว้ให้ดีก็แล้วกัน มึงเป็นลูกกู ไม่มีใครหรืออะไรจะเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ได้… ถ้ามั่นใจว่าดูแลชบาได้ ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเจอกับอะไร มึงก็ห้ามปล่อยมือเด็ดขาด”

“ครับ”

“ไม่มีใครกำหนดอนาคตได้ จนกว่าจะเดินไปถึงวันนั้น” พ่อพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ตอนนี้ผมเบาใจขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็ไม่ทั้งหมดหรอกครับ เพราะด่านต่อไปของผมคือชบา ผมไม่รู้ว่าน้องพร้อมจะบอกเรื่องระหว่างเรากับคนอื่นๆ เมื่อไหร่

 

 

--100%--

ลบบทพี่ปืนหลายรอบมาก งงๆ 5555555

ขอโทษที่หายไปหลายวัน พอดีติดปรมาจารย์ลัทธิมารไปหน่อย ติดผู้ชายค่ะ 55555

ความคิดเห็น