email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 414

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2563 11:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4
แบบอักษร

พอสายหน่อย ดวงอาทิตย์ที่เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้อากาศอุ่นสบายมากขึ้น ก้องเกียรติอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็เดินผิวปากอย่างสบายอารมณ์ลงมาจากบ้านพัก ในมือถือหมวกกันน็อกมาด้วยใบหนึ่ง ชายหนุ่มเดินไปที่มอเตอร์ไซด์คันเก่ง ที่เอามาจากบ้านด้วย ในตอนที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ในตอนแรก เขาคิดว่า ในวันที่อากาศดีๆอย่างนี้ น่าจะไปขี่รถเล่นรอบๆเมืองนี้สักหน่อยน่าจะดี ต่างว่าออกสำรวจพื้นที่ไปด้วยในตัวเลย ที่จริงเขาย้ายมาประจำที่นี่ได้พักใหญ่แล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยได้มีเวลาออกไปไหนมาไหนมากนัก วันนี้มีโอกาสแล้ว ต้องไปขี่รถเล่นให้รอบเมืองเลยเชียว ชายหนุ่มคิดอย่างครึ้มอกครึ้มใจ ก้องเกียรติขี่รถเล่นไปเรื่อยๆ ลัดเลาะไปตามถนนเส้นเล็กๆที่คดเคี้ยวเลี้ยวลดอย่างเบิกบานสำราญใจ โดยทั้งสองข้างทาง เต็มไปด้วยนาข้าวเขียวขจี ทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตา เหมือนพรมผืนใหญ่ ที่ปูทาบอยู่บนผืนดินที่อุดมสมบูรณ์นั้น ข้าวในนาบางแปลง ออกสีเหลืองทองอ่อนๆแล้ว เพราะตอนนี้เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว แล้วอีกไม่นาน ชาวนาก็จะได้เก็บเกี่ยวผลผลิต ที่ตนได้ลงแรงกายแรงใจไปกัน อย่างหน้าชื่นตาบานกันโดยทั่วหน้า ชายหนุ่มขี่รถเล่นกินบรรยากาศไปเรื่อยๆอย่างเพลิดเพลินจำเริญใจ แต่แล้วเขาก็ไปสังเกตเห็นว่า ขนำ(เถียงนา)หลังน้อยที่อยู่ห่างออกไปประมานเกือบร้อยเมตรได้นั้น มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง กำลังทำอะไรกันอยู่ที่นั่น ส่งเสียงดังเอะอะมะเทิ่งกันพอสมควรทีเดียว ก้องเกียรติชะลอรถช้าๆเข้าไปจอดดู อยู่ที่ไต้ต้นไม้ใหญ่ข้างทาง ที่มีพุ่มไม้เตี้ยๆอยู่ตรงนั้นพอได้กำบังตัว เสียงดังลักษณะเช่นนี้ คงจะกำลังเมากันอยู่แน่ๆ แต่จะเมาอะไรกันนี่สิน่าคิด เพราะตอนนี้ ยาเสพติดมีอยู่ทุกที่มากมายอย่างน่าเป็นห่วง แต่ถ้าเขาเข้าไปในตอนนี้ ก็คงจะไม่ดีแน่ เพราะมาคนเดียวเสียด้วย นอกจากจะทำอะไรไม่ได้แล้ว ยังอาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้อีกด้วย และในขณะที่ชายหนุ่มกำลังละล้าละลังคิดไม่ตกอยู่นั้น จู่ๆก็มีมือของใครบางคน ยื่นมาสะกิดที่ไหล่ของเขาเบาๆ ก้องเกียรติไม่ทันรู้ตัว ถึงกับสะดุ้งจนเผลอร้องออกมาอย่างตกใจ 

"เฮ้ย! นี่เธอทำอะไรน่ะ ตกใจหมดเลย" ชายหนุ่มว่าเสียงดัง มือขวายกขึ้นมาทาบอยู่บนอกอย่างไม่ได้ตั้งใจ ก่อนจะหันมาจ้องมองหน้าของเจ้าของมือจอมซนนั้นอย่างเอาเรื่อง แต่พอมองไปมองมาดีๆแล้ว 

"เอ..เคยเห็นหน้าแม่คนนี้ที่ไหนมาก่อนหรือเปล่านะ" ก้องเกียรติคิดพลางยื่นหน้าเข้าไปมองใกล้ๆขึ้นอีกนิด 

"เบิ่งอิหยังคักแถะ..!" แตนดุเขาเสียงเขียวขึ้น โดยไม่หลบสายตาเลยแม้แต่น้อย 

"อ้อ..เธอนั่นเอง แม่เด็กแสบที่เถียงคำไม่ตกฟากคนนั้น" คำพูดของก้องเกียรตินั้น ทำให้เด็กสาวหน้าหงิกขึ้นมาทันที 

"ไผเด็กแสบ เจ่าเป็นคนผิด ถิย่างบ่เบิ่งทาง แล้วกะยังสิมาวาไห่คนอื่นอีกติ๊" แตนเถียงกลับอย่างไม่ยอมลดราวาศอก เพราะคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนผิด แต่ก้องเกียรติกลับไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของเด็กสาวนัก เพราะกำลังมัวแต่มองไปที่ขนำกลางนา ที่มีกลุ่มของวัยรุ่นกำลังส่งเสียงเฮฮากันอยู่ที่นั่น แตนเห็นท่าทางของเขา ก็นึกสงสัยว่ากำลังทำอะไรอยู่จึงถามขึ้น 

"นี่ เจ่ากำลังเฮ็ดอิหยังยุติผู้หมวด ซองเบิ่งอิหยังยุหั่นติ" 

"จุ๊ๆ อย่างเสียงดังไป" ชายหนุ่มพูดปราบมขึ้นเบาๆ แต่แตนก็ยังไม่เข้าใจเจตนาของเขาอยู่ดีนั่นเอง 

"เป็นอิหยัง เจ่าจังมาซอมเบิ่งพวกนั่นเขากินเหล่าเมายากันหือ" 

"แต่ฉันคิดว่าคงจะไม่ใช่แค่เหล้าหรอกมั้ง ดูท่าแล้วคงจะมีมากกว่านั้นแน่ๆ" 

"หลายกว่านั่นคืออิหยัง?" 

"ก็ๆ..เอ ฉันได้กลิ่นอะไรแปลกๆ นี่เธอไปเหยียบอะไรมาหรือเปล่าเนี่ย! กลิ่นมันเหมือน..?" ชายหนุ่มพูดพลางยกฝ่าเท้าของตัวเองขึ้นมาสำรวจทีล่ะข้าง เพื่อหาที่มาของกลิ่นนั้น 

"กลิ่นอิหยัง" แตนถามหน้าซื่อๆ 

"กลิ่นเหมือน.." 

"นี่บ่.." เด็กสาวยกคุถังใบไม่ใหญ่นัก ที่ถืออยู่ในมือขึ้นให้เขาดู 

"หือ..นี่มันคืออะไรหรือ?" ก้องเกียรติชะโงกหน้าเข้ามาดูในคุถัง ที่เธอยกขึ้นให้ดูใกล้ๆ แต่พอได้เห็นสิ่งที่อยู่ในคุถังนั้นเข้าจังๆ ก็ทำให้ชายหนุ่มถึงกับต้องกระโดดหนีออกมาแทบไม่ทันเลยทีเดียว 

"นี่อะไรน่ะ เหม็นมาก แล้วมันก็ๆ มันๆๆ" เขาถามขึ้นด้วยสีหน้าผะอืดผะอมอย่างกลั้นไม่อยู่ ท้องไส้มวนเข้าหากันจนเกือบจะอ้วกออกมาเสียให้ได้ 

"แมงกุ๊ดจี่ เจ่าบ่ฮู้จักติ๊ ข่อยเพิ่งสิไปหามาได่ใหม่ๆเลย" เมื่อได้ฟังแบบนั้น ก้องเกียรติก็ถึงกับผงะไป พร้อมกับทำท่าโก่งคออย่างคลื่นเหียน จนท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด พลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาบีบที่จมูกของตนเอาไว้ ก่อนจะหันมาเอ็ดเธอเสียงดังลั่นไป 

"นี่! เอาออกไปไกลๆเลยนะ! นี่เธอกินอะไรไม่เลือกแบบนี้ได้ยังไงกันน่ะ" ชายหนุ่มพูดไปก็โก่งคอไปด้วย เพราะปั่นป่วนในท้องจนเหลือกำลังแล้ว 

"ซางวาแถะ! ถ่าได่ลองแล่วสิติดใจเด๊ะล่ะ! แซบหลายเด้อสิบอกไห่" 

"เชิญเธอแซบไปคนเดียวเถอะ! แหวะ! เหม็นมาก! น่าเกลียด.. กินเข้าไปได้ยังไงกันของแบบนี้น่ะ" แตนทนยืนมองชายหนุ่ม ทำท่าทางรังเกียจอย่างออกนอกหน้านอกตาแบบนั้นต่อไปไม่ไหว จึงเดินหนีเขาไปเสียดื้อๆอย่างเหลืออด 

"แล้วนั่นเธอจะไปไหนน่ะ?" เขาถามขึ้น เมื่อจู่ๆเด็กสาวก็เดินหนีไปเสียดื้อๆแบบนั้น 

"เมือบ้าน" แตนตอบโดยไม่หันกลับมามองเขาแม้แต่น้อย ก้องเกียรติมองไปรอบๆตัว ก็เห็นว่าที่ตรงนี้ อยู่ห่างจากหมู่บ้านที่เด็กสาวอยู่ไม่ใช่น้อยเลย จึงอดห่วงเธอขึ้นมาไม่ได้ 

"ขึ้นรถสิ เดี๋ยวฉันไปส่งให้" เขาบอก ทั้งที่ยังคงหวาดๆกับสิ่งที่เธอกำลังถืออยู่ในครุถังนั้น 

"บ่" แตนตอบ พลางเดินเร็วขึ้นไปอีก จนก้องเกียรติต้องส่ายหน้าให้กับความดื้อรั้นของเธอ ก่อนที่จะเดินไปขึ้นรถ แล้วสตาร์ทเครื่องขับไปจอดดักหน้าของเด็กสาวเอาไว้ 

"ขึ้นมาเถอะน่า ฉันก็กำลังจะกลับพอดีอยู่แล้ว ก็ไปส่งเธอด้วยก็ได้ หมู่บ้านก็อยู่ไกลไม่ใช่น้อย เร็วๆเข้า ฉันหิวแล้วข้าวเช้ายังไม่ตกถึงท้องเลย" 

"บ่ต้องดอกค่ะ เจ่ากลับไปก่อนโลด ข่อยกลับเองได่ บ่ต้องมาใจดีนำข่อยดอก" 

"ใจดีอะไรกัน ก็แค่อยากทำบุญกับเด็กก็เท่านั้นเองแหละ ทำไมดื้อขนาดนี้เนี่ย! เร็วๆเข้าหิวแล้ว!" 

"โอ้ย! เนาะ! เอ้า! ขั่นอยากสิเฮ็ดบุญปานนั่นข่อยยอมกะได่ คือสิได่ขึ้นสวรรค์แล้วเนาะบาดเทือนี่น่ะ" เด็กสาวพูดค่อนขอดขึ้นอย่างหมั่นไส้ ที่เห็นเขาอยากจะช่วยเธอขนาดนั้น 

"พูดอะไรของเธอน่ะยัยต๊องเอ้ย! เอ้าจับดีๆล่ะ! ถนนมันขรุขระ แล้วไอ้แมงกุ๊ดจี่อะไรเนี่ย! ช่วยเอาออกไปห่างๆฉันด้วย โอ้ย!เหม็นมากกกกก" ก้องเกียรติบ่นไปก็นึกขำตัวเองไป นี่เราจะมาวุ่นวายอะไรกับยัยเด็กคนนี้นักหนากันนะ ไม่เข้าใจจริงๆ.. 

ความคิดเห็น