facebook-icon

ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนนิยายของเอสนะคะ รัก <3

ต้องห้ามรัก 6 ไม่ต้องการพี่ชาย 100%

ชื่อตอน : ต้องห้ามรัก 6 ไม่ต้องการพี่ชาย 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ส.ค. 2562 18:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ต้องห้ามรัก 6 ไม่ต้องการพี่ชาย 100%
แบบอักษร

ต้องห้ามรัก 6 ไม่ต้องการพี่ชาย 

 

 

 

 

หลังจากคุยกับพ่อเสร็จเรียบร้อยผมก็พาตัวเองออกห่างจากชบาทันที โดยการไปเชียงใหม่โดยไม่บอกเธอ ผมก็ไม่อยากหักดิบตัวเองแบบนี้หรอกครับ แต่กลัวอดใจไม่ไหว ก่อนหน้านั้นก็ติดต่อไปหาไอ้ป่าเพื่อให้มันคอยช่วยดูแลน้อง แต่ก็มิวายได้ยินเสียงหัวเราะบวกกับน้ำเสียงกวนตีน

ผมมาทำงานก่อนกำหนด เลยทำได้มากสุดก็แค่เคลียร์งานอื่นๆ เท่านั้น เพราะส่วนใหญ่คนที่คอยจัดการเรื่องทุกอย่างแทนผมคือผู้จัดการของที่นี่

เฮ้อ!

เป็นการมาทำงานที่กระวานกระวายใจมากๆ เลยครับ เพราะใจผมไม่ได้อยู่ที่นี่

ก๊อก ก๊อก 

เสียงเคาะประตูห้องทำงานทำให้ผมต้องผ่อนลมหายใจหนักๆ ปรับเปลี่ยนสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ พร้อมกับร่างบางของใครบางคนที่เดินเข้ามา

“สวัสดีค่ะ แทน”

“รุจิรา” ผมถึงกับขมวดคิ้วเลยครับ จู่ๆ เธอมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง

“ใช่ค่ะ”

“คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ”

“เพราะความคิดถึงมั้งค่ะ” เธอว่าพลางก้าวขาเดินเข้ามาหาผม เดินลัดเลาะเข้ามานั่งอยู่บนตักผมจนได้ครับ “จิมาดูงานแทนคุณพ่อที่นี่นะคะ และรู้ว่าคุณเองก็มา จิเลยถือโอกาสมาหาที่นี่ยังไงล่ะคะ”

“อ๋อ งั้นเหรอครับ ผมนึกว่าคุณให้คนตามดูผมซะอีก”

“บ้าเหรอคะ จิจะทำแบบนั้นไปทำไม” เธอดูด้วยน้ำเสียงติดตลก แต่ผมกลับรู้สึกว่าเธอกำลังเสแสร้งเพราะใจจริงๆ รุจิราคงให้คนตามดูผมอย่างแน่นอน

“นั่นสิครับ”

“จิหิวจังเลยค่ะ แทนเคลียร์งานเสร็จหรือยังคะ”

“ยังเลยครับ” ผมเลือกจะปฏิเสธเพราะไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวกับเธออีกแล้ว งานใหญ่ที่ร่วมหุ้นกันก็ผ่านไปด้วยดี แต่เธอมักจะเข้ามาแสดงความเป็นเจ้าของผมเสมอ ข้อนี้ผมรู้ตัวเองดีว่าสร้างเรื่องเอาไว้เอง

“แต่จิอยากได้เพื่อนกินข้าวนะคะ แทนช่วยสละเวลาให้จิหน่อยได้ไหม”

“งั้นคุณรอผมอีกครึ่งชั่วโมงได้หรือเปล่า”

“ได้ค่ะ” เธอยิ้มพลางก้มหน้าลงมาจะจูบปาก แต่ผมกลับเบือนหน้าหนีเธอจึงทำได้แค่หอมแก้มเท่านั้นก่อนจะลุกไปนั่งรอผมที่โซฟาแทน

* 

ร้านอาหารสุดหรู ถูกเลือกโดยรุจิรา ผมแค่นั่งปั้นหน้ากินข้าวกับเธอเท่านั้น เธอดูอกเอาอกใจผมมากเลยทีเดียว แต่ผมกลับทำได้เพียงแค่ปั้นหน้ายิ้มเท่านั้น

“ไม่หิวเหรอคะ ทำไมคุณถึงเงียบๆ”

“เปล่าครับ ผมแค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้นเอง”

“ช่วงนี้งานคุณเป็นยังไงบ้างคะ”

“ก็ดีครับ”

“แทนคะ จิ…” เธอเหมือนจะเอ่ยถามอะไรออกมา แต่กลับถูกขัดจังหวะโดยเสียงโทรศัพท์ของผมซะก่อน เธอถึงได้เงียบไป

“ผมขอออกไปรับสายก่อนนะครับ”

“ค่ะ”

ผมลุกเดินเลี่ยงออกมาคุยโทรศัพท์นอกร้านอาหาร โดยมีสายตาของรุจิรามองผ่านกระจกร้านมาเป็นระยะ ปลายสายที่โทรเข้ามาคือป่าราบ

“ฮัลโหล”

(สวัสดีครับพี่ชาย ผมมีข่าวดีมารายงานให้ทราบครับ)

“ข่าวดี?”

(น้องชบาคนสวยโกรธพี่ยกใหญ่เลยครับ)

“ข่าวดีตรงไหนวะ”

(ฮ่าๆ)

“ไอ้ป่า!”

(โอเคๆ ผมไม่แกล้งพี่แล้วครับ น้องโกรธเรื่องที่จู่ๆ พี่ก็รีบไปเชียงใหม่นั่นแหละครับ ผมก็เลยแก้ตัวแทนไปว่าพี่มีงานด่วนจริงๆ)

“กูเจอรุจิราทีนี้”

(ห๊ะ!)

“เธอบอกว่ามาดูงานแทนพ่อ แต่กูว่าไม่น่าจะใช่”

(เรื่องชักจะยุ่งไปแล้วสิครับ ถ้ายังไงพี่ก็พยายามทำตัวให้ดีๆ อยู่ห่างจากเธอให้เยอะๆ)

“ไม่ทันแล้วว่ะ”

(งั้นคงต้องตัวใครตัวมันแล้วแหละครับ แต่ถ้าเป็นผม… อดเปรี้ยวไว้กินหวานคงไม่ได้ผลหรอก)

“ขนาดมึงยังทนกับพริกหวานมาได้เกือบสามปีเลย”

(มันไม่เหมือนกัน)

“มันก็ไม่ต่างกันหรอก”

(ต่าง! ถ้าพี่ไม่รีบทำอะไรสักอย่าง ระวังชบาจะถูกแย่งไป ผมเตือนแค่นี้แหละ สวัสดีครับ)

“ไอ้…” ยังพูดไม่ทันจบเลยครับ ไอ้ป่าก็ชิงตัดสายไปซะก่อน ผมได้แต่ยืนนิ่งๆ คิดไม่ตกเลยทีเดียว เก็บโทรศัพท์เดินเข้าไปหารุจิราด้านใน

“ใครโทรมาเหรอคะ สีหน้าคุณดูเครียดเชียว”

“ป่าน่ะ โทรมาเรื่องงาน รีบกินเถอะครับ ผมมีงานต่อ”

“ค่ะ” อาหารมื้อนี้ผมนั่งแทบไม่ติดเลยครับ กังวลกับคำขู่ของไอ้ป่านี่แหละ หลังจากกินมื้อเที่ยงเรียบร้อยผมก็ขับรถไปส่งรุจิราที่โรงแรมก่อนจะกลับไปทำงานต่อ

ผมไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ต้องเริ่มที่ตรงไหน มันเหมือนทุกก้าวคือบททดสอบที่ผมต้องผ่านไปให้ได้ ผมใช้เวลาแทบจะทุกนาทีอยู่กับงานและกองเอกสารตรงหน้า ไม่อยากฟุ้งซ่านเรื่องของชบา ตลอดระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่อยู่เชียงใหม่ผมแทบไม่ติดต่อใครเลยครับ แม้แต่ชบาก็ตาม

เรื่องงานผ่านไปได้ด้วยดี แต่เรื่องหัวใจนี่สิหนักหนาเหลือเกิน…

ผมมีกำหนดกลับกรุงเทพวันนี้ จริงๆ ก็ยังไม่อยากกลับ แต่ต้องกลับครับ ส่วนรุจิราหลังจากวันนั้นผมก็เลือกจะหลบหน้าเธอแทน แต่มันไม่ง่ายเลยเพราะการไปกินข้าวกับเธอวันนั้น ทำให้มีภาพหลุดระหว่างผมกับเธอออกไป ไหนจะหัวข้อข่าวเม้าส์ที่บอกว่าพวกเรากำลังคบหาดูใจกันอีก ทำไมมีแต่เรื่องเครียดๆ เข้ามาเนี่ย

ครืด ครืด 

พูดถึงรุจิราไม่ทันไร เธอก็โทรเข้ามาหาผมซะแล้วครับ ผมยืนมองหน้าจอโทรศัพท์นิ่งๆ การจะเขี่ยรุจิราให้ออกไปจากชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ

“สวัสดีครับ”

(แทนคะ คุณเห็นข่าวหรือยัง)

“ครับ”

(เอ่อ…) เธอกำลังแสดงละครอยู่สินะ ถ้าไม่ใช่ฝีมือเธอ ภาพนี้คงไม่โผล่ออกไปอย่างแน่นอน

“ผมไม่ค่อยชอบเป็นข่าวไร้สาระแบบนี้สักเท่าไหร่ คุณพอจะจัดการได้ใช่มั้ย”

(ไร้สาระเหรอคะ? ทำไมแทนถึงพูดแบบนี้)

“พวกเราไม่ได้เป็นอย่างที่ข่าวว่าเอาไว้ คุณไม่จำเป็นต้องเดือดเนื้อร้อนใจก็ได้นะครับ”

(แต่จิเสียหายนะคะแทน)

“พวกเราแค่ไปกินข้าวด้วยกัน หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

(ทำไมแทนพูดแบบนี้ คุณก็รู้ว่าจิคิดยังไง แถมคุณพ่อยังไม่โอเคกับเรื่องนี้อีกด้วย จิว่าแทนควรจะ…)

“ผมคิดว่าคุณคงจะมีวิธีทำให้พ่อของคุณเข้าใจได้ดีกว่าผมนะครับ”

ผมพูดทิ้งท้ายเอาไว้เพียงแค่นั้นก่อนจะกดตัดสายไป ถ้าเรื่องนี้ไม่ใช่ฝีมือของเธอแล้วภาพพวกนี้จะหลุดออกไปได้ยังไง คิดแล้วก็เครียดครับ

“เรื่องเก่ายังไม่ได้ง้อเลย มีเรื่องใหม่มาอีกแล้ว ชาตินี้จะได้ไหม เมียน่ะ เฮ้อ!” ได้แค่บ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินไปขึ้นรถ เตรียมตัวกลับกรุงเทพ

เอาว่ะ! เป็นไงเป็นกัน ลองทำอะไรตามใจตัวเองดูบ้าง เผื่อมันจะง่ายขึ้น

* 

ผมกลับมาถึงกรุงเทพในเวลาเกือบห้าทุ่ม แต่ดันมีปัญหาเพราะผมไม่สามารถเข้าห้องที่คอนโดได้ จนต้องลงไปติดต่อด้านล่างและได้คำตอบที่ทำให้ผมหัวเสียมากเลยทีเดียว

“ขอโทษค่ะ คุณชบาเธอสั่งเปลี่ยนคีการ์ดและกุญแจห้องใหม่หมดเลยค่ะ” นี่คือคำตอบที่ผมได้รับครับ

“เมื่อไหร่?”

“ห้าวันก่อนค่ะ” ถ้าให้ผมเดา คงเพราะเห็นข่าวซุบซิบของผมกับรุจิราแน่นอน แสบจริงๆ

“ผมขอกุญแจสำรองหน่อย”

“เอ่อ…”

“ไม่ว่าชบาจะสั่งอะไรเอาไว้ ผมจะรับผิดชอบเอง เอากุญแจสำรองมา”

“ค่ะๆ” ผมรู้ว่าเธอไม่อยากเดือดร้อน แต่ระหว่างชบากับผม มันก็แน่อยู่แล้วว่าพนักงานต้องฟังผมมากกว่าชบา

หลังจากได้กุญแจสำรองผมก็กลับขึ้นห้องอีกครั้ง เปิดประตูเข้าไปด้านในไฟในห้องมืดสนิทแล้ว แต่เสียงเครื่องปรับอากาศยังคงทำงานอยู่ ชบาคงค้างที่นี่สินะ ผมไม่ได้เข้าไปหาน้องในห้อง ตั้งใจจะว่ากลับเข้าห้องนอนตัวเองเพื่ออาบน้ำและนอนพักผ่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยตื่นมาคุย แต่ผมกลับเข้าห้องตัวเองไม่ได้ครับ

“แม้แต่ห้องนอนยังเปลี่ยนงั้นเหรอ” ผมเชื่อชบาเลยจริงๆ ครับ สุดท้ายน้ำก็ไม่ได้อาบ แถมยังต้องมานอนที่โซฟาแทนเตียงนุ่มๆ อีก

ผมนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย คิดไปถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับชบา มันจะเป็นไปได้งั้นเหรอ? ผมไม่สามารถรู้ได้เลยว่าชบาคิดยังไง เพราะน้องเก็บความรู้สึกเก่ง ถึงนิสัยบางอย่างจะเหมือนแม่ แต่น้องก็มีมุมที่แข็งเหมือนพ่ออยู่ดี

เฮ้อ!

เจอแต่งานหนักๆ ตอนนี้แค่คิดจะง้อชบาเรื่องหนีไปเชียงใหม่ก่อนยังยากเลยครับ เจอเรื่องรุจิราไปอีกคงยากคูณสองแน่นอน…

ผมนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ครับ สะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ในห้องนอนของชบา ผมฟังจนมั่นใจว่าชบาไม่ได้อยู่คนเดียวแน่นอน แต่ก็ไม่รู้ว่าอีกคนที่อยู่ในห้องกับชบาคือใคร จนพาตัวเองลุกเดินไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้อง กำลังจะเคาะประตูเรียก แต่กลับมีคนเปิดออกมาซะก่อน

“พะ พี่แทน” ชบาเรียกผมด้วยน้ำเสียงตกใจ “ขะ เข้ามาได้ยังไงคะ”

“ชบา พี่…” คำตอบจากริมฝีปากของผมหายไปเมื่อได้ยินเสียงของผู้ชายดังตามหลังชบามา เจ้าของน้ำเสียงเดินออกมาหยุดอยู่ข้างๆ ชบาพร้อมกับสีหน้าตกใจทันที “ไอ้แทน”

“เมื่อคืนอยู่ด้วยกันเหรอ?” ผมเอ่ยถามเสียงนิ่งๆ ทั้งๆ ที่อยากจะเข้าไปกระชากไอ้เบลมาต่อยให้คว่ำ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะสถานะของผมกับชบามันทำอะไรไม่ได้มากนอกจากตั้งคำถาม

“เออ! พอดีเมื่อคืนกูเจอชบาที่ผับแถมเมาอีก กูเลยอาสามาส่ง แต่น้องไม่ยอมให้กูกลับ”

“ชบาเมา ชบาไม่รู้เรื่องจริงๆ นะคะ” สีหน้าแตกตื่นโคตรๆ หารู้ไหมว่าหัวใจของผมตอนนี้แทบระเบิดแล้ว “แล้วพี่แทน…”

“พี่แค่จะกลับมาเอาของน่ะ”

“เฮ้ย! มึงไม่โกรธกูใช่มั้ยวะ กูไม่ได้ล่วงเกินชบาเลยนะโว้ย” ไอ้เบลพูดแก้ตัว ถึงท่าทางมันจะเหมือนผู้ชายเจ้าชู้ แต่จริงๆ มันก็เป็นสุภาพบุรุษมากพอ มันหรือเปล่านะที่ป่าราบเคยพูดขู่ผมเอาไว้ก่อนหน้านี้

“เรื่องส่วนตัวของชบา กูไม่ก้าวก่ายอยู่แล้ว แต่อย่าให้พ่อรู้ก็แล้วกัน ถึงมึงจะเป็นลูกของลุงเบียร์ พ่อก็ไม่ไว้หน้าหรอกนะ”

“คำขู่มึงน่ากลัวกว่าอีก”

“งั้นกูขอตัวก่อนนะ” ผมไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้แล้ว อยากเดินออกไปให้เร็วที่สุด

หมับ! 

ข้อมือของผมถูกรั้งเอาไว้โดยมือคู่เล็กก่อนที่สองขาจะก้าวเข้าไปในลิฟต์ ชบาไม่ได้พูดอะไรนอกจากลากผมออกไปหามุมอื่นคุยกันเท่านั้น ผมก็ช่างตัวอ่อนเดินตามไปอย่างง่ายดายเหลือเกินครับ

“พี่แทน น้องอธิบายได้นะคะ แล้วก็…”

“ไม่จำเป็นหรอก พี่เข้าใจ ชบาโตแล้ว แต่จะทำอะไรก็นึกถึงพ่อกับแม่ด้วยนะ ไม่ใช่เมาแล้วลากผู้ชายคนไหนเข้าห้องแบบนี้ก็ได้ ถ้าตรงหน้าไม่ใช่ไอ้เบล มันจะเกิดอะไรขึ้น”

“พี่แทน! ทำไมต้องพูดเหมือนดูถูกกันด้วย ทีพี่ยังนัดผู้หญิงคนนั้นไปเจอที่เชียงใหม่ได้เลย ปากบอกว่าไม่มีอะไร แต่ใจจริงๆ กลับไม่ใช่”

“แล้วไง? พี่เป็นผู้ชายนี่ ความอยากมันก็ต้องมี”

“…” ชบาเงียบไม่พูดอะไรออกมา แววตาของน้องสั่นระริกดวงตาเริ่มแดงก่ำ เหมือนจะร้องไห้และผมก็ไม่อยากเห็นน้ำตาของชบาตอนนี้ด้วย

“ลงทุนเปลี่ยนกุญแจและคีการ์ดเพราะแบบนี้ด้วยหรือเปล่า”

“ถ้าใช่แล้วจะทำไม” ชบาคนนี้ผมไม่เคยเจอเลยจริงๆ ครับ เธอทำให้ผมตั้งรับไม่ทัน

“ถ้าไม่อยากให้อยู่ด้วยก็บอกกันดีๆ ไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งยากหรอก แค่บอกเดี๋ยวจะไปเอง”

“งั้นก็ออกไปสิคะ ชบาต้องการอิสระ ไม่ต้องการคนคุม ชบาโตแล้ว!”

“…” ผมเงียบไปทันที ตอนนี้พวกเราเหมือนไฟกันทั้งคู่ คุยกันไปก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี ต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจกัน จากที่คิดว่าเรื่องมันจะดี กลับแย่ไปซะหมด

“ชบาไม่ต้องการพี่ชายอย่างพี่แทนอีกแล้ว”

“เข้าใจแล้วครับ ขอโทษที่ทำเกินหน้าที่ของพี่ชาย” ผมว่าก่อนจะก้าวขาถอยหลังออกมา ไม่อยากคุยอะไรอีกแล้ว ยิ่งคุยยิ่งแย่ ยิ่งตอกย้ำว่าผมเป็นได้แค่ไหน

เป็นได้แค่พี่ชายและไอ้ขี้แพ้… พี่ชายงั้นเหรอ? แม้แต่ตอนนี้ชบายังไม่ต้องการเลยครับ

 

 

 

______________________________________________

อยากหาคนต้นคิด ไปตบป่าราบเลยนะคะ 5555555555555555

ฉันไม่รู้ มันออกมาแบบนี้เอง...

ความคิดเห็น