email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2563 10:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2
แบบอักษร

แตนนั่งเอามือท้าวคางมองแม่ของตน ที่กำลังนั่งปะชุนเสื้อของพ่อที่ขาดเพราะเก่ามากแล้วอยู่ที่ชานบ้าน ปากก็ชวนคุยไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคนช่างพูดอย่างเธอ 

"อิแม่ข่อยนี่ฝีมือจังซี่เลย เย็บผ่าได่เนี๊ยบเฉียบขาดอิหลี" 

"ยะมาเว่าย่องคือหลาย เย็บปักถักฮ้อย มันเป็นงานของแม่หยิง ไผๆเขากะเฮ็ดได่เหมิดนั่นล่ะ" 

"จ้าอิแม่คนเก็ง เออ..อิแม่กับอิพ่อคึดดนบ่จังได่ชื่อข่อยออกมาแบบนี่น่ะ มูเขาคึมีตะผุชื่อม่วนๆ ชื่อข่อยคือขี่ล่ายแท่" แตนถามจ้องมองแม่ของตนตาแป๋วอย่างอยากรู้จริงๆจังๆ เตี้ยมองหน้าลูกสาวยิ้มๆ พลางคิดว่าลูกสาวของเธอยิ่งโตก็ยิ่งสวยน่ารักทีเดียว ก่อนที่จะคิดแกล้งลูกสาวของตัวเองเล่น 

"บ่" สาวน้อยฟังดังนั้น ก็ขมวดคิ้วทำหน้างง ถามกลับเสียงใส 

"เป็นหยังคือบ่คึดดนๆฮึ อิแม่" 

"ชื่อนี่มันมีตำนานตั่วอิหล่า" 

"มุนบ่อิแม่" 

"โป๊ก!" 

"โอ้ยยยยยย!" 

"นี่แน่ะ! มุนบ่ ทะลึ่งดีหลาย" มะเหงกของเตี้ยนี่ไวที่สุดในสามโลกแล้ว น้องชายตัวแสบเคยเตือนเอาไว้แล้ว แต่เธอก็ยังโดนจนได้ แตนได้แต่เอามือลูบหัวของตัวเองปอยๆ เพราะไม่ทันตั้งตัวจึงหลบไม่ทัน เลยโดนไปเต็มๆ เตี้ยได้แต่หัวเราะขำๆกับท่าทางของลูกสาวจอมซน 

"เรื่องมันมียุวา ตอนถิแม่กำลังท้องมึงยุนั่น มีมื่อนึง แม่อยากกินแกงเห็ด พ่อมึงกะเลยเข่าป่าไปเก็บเห็ดไห่ ไปคราวนึงกะกลับมา แตวาหั่นบ่ได่เห็ดจักดอกเลย แถมยังหน่าตาพังเหมิดจนจำเกือบบ่ได่อีกซ่ำ" 

"ห่ะ! อิพ่อเพิ่นเป็นอิหยังติอิแม่?" 

"กะพ่อมึงไปพ้อฮังแตนเข่าหั่นแล่ว เลยถืกแตนรุมตอดเอานั่นตั่ว เล่นเอาลุกบ่ขึ่นไปหลายมื่อเลยล่ะ พอมึงเกิดมาเพิ่นคึดพ้อเรื่องนี่ทือได่กะเทิ่งขำเทิ่งแค้นใจหลาย กะเลยตั้งชื่อว่าแตนนี่ล่ะ" แตนฟังแม่ของเธอเล่าแล้ว ก็ถึงกับอ้าปากค้างไปเลยทีเดียว เพราะอาการแพ้ท้องของแม่เธอเกือบจะทำให้พ่อต้องตายเสียแล้วไหมล่ะ แต่น้องชายของเธอก็ชื่อต่อนี่นาถ้าอย่างนั้น..ไม่หนักกว่าหรือนี่ 

"เอ้า! ถ่าจังซั่นบักต่อล่ะ ตอนสิเกิดอิพ่อกะถืกต่อตอดคือกันสั่นเบาะ" 

"บ่ เพิ่นตั้งไห่ชื่อมันคล้องกันซือๆนี่ล่ะ ฮะๆๆๆๆ" เตี้ยบอกซื่อๆก่อนที่จะหัวเราะออกมาอย่างขำๆ 

"เหมิดคำสิเว้าเลยพ่อกับแม่ข่อย ฮ่อยยยยยยยย" แล้วทั้งแม่ทั้งลูกสาวก็หัวเราะขำกลิ้งกันอยู่ตรงนั้นนั่นเอง สักพักก็ได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกอยู่ทางหน้าบ้าน จึงพากันหยุดนิ่งฟัง 

"แตนๆ อยู่บ่แตน" เป็นเสียงของน้อยนั่นเอง ที่มาตะโกนเรียกเพื่อนสาวอยู่ด้านล่างทางหน้าบ้าน แตนจำได้ว่าเป็นเสียงของเพื่อนจึงเดินลงบันไดไปหาที่หน้าบ้าน 

"ยุนี่ มึงมีอิหยังอีน้อย คือมาเอิ้นโหวกเหวกยุมืดค่ำปานนี่แล้ว" 

"เอ้า! สิมาชวนไปเบิ่งหนังกลางแปลงนำกันนั่นตั่ว กำนันสุขเพิ่นจ้างมาเอาบุญขึ่นบ้านใหม่ของเพิ่นนั่นเด้ มึงไปอยู่ไสมาจังบ่ได่ยินเขาประกาศหืออีแตน"  

"สั่นเบาะกูบ่ฮู้เนาะ เอ้อ! ไปกะไป กินข้าวแลงแล่วกูสิไปหาเด้อ" 

"โอเค แมใหญ่สอน ฮ่ะๆๆๆ" น้อยบอกล้อๆพร้อมกับหัวเราะชอบใจ ก่อนจะเดินกลับบ้านไป แตนจึงเดินกลับขึ้นบ้านไปอย่างอารมณ์ดี วันนี้มีหนังฟรีให้ดูด้วย เพราะว่าเดี๋ยวนี้ ตามต่างจังหวัดนั้น ไม่ค่อยจะมีหนังกลางแปลงแบบนี้มาฉายกันสักเท่าไหร่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นหนังล้อมผ้าแล้วเก็บเงินค่าผ่านประตู หรือแม้แต่งานบุญต่างๆก็ตาม เด็กๆรุ่นใหม่นี้ ไม่ค่อยจะชอบดูหนังแบบนี้กันแล้ว ส่วนมากจะซื้อเป็นแผ่นมาดูดีวีดีกันที่บ้าน หรือไม่ก็ไปดูโรงใหญ่กันที่ในจังหวัดเลย แม้แต่หนังมาฉายเพื่อขายยาเหมือนสมัยก่อนๆนั้น ก็แทบจะไม่มีให้เห็นอีกแล้วในปัจจุบันนี้ นอกจากจะเป็นงานบุญใหญ่ๆของผู้มีอันจะกินทั้งหลาย ที่จ้างมาฉายเพื่อประดับบารมี และบ่งบอกถึงฐานะความมั่งคั่งของตัวเองเท่านั้น 

"มื่อนี่กำนันสุขเพิ่นเฮ็ดบุญบ้าน มีหนังมาฉายไห่เบิ่งนำ" นางเตี้ยบอกกับลูกสาว 

"ข่อยบ่ฮู้เรื่องเลย อิแม่" 

"มึงสิไปฮู้อิหยังนำบ้านนำเมืองเขาอีแตนเอ้ย! มื่อๆนึงกะมีตะไปฮ้องเพลงไห่ควายไห่วัวฟังยุไฮยุนาพุ้น" นางเตี้ยว่าเข้าให้ ลูกสาวตัวดีจึงได้แต่ยิ้มแหยๆเพราะแม่ของเธอพูดถูกต้องทุกอย่างเลย 

หลังกินข้าวเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อกับแตน ก็ขอแม่กับพ่อออกไปดูหนังกับเพื่อนๆในกลุ่มของตน ค่ำนี้ที่ลานกว้างกลางหมู่บ้าน ที่ทุกคนในชุมชนเอาไว้ใช้เป็นสถานที่จัดงานบุญงานรื่นเริงหรือกิจกรรมทางวัฒนธรรมและประเพณีต่างๆนั้น คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ที่ต่างก็ทยอยกันมาจับจองที่นั่ง เพื่อรอดูหนังที่กำนันสุข กำนันคนดังของหมู่บ้าน ได้จ้างมาฉายให้ชาวบ้านได้ดู ในงานขึ้นบ้านใหม่ของตัวเองในวันนี้ เกือบจะได้เวลาที่หนังจะฉายแล้ว แตนเดินมากับเพื่อนๆของเธออีกสองสามคน ในมือถือเสื่อที่ทำจากต้นกกมาด้วยผืนหนึ่ง น้อยมองหามุมดีๆที่จะปูเสื่อนั่ง 

"ปูโลดแตน เอาหม่องนี่ล่ะกำลังดี เข่าไปใกล้จอหลายมันสิปวดต้นคอ" น้อยบอกเพื่อน แตนจึงจัดการคลี่เสื่อออกปูนั่งตรงนั้นทันที แล้วบอกกับเพื่อนๆว่า 

"นั่งถ่ายุนี่ก่อนเด้อ เดี๋ยวเฮาสิไปซื่อน้ำมาไว่ก่อน เดี๋ยวขั่นหนังฉายแล่วยามหิว มันสิออกไปยาก" เด็กสาวพูดพลางลุกขึ้นยืน เพ่งสายตามองหาแม่ค้าว่าอยู่ตรงส่วนไหนของงาน พอมองเห็นแสงไฟของร้านค้าก็เดินเข้าไปหาทันที เมื่อซื้อเสร็จแล้ว ก็ตรงกลับมายังที่ที่เพื่อนๆนั่งรอกันอยู่ แต่เนื่องจากคนเยอะมาก จึงไม่ทันระวัง ถอยหน้าถอยหลังแล้วก็ชนเข้ากับใครคนหนึ่งเข้า ทำให้น้ำหวานที่คนๆนั้นถืออยู่ กระฉอกหกมาโดนเสื้อของเธอเข้า เด็กสาวกำลังจะร้องขึ้นแต่ต้องอ้าปากค้างเพราะ 

"ว้าย! ตายแล้ว ไม่เป็นไรนะคะผู้หมวด เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะนี่?" เสียงที่ร้องขึ้นกลับไม่ใช่เสียงของเธอ แต่เป็นเสียงของมะลิ ลูกสาวคนสวยของกำนันสุขนั่นเอง แตนไม่รู้จะพูดอะไรดี จึงได้แต่ยืนนิ่งฟังอยู่ ว่าคนที่ชนเธอนั้นจะพูดว่ายังไง 

"เอ่อ..ไม่เป็นไรครับ นิดหน่อยเอง" นายตำรวจหนุ่มบอกอย่างไม่ถือสาหาความอะไร 

"แต่ข่อยเป็น" แตนพูดสวนขึ้นทันที ก็เสื้อตัวเก่งของเธอเลอะน้ำหวานจนเปียกแฉะไปหมดขนาดนั้น แต่กลับไม่มีใครสนใจหรือคิดที่จะขอโทษอะไรเลยสักนิด.. 

ความคิดเห็น