email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2563 09:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1
แบบอักษร

" ~ เมื่อสุริยนนนนนน ย่ำสนธยา หมู่นกกาก็บินมาสู่รัง ให้มาคิดถึงท้องทุ่งนาเสียจัง ป่านฉะนี้คนคอยหวังเมื่อไหร่จะกลับบ้านนา ~" 

เสียงเพลงหวานๆที่ดังแว่วมาแต่ไกล ทำให้นางเตี้ยต้องหยุดยืนนิ่งๆ พลางยกมือขึ้นป้องหูฟัง ว่าเสียงนั้นดังมาจากทางทิศใดแน่ เสียงเพลงนั้น ยังคงดังมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย นางเตี้ยเดินส่ายสายตามองหาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสุดท้าย มาหยุดอยู่ที่ใต้ต้นมะขามข้างๆเถียงนาหลังน้อย ของผู้ใหญ่สินนั่นเอง นางเตี้ยเงยหน้ามองขึ้นไปบนต้นมะขาม พลางยกมือขึ้นท้าวสะเอว ตะโกนเรียกเจ้าของเสียงเพลงที่กำลังร้องอยู่เสียงดังลั่น 

"อีแตน! ลงมาถั่มแม่ะ! เป็นหยังจังปีนขึ่นไปยุเทิ่งต้นไม่เป็นลิงเป็นค่างยุแบบนั่น หือ.." นางร้องบอกลูกสาวเสียงดังอย่างเอาเรื่อง 

"อิแม่! แหะ แหะ" 

"เออ!กะแม่มึงนั่นแล่วอีลูกลิง บอกบ่ฮู่จักจำ ใหญ่ป่านนี่แล่ว ยังสิปีนต้นไม่เป็นเด็กน่อยยุอีก ลงมาเดี๋ยวนี่ ยุตะล่างมันฮ้องบ่ได่ติ๊เพลงนั่น มึงจังขึ่นไปฮ้องยุเทิ่งต้นไม่หือ..อีแตน!" นางเตี้ยบ่นให้ลูกสาวเสียยืดยาว จนแม่สาวจอมซนต้องยิ้มเจื่อนๆไป 

"กะฮ้องได่ยู.. แตมันบ่ได่บรรยากาศคือยุเทิ่งต้นบักขามเนาะ" แตนรีบปีนลงจากต้นมะขาม ปากก็เถียงแม่ของตนไม่ยอมหยุดเช่นกัน แต่พอลงมาถึงพื้นดินเท่านั้นแหละ ก็โดนมะเหงกของผู้เป็นแม่หล่นใส่หัวเข้าให้ทีนึง 

"โป๊ก!นี่แน่ะ! บ่ได่บรรยากาศ กูคันแข่ว" 

"โอ้ย!อิแม่ ข่อยเจ็บเด้อ!" ทำเอาแม่สาวจอมซนร้องเสียงหลงไป พลางยกมือขึ้นลูบหัวของตัวเองปอยๆ แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังคงยิ้มทะเล้นอยู่ไม่เลิก จนผู้เป็นแม่ถึงกับส่ายหัวกับความขี้เล่นของลูกสาว 

"ไปๆ เมือบ้าน มันสิมืดสิค่ำแล่ว ไปเฮ็ดแนวอยากแนวกินไว่ถ่าพ่อมึงกลับมา" เตี้ยบอกพร้อมกับเดินนำหน้าลูกสาวกลับบ้าน ค่ำแล้วดวงตะวันกำลังต่ำลงเรื่อยๆจวนเจียนจะลับขอบฟ้า ท้องฟ้าในยามนี้ เป็นสีส้มเป็นแนวยาว ทาบไปกับท้องฟ้าไกลสุดสายตา ดูสวยงามแปลกตา แต่ก็แฝงไว้ด้วยความน่ากลัวอยู่ไม่น้อย ยิ่งดวงตะวันคล้อยต่ำลงไปเรื่อยๆ สีส้มสดนั้นก็ยิ่งดูเข้มมากขึ้น คนสมัยก่อนเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ผีตากผ้าอ้อมนั่นเอง ลมเย็นๆในตอนใกล้จะค่ำพัดเอื่อยๆเข้ามาปะทะกับใบหน้า ทำให้สาวน้อยขนลุกซู่ขึ้นมาทันทีอย่างช่วยไม่ได้ แตนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีส้มปนเทา ที่กระจายไปทั่วท้องฟ้าในยามนี้ ทำให้เด็กสาวรู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อย เพราะบรรยากาศรอบๆตัวนั้นเริ่มจะมืดลงเรื่อยๆแล้ว เธอจึงรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีก เพื่อให้ทันแม่ของเธอที่เดินนำหน้าลิ่วๆไปโน่นแล้ว 

"~แสงสุริยาจวนลาเหลี่ยมโลก ลมเย็นไผ่เอนไหวโยก ลมโชยโบกพัดพริ้วลิ่วมา จั๊กจั่นเรไรริ่งร้องก้องพนา จวนสิ้นแสงสุริยา ประหนึ่งว่าดนตรีสวรรค์~" 

เสียงเพลงตะวันลับฟ้าของราชินีนักร้องชื่อดังในอดีต เจื้อยแจ้วกังวานออกมาจากปากน้อยๆของเด็กสาว ดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณท้องทุ่ง ฟังแล้วให้ความรู้สึกวังเวง เข้ากับบรรยากาศในยามนี้มากขึ้นไปอีก เสียงกริ่งจากคอควายของชาวบ้าน ที่กำลังต้อนควายของตนเข้าคอก ดังกรุ้งกริ้งแว่วมาแต่ไกล พอให้หายวังเวงไปได้มากทีเดียว ภารกิจของเหล่าชาวไร่ชาวนาในวันนี้ได้จบลงแล้ว จนกว่าจะถึงวันใหม่ เมื่อดวงตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาอีกครั้ง ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่เช่นนี้ในทุกๆวันของชีวิต ตลอดมานับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 

"ย่างไวไวเข่า ก่อนมันสิมืดสิค่ำแตนเอ้ย!" 

"จ้า อิแม่" แตนตะโกนตอบแม่ของเธอ ก่อนที่จะเดินจ้ำอ้าวตามไปจนทันกัน จนกระทั่งกลับถึงบ้าน แล้วรีบเข้าครัวเตรียมหุงหาอาหารด้วยความคล่องแคล่วว่องใว จนกระทั่งเสร็จหมดทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นเธอก็ออกมานั่งเล่นที่ชานบ้าน รอพ่อกับน้องชายกลับมาจากรับจ้างทำไร่ แตนและน้องชายเป็นเด็กบ้านนอกธรรมดาๆ ทั้งคู่ไม่ได้เรียนหนังสือต่อ หลังจากที่จบม.3แล้ว ก็ออกมาช่วยพ่อกับแม่ทำงานรับจ้างทั่วไป ไปวันหนึ่งๆเท่านั้น ครอบครัวของเธอมีที่นาผืนเล็กๆที่ตกทอดมาจากปู่กับย่า ข้าวที่ได้ในแต่ละปีนั้น ไม่พอแม้กระทั่งจะกินเองในครอบครัวด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นจึงต้องไปรับจ้างเขา เพื่อหารายได้เข้ามาใช้จ่ายในครอบครัวเพิ่มนั่นเอง 

"เฮ้อออออ" เสียงถอนหายใจยาวๆของลูกสาว ทำให้เตี้ยต้องหันมามองแบบงงๆ 

"เป็นหยังอีแตน? ถอนใจยาวหลาย เดี๋ยวนำหาบ่พ้อเด้อ" เตี้ยแกล้งว่าให้ พร้อมกับยิ้มขำๆ แตนค้อนขวับทีหนึ่งก่อนจะพูดขึ้น 

"ข่อยกำลังสงสัยวา ชีวิตของเฮามียุซำนี่ติ๊อิแม่? ตะมื่อเกิดจนเฒ่าตาย เจ่าบ่คึดวามันน่าเบื่อเบาะ?" 

"เบื่อกะสิให่เฮ็ดจังได๋ล่ะลูกเอ้ย คนบ้านนอกคอกนาคึเฮา มันกะมียุซำนี่ล่ะ" เตี้ยพูดพลางเอามือลูบหัวของลูกสาวของตนอย่างแสนรัก.. 

ความคิดเห็น