facebook-icon

ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนนิยายของเอสนะคะ รัก <3

ต้องห้ามรัก 1 คำสัญญา 100%

ชื่อตอน : ต้องห้ามรัก 1 คำสัญญา 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.5k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2562 19:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ต้องห้ามรัก 1 คำสัญญา 100%
แบบอักษร

ต้องห้ามรัก 1 คำสัญญา 

 

 

วันเกิดอายุครบสิบสองปี ผมได้ของขวัญชิ้นสำคัญมาจากแม่ เป็นสร้อยข้อมือจี้รูปปืน เป็นของแทนใจระหว่างพ่อกับแม่ 

"แม่ให้ รักษาไว้ให้ดีๆ จนกว่าแทนจะเจอคนสำคัญที่อยากให้จริงๆ นะ"  

ผมยังจำรอยยิ้มของแม่วันนั้นได้เป็นอย่างดี ท่านดูมีความสุขมากที่ได้มอบของสำคัญชิ้นนั้นให้กับผม… 

วันเกิดปีนั้นเหมือนคำสัญญาและการจากลา ผมรู้ใจตัวเองมาตลอด สายตาของผมที่มองเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง มันเปลี่ยนไป แต่ในใจลึกๆ ผมกลับต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอ เพราะเธอมีศักดิ์เป็นน้องสาว แม้พวกเราจะไม่ใช่สายเลือดเดียวกันก็ตาม 

"พี่แทน" เสียงเล็กๆ ในวันนั้นผมยังจำได้ดี ไหนจะรอยยิ้มสดใสที่ดูเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด "จะทิ้งน้องเหรอคะ ไหนสัญญาว่าจะปกป้องน้อง" 

"ถ้าน้องขอ... น้องไม่อยากให้พี่ไป พี่ก็จะยอม" 

"อึก... ไม่ค่ะ น้องไม่ขอ" คนตัวเล็กสะอื้นน้อยๆ จนผมต้องยื่นปลายนิ้วไปเกลี่ยน้ำตาให้ "สัญญาได้ไหมคะ อย่าลืมน้อง ต้องรีบกลับมาด้วยนะคะ" 

"พี่สัญญา" ชบาโผเข้าสวมกอดผมทันที น้องยังคงร้องไห้จนเสื้อผมเปียกไปหมด 

"น้องมีของขวัญให้ด้วย" ชบายิ้มก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาให้ผมดู 

"หืม? ดอกชบา" 

"ค่ะ ตัวแทนของน้อง พี่แทนต้องเก็บรักษาไว้ให้ดีๆ นะคะ" 

"ขอบคุณครับ" ผมรับดอกชบาดอกนั้นมา เป็นดอกไม้สีแดงสดมันเบิกบานเหมือนคนตรงหน้าในตอนนี้ของผมมากๆ "พี่จะเก็บรักษาชบาดอกนี้ไว้เท่าชีวิต" 

ชบายิ้ม มองหน้าผม พวกเรามองหน้าสบตากันจนปู่เดินเข้ามา 

"อยากอยู่จัดงานวันเกิดก่อนไหม" ปู่ถามขึ้น 

"ไม่ครับ ผมอยากรีบกลับมา" ปู่ไม่พูดอะไรท่านเลือกจะยิ้มให้ผมแทน 

วันเกิดปีนั้นผมได้ของขวัญเยอะมาก แต่สองสิ่งที่ผมเลือกจะพาติดตัวไปด้วยมีเพียงดอกชบาของน้องและสร้อยข้อมือของแม่เท่านั้น... 

"ดอกชบาแห้งเพียงดอกเดียว แต่กลับเป็นดอกเดียวที่ผมอยากเก็บรักษาไว้เท่าชีวิตของตัวเอง..." 

มันก็เหมือนกับใจของผมในตอนนี้ ใกล้มากแค่ไหน รู้สึกยังไง แต่กลับต้องห้ามใจตัวเองและซ่อนทุกอย่างไว้ให้ลึกที่สุด... เราไม่สามารถบังคับให้มันคงความงดงามได้ตลอดไป 

 

* 

 

คิดถึงอดีตทีไร หัวใจของผมก็พลันเจ็บปวดทุกที ผมผิดสัญญาและปล่อยให้ใครคนหนึ่งเฝ้ารอ ผมพยายามรักษาระยะห่างและเรียกเธอว่าน้องสาวตลอด แม้ว่าใจจริงๆ ผมไม่เคยทำได้เลยก็ตาม วันนี้ผมยังยืนยันคำเดิม หัวใจของผมยังเป็นของชบาคนเดียว… 

“เมื่อไหร่จะกลับไปสักที” เสียงทรงพลังดังขึ้นมาจากด้านหลัง ผมหันไปมองก็เห็นปู่ยืนอยู่ ปู่รับรู้ทุกอย่าง ท่านไม่ได้ห้ามแค่เตือนสติผมเท่านั้น “มันถึงเวลาแล้ว กลับไปได้แล้ว วิ่งหนียังไงสุดท้ายแกก็ต้องกลับไปอยู่จุดเดิมนั่นแหละ” 

“ผม…” 

“ปู่กับย่าตั้งใจมารับหลานกลับบ้าน” หลังจากที่ปู่วางมือ ท่านก็ยกทุกอย่างให้พ่อดูแล แล้วกลับไปใช้ชีวิตกับย่าที่บ้านสวน ส่วนทางนี้ผมปรับตัวและอยู่ด้วยตัวเองได้ พอเรียนจบผมก็ช่วยงานที่นี่แทน แต่ดูเหมือนงานทุกอย่างจะลงตัวหมดแล้ว “กลับไปเผชิญหน้ากับความจริงสักที” 

“ผมแค่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังไง” 

“ทำตัวเหมือนเดิม… ปล่อยเวลาไปโดยไร้ประโยชน์ทำไม ผิดสัญญากับชบามากี่ครั้งแล้ว” 

“ปู่ไม่รังเกียจผมเหรอครับ” ท่านเป็นคนที่คอยสอนและสนับสนุนผมมาโดยตลอด 

“ปู่เลี้ยงแกมาเองกับมือ ทำไมปู่จะไม่รู้ว่าแกเป็นคนยังไง แกไม่ใช่คนที่เนรคุณใครได้ง่ายๆ หรอกนะ ส่วนเรื่องหัวใจแกก็ต้องสู้เอาเอง อย่าปล่อยให้ใครมาพาหัวใจของแกหายไป… แม้แต่ผู้ชายที่แกเรียกว่าพ่อก็ตาม” 

“ครับ” 

“ไอ้ปืนไม่ได้โง่หรอกนะ มันแค่ไม่พูด… ตกลงจะกลับหรือเปล่า” 

“กลับครับ” 

ในที่สุดผมก็ตัดสินใจกลับไปอยู่เมืองไทย ตอนที่กลับไปชบาเข้ามหาวิทยาลัยพอดี น้องอยู่ปีสามแล้ว กว่าผมจะปรับตัวให้เข้ากับชบาได้ใช้เวลานานพอสมควรเพราะน้องไม่ยอมเข้าใกล้ผมเลย คงเพราะไม่ได้เจอกันนานหลายปีละมั้ง น้องถึงตีตัวออกห่างผมไปเรื่อยๆ แทน 

 

ผมขอย้อนหน่อยละกันครับเพราะหลังจากที่ผมกลับมาอยู่เมืองไทยก็เริ่มช่วยงานพ่อทันที ช่วงปีสามชบาเริ่มเรียนหนัก พ่อเลยให้น้องไปอยู่คอนโดเดียวกับผม ห้องเดียวกันแต่แยกห้องนอน ผมรู้จุดประสงค์ของพ่อดี ท่านต้องการวัดใจผมและอยากรู้ว่าผมจะมีความอดทนมากแค่ไหน ปู่บอกว่าพ่อไม่ได้โง่ โอเคผมเชื่อเพราะสายตาของท่านจับผิดผมอยู่ตลอดเวลา 

“ทำไมต้องอยู่ด้วยกันล่ะคะ” นี่คือคำถามแรกจากปากของชบา หลังจากที่น้องมึนตึงใส่ผมอยู่นานสองนาน 

“คำสั่งของพ่อครับ” ผมตอบกลับ ตามองเอกสารในมือ 

“แต่ชบาโตแล้ว!” เถียงผมเสียงแข็งเชียว เก่งขึ้นเยอะ 

“แน่ใจ?” หรี่ตามองหน้าน้องไปด้วย 

“หายไปตั้งนานจะกลับมาทำไมล่ะคะ” 

“ชบา!” น้องชอบพูดประชดผมแบบนี้เสมอ 

“คิดว่าจะกลัวเหรอ ผิดสัญญาเองทำไม” 

“จะชวนพี่ทะเลาะด้วยทำไม” วางแฟ้มเอกสารลงก่อนจะมองหน้าชบานิ่งๆ น้องเองก็ไม่ยอมแพ้ จ้องหน้าผมเขม็งเลยทีเดียว “เข้าห้องไปอาบน้ำเข้านอนได้แล้ว” 

“นัดเพื่อนไว้ค่ะ จะไปเที่ยว” 

“อย่ามาดื้อกับพี่นะชบา!” 

“ทำไมต้องมาบังคับด้วย ชบาโตแล้วและชบาจะอยู่ให้ได้โดยไม่มีพี่แทน! คนใจร้าย!” พูดใส่หน้าผมก่อนจะเดินหนีกลับเข้าห้อง 

เฮ้อ! 

ถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เลยทีเดียว งานยากตอนนี้ของผมคือการดูแลชบาและง้อยังไงให้น้องกลับมาคุยและเชื่อใจผมเหมือนเดิม 

ผมเลิกสนใจชบาก่อนจะกลับมาสนใจเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง นั่งทำงานอยู่นานจนชบาเดินออกมาจากห้องพร้อมกับการแต่งตัวที่ทำให้ผมรู้สึกไม่โอเค 

“จะไปไหน” 

“เที่ยวค่ะ อาจจะไม่กลับนะคะ” บอกผมเสียงไม่ค่อยอยากเสวนาด้วยเลยครับ 

“พี่คงใจดีไปสินะ ชบาถึงได้ดื้อแบบนี้ ถ้ายังไม่กลับเข้าห้อง อย่าหาว่าพี่ไม่เตือน!” ฟังผมซะที่ไหนล่ะครับ ดื้อโคตรๆ แถมยังเดินไปใส่รองเท้าได้หน้าตาเฉยอีกต่างหาก “ถ้าพี่โทรบอกพ่อ ท่านจะว่ายังไงบ้างนะ” ไม่พูดเปล่าผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วย ชบารีบหันมาจ้องหน้าผมทันที 

“ขี้ฟ้อง!” 

“อยากดื้อก่อนทำไม” 

“ไม่ได้ดื้อ! แค่จะไปเที่ยว” 

“ดึกแล้ว ไปนอน! อย่าให้พี่ต้องพูดซ้ำนะชบา” 

“…” น้องไม่ตอบ จ้องหน้าผมเขม็งเลยครับ ดูก็รู้ว่าน้องไม่พอใจ แต่ทำอะไรผมไม่ได้ก่อนจะกระทืบเท้าอย่างแรงแล้วเดินหายเข้าไปในห้อง 

“เฮ้อ! จะอดทนได้อีกนานแค่ไหนกันวะเนี่ย” 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

--- 100% --- 

สติค่ะผัวพี่แทน  555555555555555555 

มาปล่อยของก่อนค่ะ เอาน้ำจิ้มไปก่อน คู่นี้ไม่ดราม่าเลยจริงๆ ค่ะ ไม่เลยค่ะ 

ความคิดเห็น