ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 14 – ห่วงใย (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 – ห่วงใย (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.1k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ธ.ค. 2561 17:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 – ห่วงใย (1/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 14 – ห่วงใย



แสงไฟบริเวณริมสระว่ายน้ำหน้าบ้านสาดส่องผสมปนไปกับแสงสลัวของดวงจันทร์ที่สะท้อนลงมาบนพื้นผิวน้ำของสระจนน่ามอง ดนตรีในท่วงทำนองช้าๆ ฟังสบายๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศปาร์ตี้ขนาดเล็กของคฤหาสน์ตระกูลนิธิปวงศกรในค่ำคืนนี้ดูมีสีสันมากขึ้นไปอีกนิด

หลังจากปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้นในสนามแข่งรถเมื่อคืนวานเป็นที่เรียบร้อย บรรดาห้าหนุ่มหล่อต่างก็พากันไปกินมื้อเช้าที่ผิงผิงและจิณณ์ช่วยกันจัดเตรียมเอาไว้ ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงานในส่วนของตัวเองตามปกติ

พอตกบ่ายเจ้าเด็กน้อยจอมแสบของกลุ่มก็ขอให้บอดี้การ์ดสุดหล่อ พ่วงด้วยตำแหน่งเจ้าของหัวใจอย่างเลโอพาไปซื้อข้าวของสำหรับจัดเตรียมปาร์ตี้ของค่ำคืนนี้ และแน่นอนว่าควันรวมไปถึงยีนส์เองก็โดนลากให้ไปช่วยซื้อของด้วยเช่นเดียวกัน เพราะ ’คนช่างหวง’ ไม่ยอมอนุมัติให้พาจิณณ์ออกจากบ้าน

“จิณณ์เดี๋ยวตัวเอาของนี่ไปวางไว้ข้างเตานะ เดี๋ยวเค้าออกไปทำบาร์บีคิวให้พวกพี่ๆ เอง”

“ได้ครับ คุณผิงผิง” จิณณ์ยกยิ้มรับคำสั่ง พลางรับวัตถุดิบที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้สำหรับทำบาร์บีคิวจากมือผิงผิง ก่อนจะนำมันไปวางลงบนโต๊ะข้างสระว่ายน้ำ ที่ตอนนี้มีบรรดาชายหนุ่มร่างสูงกำลังสังสรรค์กันอยู่

ริมฝีปากบางเม้มแน่น ตาเรียวมองร่างสูงของนักรบท่ามกลางลูกน้องและเพื่อนสนิทอีกสี่คน กำลังยกแก้วเครื่องดื่มในมือเข้าปากพร้อมๆ กับคีบบุหรี่เอาไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างนึกเป็นห่วง จิณณ์ยืนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรวบรวมความกล้า ขยับเข้าไปใกล้วงสนทนา

“มีอะไร”

บทสนทนาของชายหนุ่มถูกหยุดลง พร้อมกับที่ดวงตาทุกคู่หันกลับมาจับจ้องผู้มาใหม่ที่มีสีหน้ากังวลใจยืนอยู่ข้างๆ เก้าอี้นอนของนักรบ

“กลัวน้ำไม่ใช่หรือไงมึง ไปนั่งตรงโน้นไป” นักรบเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเจือความห่วงใย โครงหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบพยักพเยิดไปทางเก้าอี้ตัวยาวสองตัวที่ถูกจัดเตรียมแยกเอาไว้สำหรับจิณณ์และผิงผิงโดยเฉพาะ

มีความหลังฝังใจกับน้ำขนาดนั้นจะให้มานั่งใกล้สระเหมือนพวกเขาได้ยังไง

หมับ

นอกจากจะไม่สนคำพูดบอกแกมสั่งอย่างเป็นห่วงของนักรบแล้ว จิณณ์ยังทำในสิ่งที่ทุกคนต่างก็ต้องอึ้งจนตาค้าง มองภาพตรงหน้าตาไม่กะพริบ

“ทำอะไรของมึงน่ะจิณณ์ เอาแก้วเหล้ากูคืนมา” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่นจนเป็นปม เอี้ยวตัวไปขยี้ดับบุหรี่กับที่เขี่ย ก่อนจะดันกายลุกขึ้นนั่งมองต่อตากับคนที่กล้าดึงแก้วเครื่องดื่มไปจากมือ

“ไม่ให้ครับ”

“มึงกล้าขัดคำสั่งกูเหรอ” แต่แทนที่จะคืนให้ตามคำสั่ง จิณณ์กลับส่ายหน้าแล้วกำแก้วเครื่องดื่มในมือแน่นพร้อมปฏิเสธแทบทันที ทั้งที่เจ้าตัวก็เอาแต่ก้มหน้างุด จนนักรบต้องแสร้งทำเป็นกดเสียงต่ำให้ฟังดูน่ากลัว

“ก็คุณ…คุณไม่สบายอยู่นะครับ ยังไงผมไม่ให้คุณดื่มแน่ๆ”

“มึงรู้ได้ยังไง ว่ากูไม่สบาย”

“ก็…” ตอนที่คุณจูบผมในครัวเมื่อช่วงสายไงครับ

จิณณ์เม้มปากแน่น ช้อนตาเรียวมองสบกับคนถามสลับไปมากับอีกหลายชีวิตที่กำลังตั้งหน้าตั้งตารอฟังคำตอบจากเขา

ไม่เว้นแม้แต่ผิงผิงที่เพิ่งเดินออกมาจากตัวบ้านก็ไม่วายจะส่งสายตาเป็นคำถามมาทางเขาด้วยเช่นเดียวกัน จนดวงหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อ รู้สึกขัดเขินเกินกว่าจะตอบออกไป ว่าเขาทราบได้อย่างไรว่าคุณนักรบกำลังไม่สบาย

แบบนั้นมัน…น่าอายจะตายไป

“ว่าไง ตกลงมึงรู้ได้ไง ว่ากูไม่สบาย” นักรบกระตุกยิ้มมุมปาก เลิกคิ้วขึ้นหยั่งเชิงถาม ถึงบริเวณที่พวกเขานั่งกันอยู่จะสลัวไปบ้าง แต่เพราะจิณณ์ยืนอยู่ใกล้ในระดับที่สายตาของเขาสามารถมองเห็นดวงหน้าหวานที่ค่อยๆ แดงระเรื่อจนลามไปถึงใบหู

“ไม่บอกก็เอาคืนมา”

“อ้ะ! คุณนักรบ…”

“ทำไม? ก็กูจะกิน”

“คนเขาก็แค่เป็นห่วงเอง”

คนโดนแย่งแก้วเครื่องดื่มไปจากมืออย่างรวดเร็วมุ่ยปากนิด บ่นพึมพำคล้ายจะงอนคนตรงหน้าอย่างลืมตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา จิณณ์หมุนปลายเท้าเรียวเตรียมจะเดินกลับไปด้านในตัวบ้านอีกครั้ง

หากไม่ติดที่ว่า…

หมับ

“อ้ะ?!”

ทันใดนั้น คนที่ไม่ทันตั้งตัวก็ต้องหลุดร้องเสียงหลง เมื่อท่อนแขนแกร่งด้านซ้ายตวัดเอวบางของตนเข้าไปกอด แถมยังออกแรงกระตุกจนร่างทั้งร่างเซถลา ล้มลงไปนั่งบนตักแกร่งของนักรบพอดิบพอดี คนตัวสูงกระชับอ้อมแขน พลางเอ่ยถามคำถามที่ยิ่งทำให้ริมฝีปากบางยู่หนักกว่าเก่า

“น้อยใจหรือไง หื้ม”

“เปล่าครับ ผมไม่มีสิทธิ์ขนาดนั้นหรอก”

“มีสิ ทำไมจะไม่มีล่ะ”

อาการงอนที่เผลอแสดงออกอย่างไม่รู้ตัวของจิณณ์ ทำเอานักรบถึงกับระบายยิ้มกว้างอย่างเอ็นดู ดวงหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบโน้มเข้าไปใกล้ พลางกระซิบเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังข้างใบหูขาวกับประโยคที่ทำเอาจิณณ์ร้อนผ่าวไปทั้งหน้า

“มึงน่ะ มีสิทธิ์นั้นเต็มที่เลยนะ”

“คุณนักรบ…” ตาเรียวสวยเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ ดวงหน้าหวานแหงนขึ้นมองเจ้าของอ้อมกอดทันทีที่จบประโยคแสนแผ่วเบา แต่กลับชัดในหัวใจของจิณณ์

ฟอด

“หึ อยากห่วงก็ห่วงไปสิ กูไม่ได้ว่าซะหน่อย”

ยิ่งเห็นใบหน้าน่ารักที่เบิกตามอง นักรบก็อดไม่ได้จะกดจมูกโด่งลงบนแก้มเนียนของคนตรงหน้าอย่างเต็มแรง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนกับเก้าอี้นอนตัวยาว โดยไม่ลืมจะดึงรั้งร่างบางของจิณณ์ให้เอนซบลงมาบนอกแกร่ง

ท่าทางที่ทำเอาบรรดาคนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่ตั้งแต่ต้น เป็นอันต้องลอบถอนหายใจอย่างหน่าย ก่อนจะตามมาด้วยเสียงโห่แซวและโอดครวญอย่างหมั่นไส้กับอาการของคนปากแข็ง

แต่มีหรือที่คนอย่างนักรบจะสน ร่างสูงทำเพียงแค่กระชับท่อนแขนแกร่งที่กำลังกอดจิณณ์ให้แน่นขึ้น กระตุกยิ้มมุมปากพลางยกเท้าขวาขึ้น ออกแรงถีบกลางอากาศไปทางที่มียีนส์ เลโอและควันกำลังส่งสายตาล้อเลียนมาให้อย่างเต็มแรง

“พี่นักรบนี่น่าหมั่นไส้ชะมัด” แม้แต่ผิงผิงเองก็อดไม่ได้จะทำสีหน้าแหยส่งไปให้คนที่ชำเลืองตามองมาทางเขา พร้อมกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเท่ให้กันอีกต่างหาก

“บ่นอะไร เจ้าเด็กตัวแสบ” นักรบเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม ให้ผิงผิงได้เบะปากใส่คนแสนโหดที่ตอนนี้ดูจะอ่อนโยนลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“ไม่ต้องมาทำเป็นพูดเลย”

“เราบอกเองนะว่าให้พี่ถนอมๆ หน่อย”

“ก็ยังดีที่รู้จักถนอมบ้าง ไม่ใช่เอาแต่โหดใส่เดี๋ยวก็ช้ำกันพอดี”

“พูดมากนะเราน่ะ”

“เชอะ! เค้าละเบื่อพี่นักรบจริงๆ เลย”

ผิงผิงแยกเขี้ยวใส่คนที่ยกยิ้มมุมปากอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหมุนตัวไปหาร่างสูงของบอดี้การ์ดส่วนตัวสุดหล่ออย่างรวดเร็ว แบบที่เลโอก็รู้งานดีว่าควรจะทำอย่างไร ช่วงขายาวที่เคยยืดยาวไขว้กันบนเก้าอี้นอนแยกออกนิด ให้พอมีที่ว่างสำหรับร่างบางอีกหนึ่งชีวิตได้แทรกตัวลงนั่ง พร้อมกับโอบเอวบางเข้ามาใกล้

“แล้วนี่จะมุดกูอีกนานไหม” ตาคมลอบมองคนในอ้อมกอดพลางว่าขำๆ ก่อนจะกระดกแก้วเหล้าในมือขึ้นดื่ม

หมับ

แต่ทว่ามือเรียวของคนที่เอาแต่มุดหน้ากับอกกว้าง กลับคว้าท่อนแขนแกร่งเอาไว้ก่อนที่นักรบจะได้ดื่มเหล้าในแก้ว ตาคมหลุบลงมองต่อตากับเจ้าของใบหน้าขาว ที่สะท้อนกับแสงจันทร์และแสงไฟริบหรี่จากหลอดไฟจนน่ามองอย่างเป็นคำถาม

“คุณบอกเองว่าผมห่วงได้”

จุ๊บ

“ก็ยังไม่ได้ว่าอะไร แต่กินหน่อยไม่ได้หรือไง” น้ำเสียงที่เอ่ยบอกอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวจะถูกโกรธ เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากริมฝีปากได้รูป ดวงหน้าหล่อโน้มลงประทับจูบบนกลีบปากบางนั้นอย่างแผ่วเบาแล้วผละออก ก่อนจะเอ่ยถามเสียงทุ้มนุ่มราวกับขออนุญาตคนช่างห่วง

“มันไม่ดีนะครับ คุณไม่สบายอยู่”

“นิดหน่อยน่า ยังไงมึงก็อยู่ตรงนี้”

“…”

“ถ้าเห็นว่าเยอะเกินไปค่อยห้าม โอเคไหม”

“แค่นี้คุณยังไม่ยอมเชื่อผมเลย พอเมาแล้วจะเชื่อเหรอ” คำตอบที่ได้รับทำเอาจิณณ์ถึงกับมุ่ยปากลง บ่นงึมงำกับตัวเองคนเดียวอย่างน้อยใจ ให้คนโดนว่าได้ยกยิ้มกว้างกว่าเก่า ก่อนจะแนบหน้าผากกว้างกับหน้าผากมน

“บ่นอะไรหื้อ เดี๋ยวนี้กล้าบ่นกูเหรอ”

“เปล่าครับ”

“แล้วตกลงว่าไง สรุปคือกูกินได้ไหม หื้อ” แกล้งถามอีกครั้ง ทั้งที่ในใจก็พอจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว ว่าคนในอ้อมกอดจะให้คำตอบว่าอย่างไร

“กินได้ครับ แต่ถ้าคุณไม่กินเลยจะดีกว่า”

“กูไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นนา” ฝ่ามือหนาขยี้กลุ่มผมนุ่มเบาๆ อย่างมันเขี้ยว พลางหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี

“เฮียยีนส์ๆๆ ผมถ่ายรูปเก็บไว้ได้มะ นานๆ จะได้เห็นของแปลกสักที หูยยยยย นี่ถ้าไม่มีพี่จิณณ์นะ ชีวิตนี้ผมไม่มีทางได้เห็นอะไรแบบนี้แน่ๆ เลยอ่ะเฮีย” ควันแสร้งเบิกตากว้าง พลางเขย่าไหล่กว้างกำยำของพี่ชายผิวเข้ม ราวกับเจอของแปลกที่ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้เจอ

“เดี๋ยวมึงจะโดนแก้วเหล้า”

“อย่านะเว้ยเฮีย ปามาผมอ้อนให้พี่จิณณ์ทำแผลให้จริงๆ ด้วย” เห็นองศาการยกแก้วในมือของพี่ชายคนสนิทแล้ว ควันก็ได้แต่ร้องห้ามพร้อมชี้นิ้วไปหาคนที่นอนอมยิ้มน่ารักอยู่กับอกแกร่ง

“เล่นของสำคัญของมัน เดี๋ยวมึงจะตายก่อนได้เมีย” ท่าทางกวนอวัยวะเบื้องล่างที่ทำให้ยีนส์ต้องยกมือผลักศีรษะทุยๆ ของควันไปหนึ่งทีอย่างหมั่นไส้

“น้องผิงครับ พี่ขอน้ำแก้วนึง”

“เดี๋ยว อะไร นี่พี่ใช้เค้าอ่อ” นิ้วเรียวชี้เข้าหาตัวเป็นเชิงถามอย่างงงๆ หลังได้ยินคำสั่งจากคนตัวสูงที่กำลังจัดร่างบางของจิณณ์ให้นอนในท่าสบาย นักรบพยักหน้ารับแทนคำตอบ ให้ผิงผิงย่นจมูกใส่ไปหนึ่งทีแต่ก็ยอมหยัดกายลุกจากเก้าอี้ไปหยิบน้ำให้ตามคำสั่ง

“อ่ะ เอาไปสิตัว แก้วนี้ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์ชัวร์!” ผิงผิงแกล้งกระแทกเสียงใส่คนพี่อย่างงอนๆ พลางยื่นแก้วเครื่องดื่มสีใสที่ถูกกำชับสั่งเสียงเข้มจากนักรบเอาไว้ก่อนออกไปซื้อของ ว่าต้องหาเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์กลับมาด้วยให้คนตัวบางด้วย

หวงจริงๆ ของมึนเมาก็ห้ามแตะ สงสัยกลัวจะโดนเขามอมแน่ๆ

“อย่าแม้แต่จะคิดอะไรแผลงๆ เชียวนะเรา”

“เค้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยเถอะ พี่อ่ะมองโลกในแง่ร้าย”

“อย่างเราเชื่อได้ที่ไหนกันล่ะ หื้อ”

“ขอบคุณนะครับ คุณผิงผิง” ริมฝีปากบางระบายยิ้มกว้างน่ามอง เอ่ยขอบคุณพลางรับแก้วเครื่องดื่มจากคนที่กำลังเถียงกับร่างสูงมาถือไว้

“จะกินอะไรไหม บาร์บีคิวหรือผลไม้”

“ไม่เอา ‘กุ้ง’ ให้พี่จิณณ์กินหน่อยเหรอเฮีย”

ได้ยินประโยคคล้ายห่วงใยที่เฮียนักรบถามพี่จิณณ์ ควันก็อดไม่ได้จะจงใจแกล้งเน้นคำว่ากุ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่จิณณ์แพ้ พลางเลื่อนจานที่มีกุ้งมากมายถูกจัดเรียงเอาไว้อย่างสวยงามไปตรงหน้า พร้อมกับยักคิ้วใส่อย่างกวนๆ

นักรบหลุบตาลงมองดวงหน้าหวานที่ค่อยๆ ซีดลง ก่อนจะหันมาว่าใส่ควันเสียงเข้ม แบบที่คนอื่นๆ ได้ยินเป็นต้องยกยิ้มอย่างขบขันกับอาการหวงที่แสดงออกอย่างชัดเจนของผู้ชายแข็งกระด้าง ที่เคยบอกว่าเกลียดแสนเกลียดจิรนนท์คนนี้

“อยากลงไปเล่นน้ำตอนกลางคืนจริงๆ ใช่ไหมมึง” 




---


เออเอากุ้งให้น้องกินอีกไหมล่ะเฮียยยยยยย

เฮียรบนี่เป็นที่รักของทุกคนเนอะ ใครๆ ก็พากันหมั่นไส้เฮียเต็มเลย เฮียเป็นพระเอกจริงๆ ใช่ไหม 55555

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว