ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 13 – รอยสัมผัส (1/3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 – รอยสัมผัส (1/3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.8k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ธ.ค. 2561 15:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 – รอยสัมผัส (1/3)
แบบอักษร

ตอนที่ 13 – รอยสัมผัส



แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีขาวสาดกระทบลงบนเตียงนอนกว้าง ที่เวลานี้มีสองร่างเปลือยเปล่ากำลังหลับใหล หลังบทรักอันยาวนานสิ้นสุดลงเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า

ท่อนแขนแกร่งข้างซ้ายที่เป็นอิสระพาดผ่านเอวบางของคนที่นอนตะแคงหันหลังให้ อีกข้างที่ยังคงถูกล็อกติดกันด้วยกุญแจมือก็สอดประสานกับนิ้วเรียว จับมือกันแน่นพร้อมใช้ท่อนแขนยาวของตัวเองรองหนุนศีรษะทุยเอาไว้แทนหมอนให้อีกคนได้หลับสบายขึ้น

RRRrrr RRRrrr

“เออ”

แรงสั่นสะเทือนข้างเตียงนอนปลุกนักรบให้ตื่นจากห้วงนิทรา พลิกเอี้ยวตัวใช้แขนข้างที่พาดกอดจิณณ์อยู่เอื้อมไปควานหาโทรศัพท์มือถือบนหัวเตียง ก่อนจะกดรับด้วยน้ำเสียงงัวเงียทั้งที่ไม่ได้ดูด้วยซ้ำว่าใครเป็นเจ้าของสายเรียกเข้า

“ไอ้ยีนส์ มึงก็รู้อยู่แล้ว่ากุญแจสำรองรถกูอยู่ตรงไหน…เออ แล้วจะถามอีกทำไมวะ”

“งืม…” เสียงหวานครางแผ่วเบาคล้ายลูกหมาในลำคอ เรือนกายบางขยับตัวเล็กน้อยอย่างนึกขัดใจ เมื่อการพักผ่อนกำลังถูกรบกวนด้วยเสียงทุ้มต่ำข้างใบหูขาว

อาการขืนตัวเล็กน้อยของร่างบางที่นอนหนุนแขนอยู่ เรียกให้นักรบชะโงกหน้าไปมองเจ้าของเสียงที่ยังคงหลับตาพริ้ม ริมฝีปากหนาระบายยิ้มจางๆ ปลายจมูกโด่งกดลงบนกลุ่มผมนุ่ม สูดเอากลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัวของจิณณ์เข้าเต็มปอด เพื่อคลายความหงุดหงิดจากการถูกไอ้เพื่อนตัวดีโทรเข้ามาขัดเวลาพักผ่อนยามเช้าของเขาแบบนี้

แผ่นอกแกร่งเลื่อนลงบดเบียด ทาบทับกับแผ่นหลังขาวบางเปลือยเปล่า ก่อนจะประทับริมฝีปากร้อนกับลาดไหล่บางที่โผล่พ้นผ้าห่มผืนหนา พรมจูบไปตามแผ่นหลังเนียนและท้ายทอยขาว โดยไม่คิดสนเสียงปลายสายที่เอ่ยถามดังลอดออกมานอกโทรศัพท์เลยแม้แต่น้อย

“ฮื่อ…คุณนักรบ”

จิณณ์หดคอหนีลมหายใจร้อนๆ ของคนตัวสูงด้านหลังที่กำลังรบกวนการนอนของเขาจนต้องปรือตาขึ้น เอี้ยวดวงหน้าหวานหันกลับไปมองสบกับดวงตาคู่คมด้วยสายตาออดอ้อนอย่างลืมตัว ก่อนจะโดนริมฝีปากร้อนประกบจูบลงมาอย่างรวดเร็วแล้วผละออก

คนโดนปล้นจูบแต่เช้าส่งเสียงครางฮื่อในลำคออย่างเขินอาย จิณณ์ซบหน้าลงกับท่อนแขนแกร่งที่เคยอาศัยหนุนนอน ยกมือเรียวที่สอดประสานกันไว้เข้ามากอดแน่น แตะริมฝีปากบางกับฝ่ามือใหญ่เบาๆ ก่อนจะหลับตาพริ้มอีกครั้ง ถูไถใบหน้าเนียนกับท่อนแขนแกร่งอย่างออดอ้อน

ใครใช้ให้ทำตัวแบบนี้*…อยากโดนรังแกแต่เช้าหรือไงวะจิณณ์!*

ท่าทางน่ารักและออดอ้อนราวกับเด็กน้อยไร้เดียงสาของคนตรงหน้า ทำเอานักรบถึงกับเผลอส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ ร่างกายส่วนล่างเริ่มจะร้อนขึ้นมาอีกครั้งหลังจากสงบไปได้ไม่นาน

“อยากทำ’ไรมึงทำไปเลยไม่ต้องถาม…เดี๋ยวสายๆ กูลงไปดู…เออ…แค่นี้แหละ” เสียงแหบพร่าเอ่ยบอกปลายสายอย่างพยายามข่มอารมณ์ปั่นป่วนที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างน่ากลัว ก่อนจะรีบกดตัดสายทันทีโดยไม่สนเสียงร้องท้วงแม้แต่น้อย

“อยากนอนต่อหรือลงไปข้างล่าง หื้ม”

นักรบกระชับท่อนแขนแกร่งข้างที่ถูกจิณณ์ถูไถหน้าอย่างออดอ้อนให้แนบชิดมากขึ้นกว่าเก่า ก่อนจะจับพลิกกายบางของคนในอ้อมกอดให้หันกลับเข้ามาหาแผงอกกว้างกำยำ พลางกระซิบถามเสียงทุ้มนุ่มข้างใบหูขาว จนจิณณ์ยกยิ้มหวานพร้อมเอ่ยตอบคนถามแทบจะทันที ทั้งที่ยังคงหลับตาพริ้ม ซุกหน้าเข้ากับอกอุ่น

“ฮื่อ ขอผมนอนก่อนได้ไหมครับ”

บอกตามตรงสภาพจิณณ์ตอนนี้ แค่จะให้ลืมตาตื่นมาคุยกับคนตัวสูงเจ้าของอกอุ่นยังถือเป็นเรื่องยากเลยด้วยซ้ำไป ร่างกายมันร้อนผ่าวและปวดเมื่อยไปหมด เพราะบทรักครั้งแล้วครั้งเล่าของคุณนักรบที่ทั้งอ่อนโยนสลับกับเร่าร้อนตลอดทั้งคืน

และที่สำคัญไปกว่านั้นคือตัวจิณณ์เองก็เป็นฝ่ายสมยอม แถมยังปล่อยให้อีกคนตักตวงความสุขจากร่างกายตามใจชอบนี่แหละ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกกระดากอายเหลือเกิน

แค่คิดจิณณ์ก็อยากจะระเบิดตัวเองให้หายไปจากตรงนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย เสียงหวานครางฮื่อในลำคอ เมื่อภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมากำลังไหลเข้ามาในห้วงความทรงจำ ยิ่งทำให้จิณณ์เลือกจะถูไถใบหน้าร้อนของตัวเองกับอกแกร่ง

“หึ งั้นนอนต่ออีกหน่อยแล้วกัน แต่เดี๋ยวตื่นมาแล้วต้องลงไปช่วยป้าแก้วทำงานบ้านนะ เข้าใจไหม” นักรบกระชับท่อนแขนแกร่ง โอบกอดร่างบางให้แน่นขึ้น จากนั้นก็ลูบกลุ่มผมนุ่มไปมาเบาๆ พร้อมเอ่ยบอกให้จิณณ์ได้พยักหน้ารับแทนคำตอบ

ตามใจหน่อยแล้วกัน อย่างน้อยก็เพราะเขาล่ะนะที่ทำให้อีกคนต้องมีสภาพแบบนี้

“ไหนบอกจะนอนไง มามองกูตาแป๋วทำไม” เสียงทุ้มนุ่มแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบ นักรบก้มลงมองสบกับนัยน์ตาใสของคนในอ้อมกอด ก่อนจะหรี่เปลือกตาลงนิดอย่างเป็นคำถาม ให้คนที่เอ่ยปากขอนอนพักได้ตอบกลับเสียงแผ่วเบา

“ฮื่อ คุณรู้ได้ยังไงกันครับ” ว่าจบก็มุดหน้าเข้ากับแผ่นอกเปลือยเปล่า ซ่อนใบหน้าขาวที่ค่อยๆ ขึ้นสีระเรื่ออย่างรู้สึกขัดเขินไม่น้อย เมื่อถูกจับได้ว่าแอบลอบมองเสี้ยวหน้าหล่อ

อุตส่าห์คิดว่าจะรอดพ้นจากสายตาคมกริบนั่นแล้วเชียว แต่ไหงกลายเป็นว่าคุณนักรบถึงรู้ตัวล่ะ

“มึงเล่นมองแบบนี้ คิดว่ากูจะไม่รู้เลยหรือไงน่ะห้ะ” ดวงหน้าหล่อส่ายไปมา นึกยิ้มขำระคนเอ็นดูกับท่าทางเหมือนเด็กน้อยโดนดุของคนในอ้อมกอด

พรึ่บ

“อ้ะ! คุณนักรบครับ” จิณณ์หลุดร้องเสียงหลง จู่ๆ ก็ถูกเจ้าของแผ่นอกแกร่งที่ซบอยู่จับพลิก ให้แผ่นหลังขาวเนียนนอนราบลงกับเตียงนอนนุ่ม

ก่อนเรือนกายกำยำเปลือยเปล่าจะเป็นฝ่ายขึ้นมาคร่อมทับร่างของเขาเอาไว้ โครงหน้าหล่อค่อยๆ เลื่อนต่ำลงมาใกล้จนหน้าผากกว้างแนบชิดกับหน้าผากมน จากนั้นก็เอ่ยประโยคที่ทำให้ความร้อนทั้งหมดในร่างกายมารวมกันอยู่ที่ดวงหน้าหวาน

“ตกลงจะนอนไม่นอน ไม่นอนกูต่อนะ”

“ฮื่อ อย่านะครับ ผมไม่ไหวแล้วอ่า” จิณณ์หลับตาปี๋ ย่นคอหนีลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดใบหน้า พลางร้องห้ามอย่างไม่เต็มเสียงนัก ถ้าเกิดคุณนักรบรังแกกันอีกรอบขึ้นมาจริงๆ มีหวังวันนี้เขาต้องลุกออกจากเตียงไม่ไหวแน่ๆ เลย

“งั้นนอนได้แล้ว ก่อนกูจะเปลี่ยนใจ”

จากที่เคยตั้งใจจะแกล้งหยอกคนใต้อาณัติสักหน่อย แต่พอมองใบหน้าหวานที่แดงซ่าน ริมฝีปากบวมเจ่อจากการบดจูบตลอดทั้งคืนของเขา นักรบก็อดจะสงสารไม่ได้

ยอมปล่อยให้นอนพักแล้วก็หยุดทำหน้าอ้อนแบบนั้นสักที ก่อนกูจะตบะแตกแล้วจับมึงปล้ำอีกรอบนะจิณณ์*!*

คำบอกที่ทำให้จิณณ์ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น ดวงหน้าหวานหันกลับมามองโครงหน้าหล่อที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ก่อนมือเรียวข้างที่ว่างจะผละออกจากเอวสอบ เปลี่ยนมาลูบไล้ไปตามรอยบาดแผลสดๆ ร้อนๆ ข้างขมับซ้ายของนักรบอย่างแผ่วเบาด้วยสายตาเป็นห่วง

“แล้วแผลคุณเป็นยังไงบ้างครับ”

“สบายมาก หนักกว่านี้กูก็เจอมาแล้ว แค่นี้ไม่ตายหรอก”

คนถูกถามเอ่ยบอกเสียงเรียบ ปล่อยให้มือเรียวสวยได้ลูบไล้ตามขมับซ้าย สัมผัสนั้นช่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเขาจะเจ็บหรือเป็นอันตรายอะไรไปมากกว่านี้ ทั้งที่ในความเป็นจริง บาดแผลจากการแข่งรถเมื่อคืนยังเทียบไม่ได้กับสิ่งที่เขาต้องเจอมาเกือบทั้งชีวิตนี้เลยด้วยซ้ำ

“ไม่เอาครับ ไม่พูดเรื่องตาย”

ประโยคที่ฟังดูคล้ายจะไม่ยี่หระกับความตาย ทำเอามือเรียวของจิณณ์ต้องยกขึ้นหยุดทุกคำพูดจากริมฝีปากหนาตรงหน้าเอาไว้อย่างรวดเร็ว นัยน์ตาเรียวที่เคยหวานฉ่ำแปรเปลี่ยนเป็นเศร้าหมองจนคนมองอย่างนักรบสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัว

ความตายและความโดดเดี่ยวมันน่ากลัวมากเลยนะ

ถ้อยคำสั้นๆ แต่บาดลึกราวกับสะกิดถูกความทรงจำแสนโดดเดี่ยวในอดีต ให้ไหลกลับเข้ามาในห้วงความทรงจำอีกครั้ง จิณณ์เม้มริมฝีปากเข้าด้วยกันแน่นจนเป็นเส้นตรง ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังเผลอแสดงสีหน้าเช่นไรออกไปให้คนด้านบนได้เห็น

สีหน้าและแววตาที่ทำให้คนมอง นึกย้อนไปถึงเรื่องราวและเหตุการณ์ความเจ็บปวดอันแสนโหดร้ายในวันวาน ที่เคยถูกผู้ให้กำเนิดของคนตรงหน้าทำร้ายไม่ต่างกัน

นักรบเลื่อนมือซ้ายที่ว่างขึ้นจับมือเรียวที่ปิดปากของตัวเองออก กดจูบลงบนหลังมือขาวอย่างแผ่วเบา ก่อนจะโน้มตัวลงแนบริมฝีปากร้อนบนเปลือกตาบางทั้งสองข้างสลับไปมาแล้วไล่จูบซับไปทั่วทั้งดวงหน้าหวาน

ไม่ว่าจะเป็นหน้าผากมน ปลายจมูกรั้นๆ น่ารัก สองแก้มขาวเนียนและปิดท้ายที่ริมฝีปากบางสีเชอร์รี่สดราวกับปลอบประโลม ให้จิณณ์ตื่นจากห้วงความคิดทั้งหมด

จากนั้นก็พลิกตัวนอนหงายลงกับเตียงนอนกว้าง โดยไม่ลืมจะโอบกระชับร่างบางที่กำลังสั่นน้อยๆ เพราะแรงสะอื้นให้ซบกับอกแกร่ง ฝ่ามือร้อนลูบไล้ต้นแขนเรียวไปมาแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

“เงียบ แล้วนอนซะ” เปลือกตาหนาปิดลง พร้อมฝ่ามือร้อนที่ลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างเบามือ เป็นครั้งแรกที่นักรบเลือกจะปัดผ่านความรู้สึกในใจทั้งหมดทิ้งไป จมูกโด่งกดลงสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะขาดมันไม่ได้เสียแล้ว


.

.

.


“หึ ไอ้เพื่อนเวร กล้าตัดสายกูนะมึง”

ฟากของคนที่โดนตัดสายทิ้งอย่างไม่ใยดีแบบยีนส์ก็ถึงกับกระตุกยิ้มมุมปาก ดวงตาคู่คมแสนจะเจ้าเล่ห์ก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือที่มืดสนิทอย่างนึกขำ เมื่อลองจินตนาการถึงสภาพตอนนี้ของไอ้เพื่อนร่างสูงจอมปากแข็ง

หลักฐานเพียงแค่ไม่กี่อย่างจากในสนามแข่งรถ ยีนส์ก็สามารถหาตัวคนที่กล้ายิงปืนใส่เพื่อนสนิทของเขาเมื่อคืนนี้ได้สบายๆ โดยไม่จำเป็นต้องโทรไปขอกุญแจสำรองของรถสปอร์ตคันหรูจากนักรบเพื่อเอามาตรวจสอบเลยด้วยซ้ำ

แต่ที่โทรไปหาเมื่อกี้น่ะ เขาทำเพราะหมั่นไส้ในความปากแข็ง ปากร้ายของมันล้วนๆ เลยอยากขัดเวลารังแกคุณจิณณ์ของไอ้นักรบมันก็เท่านั้นแหละ

หนอย ทำมาเป็นพูดว่าคุณจิณณ์เป็นของเหลือ

เหลือบ้าอะไรต้องหวงขนาดนั้น*!*

“มันน่ากระตุกต่อมให้คลั่งอีกสักหน่อยจริงๆ”

ความคิดสนุกที่ทำให้ยีนส์ต้องหัวเราะออกมาเบาๆ พลางแหงนมองระเบียงกว้างตรงชั้นสองของตัวบ้านหลังใหญ่ ที่ตอนนี้เพื่อนสนิทของเขาคงกำลังตระกองกอดคุณจิณณ์เอาไว้ไม่ห่างกายอยู่แน่ๆ

“แล้วมึงจะกอดคอกูอีกนานไหมห้ะ ไอ้ควัน”

และก็ต้องพ่นลมหายใจหนักๆ พลางเหลือบมองไอ้ลูกลิงข้างๆ ที่พยายามกอดคอเขาแน่น พร้อมแนบหน้าตัวเองกับแก้มของเขาตั้งแต่โทรหาไอ้นักรบ ด้วยความอยากรู้และอยากฟังความเป็นไปของคนบนห้องทั้งสองคน

ความจริงไอ้ควันมันอยากรู้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ แต่เพราะผิงผิงประกาศกร้าวว่าต้องหาตัวคนที่กล้าทำไอ้นักรบได้เลือดมาให้เร็วที่สุด ไม่งั้นจะหักเงินเดือนสามเดือนโทษฐานสะเพร่า ปล่อยให้คนนอกพกอาวุธเข้ามาในสนามแข่งได้

เจอองค์ลงเข้าไป ใครจะกล้าขัดกันล่ะ

พอโดนพี่ชายผิวเข้มที่เคารพว่าเข้าหน่อย ใบหน้าหล่อเหลาของควันก็มุ่ยลงอย่างงอนๆ ซึ่งดูขัดกับภาพลักษณ์แสนดุดันเป็นไหนๆ จนยีนส์นึกหมั่นไส้ ผลักศีรษะทุยๆ ให้ออกห่าง ก่อนจะมองน้องชายคนเล็กของกลุ่มด้วยสายตาเอ็นดู

“โหยเฮียยีนส์ ก็ผมอยากฟังอ่ะ คือแบบอยากรู้ว่าเฮียรบแกจะว่าไงบ้าง น้ำเสียงดูเหนื่อยๆ ไหมเฮีย แล้วพี่จิณณ์คนดีของผมอ่ะ จะเป็นไงบ้างวะเฮีย”

“มึงจะไปอยากรู้เรื่องของเขาทำไม”

“เอ้าเฮีย! เล่นหายไปด้วยกันตั้งแต่แข่งเสร็จแบบนั้น ไม่รู้เฮียรบจะทำอะไรพี่จิณณ์ของผมบ้าง ป่านนี้ตัวช้ำหมดแล้วมั้งผมว่า”

“หึ เฮียมึงเล่นจ้องเขาขนาดนั้น คงไม่รอดมือปีศาจแน่ๆ” ป่านนี้แล้วคุณจิณณ์ยังไม่ลงมาทำอาหารเช้ากับป้าแก้วเหมือนทุกวัน ก็คงเดาได้ไม่ยากว่าไอ้นักรบมันคงจะกอดรัดฟัดเหวี่ยงเขาไม่ยอมปล่อยออกมาแน่ๆ

“ปีศาจตัวนี้…โคตรร้ายเลยว่ะเฮีย”

“เฮียมึงร้ายกว่าที่คิดนะ ไอ้ควัน”

“อันนั้นผมพอจะรู้อยู่แล้วว่ะเฮีย”

ต้องบอกว่าร้ายสุดๆ เลยจะดีกว่า เพราะถ้าไม่ร้ายจริงคนอย่างเฮียนักรบแกจะคุมพวกเลือดร้อนในสนามแข่งทั้งหลายมานานขนาดนี้ได้ยังไงกันล่ะ

แต่ไอ้การจะมาร้ายใส่พี่จิณณ์คนดีของควันบนเตียงนี่ก็น่าสงสารเหมือนกันนะ

“เอาน่า มันไม่ทำพี่จิณณ์ของมึงบุบสลายหรอก มันหวงของมันขนาดนั้น”

“นั่นสินะเฮีย ผมเพิ่งจะเคยเห็นเฮียรบหวงของมากๆ จนถึงขั้นจริงจังกับการแข่งเป็นครั้งแรกก็เมื่อคืนนี่แหละ”

ปกติเวลาลงแข่งรถแต่ละทีเฮียนักรบจะเป็นประเภทสบายๆ ไม่ซีเรียสกับการแข่งเลยด้วยซ้ำ แต่คงเพราะของพนันครั้งนี้เป็นพี่จิณณ์ด้วยล่ะมั้ง เฮียแกถึงได้เอาจริงเอาจังเป็นพิเศษอย่างที่ครั้งไหนๆ ก็เทียบไม่ติด

คำที่ยีนส์เองก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย นักรบเล่นจริงจังกับการแข่งแถมยังกอดคุณจิณณ์ไม่ห่างตัว พาไปไหนมาไหนด้วยตลอดแบบนั้น จนคนทั้งสนามแข่งอยากจะเห็นเสียเหลือเกิน ว่าหน้าตาของร่างบางที่เจ้าของสนามแข่งรถชื่อดังเอาแต่กอดแน่นจนจมอก แทบจะรวมเป็นร่างเดียวกันอยู่แล้วนั้นเป็นอย่างไร

ท่อนแขนแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามพาดลงบนช่วงไหล่ที่เริ่มขยายกว้างตามวัยและการออกกำลังกาย โครงหน้าหล่อเหลาแหงนขึ้นมองห้องนอนเจ้าของบ้านบนชั้นสองอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมาอย่างขำๆ ไม่จริงจังเท่าไหร่นัก

“หึ ไอ้ควัน สงสัยเช้านี้เราคงหิ้วท้องฟรีกันแล้วมั้ง”




---


ละมุนไปมั้งเฮียรบคนปากร้าย!

ชอบเวลาพี่น้องกลุ่มนี้เขาหยอกกัน น่ารักดีอ่ะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว