ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11 – ข้อแลกเปลี่ยน (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 – ข้อแลกเปลี่ยน (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2561 02:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 – ข้อแลกเปลี่ยน (2/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 11 – ข้อแลกเปลี่ยน




“ไหนบอกว่าเพื่อนโทรตาม มีงานด่วนไง แล้วเรายังจะเข้าสนามมาทำไมอีกเนี่ย หื้ม”

“เอาไว้เสร็จการแข่งแล้วค่อยกลับไปจัดการคืนนี้ก็ได้ เค้าไม่อยากให้จิณณ์มาสนามกับพวกพี่คนเดียวนี่นา เกิดพวกพี่หาเรื่องแกล้งอะไรจิณณ์ขึ้นมาอีกจะทำไง” คนกอดอกพิงสะโพกกับรถคันหรูไหวไหล่ตอบ นัยน์ตากลมโตที่เคยดูหวาน บัดนี้กลับเฉียบคมขึ้นกว่าเก่ากำลังกวาดมองไปรอบๆ สนามแข่งรถอย่างสำรวจ

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรา” คิ้วหนาเลิกขึ้นนิด ละสายตาคมจากสนามแข่งรถตรงหน้า หันกลับมามองดวงหน้าหวานที่เชิดขึ้นของผิงผิง พลางกระชับมือที่โอบเอวบางของจิณณ์ให้แน่นขึ้นกว่าเดิม

“ไม่รู้ล่ะ ยังไงเค้าก็ไม่ยอมปล่อยให้จิณณ์มากับเหล่าชายฉกรรจ์ทั้งหลายอย่างพวกพี่แน่ๆ”

“ตามใจ แต่บอกไว้ก่อนเลยว่าพี่ไม่ปล่อยให้เราลงไปแข่งรถแน่ๆ”

ความจริงแล้วนักรบไม่อยากให้ผิงผิงเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ แต่รู้ดีว่าห้ามยังไงก็คงห้ามไม่ได้ ลองถ้าเจ้าตัวดื้อขึ้นมาจริงๆ ใครก็เอาไม่อยู่หรอก ดังนั้น เขาเลยทำได้เพียงดักทางเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายเหมือนคราวก่อนหน้าอีกเท่านั้น

“ไม่ต้องถึงมือเฮียหรอก คราวนี้ผมไม่ปล่อยให้คลาดสายตาแน่” ว่าแล้วเลโอก็วาดท่อนแขนแกร่งขึ้นโอบกอดไหล่บาง ให้ผิงผิงตวัดตามอง ก่อนจะสะบัดหน้าใส่หนึ่งทีอย่างหงุดหงิด

“เชอะ! คิดว่าเค้าสนหรือไง”

“ก็ลองหนีไปแข่งอีกรอบสิ ได้มีเรื่องกับพี่จริงๆ แน่คราวนี้” เคาะนิ้วชี้ยาวกับปลายจมูกหยดน้ำอย่างมันเขี้ยวแล้วยกยิ้มเอ็นดู จนผิงผิงต้องส่งเสียงครางฮึดฮัดในลำคออย่างขัดใจ

“ตัวกล้าทำเค้าเหรอ”

“อ้าวเฮียรบวันนี้มาดูสนามเหรอ เฮ้ย! นี่มากันได้ไง พี่จิณณ์ด้วย”

ไม่ทันที่เลโอจะได้ตอบกลับเด็กดื้อ เสียงเหนื่อยหอบของควันที่รีบวิ่งมาหาอย่างรวดเร็ว หลังได้ยินจากพวกสต๊าฟในทีมว่าพี่ชายตัวสูงเข้าสนามแข่งก็แทรกขัดขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ เมื่อเห็นพี่จิณณ์คนดีของเขายืนส่งยิ้มแหยอยู่ข้างๆ เฮียนักรบ

“กูเป็นคนพามาเองแหละ” ยีนส์เลือกจะเป็นฝ่ายไขข้อสงสัยให้กับควัน ช่วงขายาวก้าวเข้าไปใกล้ พร้อมมือหนาพาดลงบนไหล่ที่เริ่มจะขยายกว้างขึ้นตามวัย

ดวงตาคู่คมมองจ้องคนสองคู่ที่โอบกอดกันอยู่อย่างนึกหมั่นไส้ ไอ้คู่ของน้องผิงกับเลโอที่กำลังกอดคอหยอกล้อกันเนี่ย ยีนส์พอจะเข้าใจอยู่นะว่ามันเป็นเรื่องปกติ เพราะสองคนนี้ชอบเล่นถึงเนื้อถึงตัวกันมานานจนชินตาซะแล้ว

แต่อีกคู่นี่สิ…ดูจะแปลกๆ ยังไงไม่รู้

ร่างสูงเจ้าของแววตาเย็นชาและดุดันที่กวาดมองไปรอบสนามแข่งรถ ราวกับสำรวจความเรียบร้อยแต่ท่อนแขนแกร่งกลับโอบกอดรอบเอวบางของคนที่ก้มหน้างุดเข้ากับแผงอกกว้างเสียแน่น เหมือนเป็นการประกาศให้บรรดาชายหนุ่มทั้งหลาย ที่ส่งสายตาสนใจมายังจิณณ์ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในสนามแข่งรถแห่งนี้ได้รับรู้ว่าคนคนนี้เป็นของใคร

ไอ้นักรบจะรู้ตัวบ้างไหม ว่ามันหวงคุณจิณณ์มากขนาดไหน

เป็นเรื่องปกติ ที่เจ้าของสนามแข่งรถชื่อดังใจกลางเมืองอย่างนักรบจะกลายเป็นจุดสนใจทุกครั้ง ยามย่างกรายเข้ามาในสนามแข่ง ทว่า ครั้งนี้ดูจะทวีคูณความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อคนที่ไม่เคยควงใครเข้ามาในสนามแข่งรถแห่งนี้เลยสักครั้ง กลับมีร่างบางผิวขาวเนียน ใบหน้าหวานเดินเคียงคู่กันเข้ามา พร้อมโอบกอดเอาไว้กับตัวตลอดเวลา

“เฮียยีนส์พามา? แล้วเฮียรบเขายอมเหรอวะ”

เห็นปกติหวงจะตาย

ควันได้แต่ต่อความคิดนั้นในใจไม่กล้าจะพูดออกไป กลัวจะโดนพี่ชายตัวสูงที่พ่วงตำแหน่งเจ้านายของตัวเองหักคอทิ้งเสียเปล่าๆ

“ยอมไม่ยอมกูก็พามาแล้วนี่ไง”

“แล้วมึงวิ่งหน้าตั้งมานี่มี’ไร ไม่ต้องดูแลโซนลงชื่อแข่งหรือไง” คนที่ตกเป็นหัวข้อสนทนาเอ่ยถามขึ้นเสียงเรียบ สายตาเย็นชาเลื่อนกลับมามองจ้องกับดวงตาคู่คมของควันนิ่ง

“ดูดิเฮียแต่ว่า…”

“อ้าวๆ คุณนักรบ ยังมีชีวิตอยู่อีกหรือนี่”

บทสนทนาระหว่างควันและนักรบถูกหยุดลง ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันของคนที่หายหน้าหายตาไปจากสนามแข่งรถแห่งนี้เสียนาน ไดมอนด์ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าพร้อมแสยะยิ้มมุมปากส่งไปให้คนที่หันกลับมามองด้วยสายตาดุดัน ก่อนจะว่าด้วยน้ำเสียงคล้ายสมเพช

“ได้ข่าวว่าเจ้าของสนามไม่ยอมมาคุมสนามหลายวัน ไอ้เราหรือก็นึกว่าตายไปแล้วซะอีก”

“สงสัยมึงจะไม่เข้าใจคำพูดของกูคราวก่อนสินะ ถึงได้มาลอยหน้าลอยตาอยู่ในสนามกูแบบนี้น่ะ ไอ้ไดมอนด์” นักรบตอบกลับเสียงเย็น ให้คนที่จำได้ว่าการเจอกันครั้งล่าสุดของพวกเรา คือตอนที่เขาเป่ากระสุนเฉียดผ่านแก้วหูของมัน พร้อมประกาศกร้าวว่าห้ามมันมาเหยียบสนามแห่งนี้อีก

ท่าทางจะไม่อยากตายดีสินะมึง

“อะไรกัน กูแค่อยากจะมาท้าแข่งกับเจ้าของสนามอีกสักรอบ แค่นี้ก็ไม่ได้เลยหรือไงวะ”

“อยากแข่งกับผมหรือครับ”

จู่ๆ โครงหน้าหล่อคร้ามแดดก็ยื่นเข้าไปใกล้ผู้มาใหม่ แถมยังยกยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร จนไดมอนด์ที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเป็นต้องผงะถอยหลัง ก่อนจะขมวดคิ้วฉับ แล้วเอ่ยถามคนตรงหน้าเสียงห้วน

“มึงเป็นใครวะ”

“โอ๊ะ! ลืมแนะนำตัวไปเลย ผมยีนส์ครับ” คนอารมณ์ดีว่า พลางยื่นมือออกไปทักทายให้กับคนที่กล้ามาท้าทายอำนาจนักรบได้ขนาดนี้

นี่สินะ…ไดมอนด์ที่ไอ้นักรบเคยพูดถึงอยู่บ่อยๆ

“แล้วยังไง กูไม่ได้อยากรู้ ไม่ได้อยากจะแข่งกับมึงซะหน่อย คนที่กูอยากแข่งด้วยคือ เจ้า - ของ - สนาม” นอกจากจะไม่ใยดีกับฝ่ามือหนาที่ยื่นออกมาอย่างเป็นมิตรนั้นแล้ว ไดมอนด์ยังจงใจพูดเน้นย้ำคำ คล้ายกับต้องการจะตอกหน้าใส่ไอ้คนที่กล้ามาแส่ไม่เข้าเรื่อง

“ก็ใช่ไงครับ ผมเองก็เป็นเจ้าของสนามแข่งเหมือนไอ้นักรบมันนั่นแหละครับ…คุณไดมอนด์”

“เจ้าของ?”

และคำพูดพร้อมรอยยิ้มที่ดูจะสุภาพ แต่เหมือนจะมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่นั้น ทำเอาไดมอนด์ต้องขมวดคิ้วเข้าเป็นปม พร้อมเอ่ยทวนคำซ้ำอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เช่นเดียวกับบรรดาคนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงต่างก็ให้ความสนใจกับสิ่งที่ชายหนุ่มร่างสูงผิวเข้มนั้นเอ่ย

จากที่รู้มาเจ้าของสนามมีแค่ไอ้นักรบคนเดียวไม่ใช่เหรอวะ แล้วไอ้ดำนี่มาได้ไง

“อืม…จริงๆ ก็ไม่เชิงว่าเจ้าของหรอกครับ ต้องบอกว่าเป็นหุ้นส่วนมากกว่า แต่พวกคุณคงไม่เคยเห็นหน้าผม เพราะนานๆ ทีผมจะมาน่ะครับ”

“จะยังไงก็แล้วแต่ กูจะแข่งกับไอ้นักรบ”

“อ้าว! แต่เมื่อกี้คุณบอกว่าอยากแข่งกับเจ้าของสนามนี่ครับ”

“กูจะแข่งกับไอ้นักรบ ไม่ใช่มึง! ชัดไหม”

เหมือนเส้นความอดทนของไดมอนด์ที่มีต่อคนตรงหน้าจะสิ้นสุดลง มือหนากระชากคอเสื้อของยีนส์เต็มแรง ก่อนจะตวาดเสียงดังลั่นใส่ใบหน้าหล่อเหลาของคนที่ยังกระตุกยิ้มมุมปากกวนๆ ไม่สะทกสะท้านกับท่าทางเกรี้ยวกราดของไดมอนด์แม้แต่น้อย

ความน่ากลัวอย่างมันน่ะแค่ลูกหมา ระดับราชสีห์ตัวจริงยีนส์คนนี้ก็เจอมาแล้ว

ไดมอนด์พ่นลมหายใจเข้าออกอย่างควบคุมอารมณ์ มือหนาปล่อยคอเสื้อแล้วผลักอกแกร่งของอีกฝ่ายให้ถอยห่าง ก่อนจะหันกลับไปสนใจคนที่ยังยืนพิงสะโพกกับรถคันหรู

“ว่าไงมึง กล้าแข่งกับกูไหม”

ขณะที่นักรบยังคงเงียบ ไดมอนด์เลยเลือกที่จะเปลี่ยนจุดสนใจเป็นคนข้างกายที่ยังก้มหน้าต่ำแทน ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มร้ายกาจ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ผิงผิงต้องขยับเข้ามายืนด้านหน้า เอาตัวเองบังสายตาโลมเลียที่มองจ้องจิณณ์อย่างจาบจ้วงและน่ารังเกียจ

“ทำไม ป๊อดเหรอวะ กลัวเสียตุ๊กตาหน้ารถให้กูหรือไง”

แม้จะนึกแปลกใจและอยากสั่งสอนคนหน้าหวานที่กล้าเข้ามาแส่ไม่รู้เวลา หากแต่นัยน์ตากลมโตตรงหน้ากลับแข็งกร้าวและดูมีอำนาจ…น่าเกรงขามอย่างบอกไม่ถูกนั้น ทำเอาไดมอนด์ถึงกับชะงัก มองอีกฝ่ายอย่างใช้ความคิด

ไม่ใช่แค่ผิงผิงที่พยายามปกป้องจิณณ์ แต่รวมไปถึงควัน เลโอหรือแม้แต่ยีนส์ที่เป็นตัวต้นเรื่อง อยากพาคนตัวเล็กมาสนามแข่งก็กำลังตั้งหลัก เตรียมพร้อมกระโจนเข้าใส่ทันที หากไดมอนด์คิดจะทำอะไรกับร่างบางในอ้อมแขนของนักรบ

“แล้วคิดว่าน้ำหน้าอย่างมึง จะมาชนะคนอย่างกูหรือไง” คนที่เงียบอยู่นานก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงดูถูก ข้ามไหล่บางของผิงผิง พร้อมกระชับคนในอ้อมกอดที่ตัวสั่นน้อยๆ ให้แน่นขึ้นกว่าเก่า

“ไม่ลองจะรู้ได้ไงวะ”

“แล้วกูจะได้อะไร”

“ถ้าชนะ มึงเอาของกูไป”

คำถามจากนักรบทำให้คนฟังหัวเราะร่วน ไดมอนด์เอี้ยวตัวไปกระดิกนิ้วเรียก ให้สาวร่างเพรียวในชุดแนบเนื้อที่ยืนอยู่ด้านหลังได้ก้าวขึ้นมายืนเสมอกัน มือหนาวาดโอบเอวบางพร้อมฟาดลงบนบั้นท้ายใหญ่ของหญิงสาวเบาๆ เป็นเชิงหยอกล้อ ก่อนจะใช้สายตาแสนน่าเกลียดมองข้ามไปยังเจ้าของกลุ่มผมดำที่ยืนอยู่ด้านหลังผิงผิง

“แต่ถ้าแพ้ กูขอของมึง”

แม้ภายในใจนักรบจะสะดุดกับคำพูดของไดมอนด์อยู่ไม่น้อย แต่ภายนอกก็ยังคงแสดงท่าทางเรียบนิ่ง ราวกับไม่เดือดร้อนหรือคิดจะใส่ใจคำพูดเย้ยหยันนั้น

ยิ่งแรงขยุ้มชายเสื้อตรงช่วงเอวพร้อมเสียงสะอื้นเบาๆ เป็นสัญญาณบอกให้นักรบรู้ว่าจิณณ์กำลังหวาดหวั่นและหวาดกลัวกับคำพูดเหล่านั้นอยู่ไม่น้อย นั่นยิ่งทำให้คนตัวสูงต้องพยายามข่มความโกรธเอาไว้กว่าเก่า เพื่อไม่ให้มันระเบิดออกมา

“หรือกลัวเสียให้กู ก็จะได้รู้กันไปว่านักรบผู้เลื่องลือไร้น้ำยาไปแล้ว” คนพูดตะเบ็งเสียงดังลั่น ท่ามกลางสนามแข่งรถที่เงียบสนิท ราวกับต้องการจะสื่อให้บรรดาผู้คนในสนามแข่งแห่งนี้ได้รับรู้ เพราะเวลานี้กลุ่มสนทนาของพวกเขากำลังเป็นจุดสนใจของทั่วทั้งสนามเลยก็ว่าได้

“ตกลง”

“พี่นักรบ!/เฮียรบ!”

สิ้นคำตอบรับข้อเสนอจากนักรบ ทำเอาผิงผิงและควันถึงกับเบิกตากว้างอย่างตกใจ หลุดร้องเรียกชื่อร่างสูงออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ฮึก…คุณนักรบ”

คนที่ก้มหน้ากับอกแกร่งตั้งแต่ย่างกรายเข้ามาในสนามแข่ง หลุดเสียงสะอื้นไห้ ดวงหน้าหวานแหงนขึ้นมองเสี้ยวหน้าได้รูปของคนที่ยังมองจ้องไปด้านหน้านิ่ง ด้วยสายตาตัดพ้อและน้อยใจกับการตัดสินใจของอีกฝ่าย ที่ทำราวกับว่าจิณณ์เป็นเพียงสิ่งของเอาไว้ท้าพนันเท่านั้น

คุณนักรบอยากจะแก้แค้นเขาอีกแล้วใช่ไหมถึงได้ทำแบบนี้

ทว่า ฝ่ามือร้อนกลับลูบไล้ต้นแขนเรียวแผ่วเบา ราวกับปลอบประโลมคนในอ้อมกอดแทนคำพูดมากมายยามสบสายตากับคนท้านิ่ง ทำเอาจิณณ์ต้องเม้มปากแน่น ข่มทุกความรู้สึกเอาไว้แล้วซบใบหน้าเปื้อนน้ำตาลงกับอกอุ่นอีกครั้ง

“แต่ถ้ามึงแพ้ มึงและพวกห้ามมาเหยียบสนามกูอีก”

“ได้ งั้นเดี๋ยวเจอกันในสนาม”

ขณะที่ไดมอนด์ก็รับคำอย่างพอใจ ขายาวขยับก้าวมาด้านหน้า หมายจะเอ่ยบอกบางอย่างกับคู่แข่งคนสำคัญ หากไม่ติดที่ผิงผิงยังคงกอดอกแน่น มองมาด้วยแววตาเย็นยะเยือกอยู่กับที่ไม่ยอมเคลื่อนตัวไปไหน เป็นจังหวะเดียวกับที่เลโอเองก็ก้าวขึ้นมายืนข้างๆ อย่างเตรียมพร้อมปกป้องดวงใจของตัวเองเช่นเดียวกัน

“หึ อย่าเพิ่งตายก่อนกูถึงเส้นชัยนะมึง”

เมื่อมีปราการป้องกันแน่นหนาจนเข้าถึงยาก ไดมอนด์เลยไหวไหล่นิด ก้าวถอยห่างออกมาแล้วเลือกที่จะเอ่ยบอกเสียงเรียบพร้อมกระตุกมุมปากยิ้มชั่วร้าย ก่อนจะหมุนปลายเท้าเตรียมเดินกลับไปเช็กสภาพรถ

หากไม่ติดตรงที่…

“เดี๋ยว!”

“อะไรของมึงอีกวะห้ะ?!”

เสียงเรียกของยีนส์รั้งไดมอนด์เอาไว้ ให้คนที่กำลังจะเดินกลับไปยังรถของตัวเองได้พ่นลมหายใจหนักๆ ก่อนจะหันมาตวาดถามอีกฝ่ายเสียงห้วน

ไอ้เหี้ยนี่จะอะไรกับกูนักหนาวะ

“ถ้าแข่งกันแบบธรรมดามันก็ไม่ตื่นเต้นสิ”

“มึงจะพูดอะไร”

“อืม…เราลองมาเพิ่มกฎความท้าทายเข้าไปหน่อยดีไหมครับ”

พอเห็นแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคำถามและความหงุดหงิดจากไดมอนด์ คนอารมณ์ดีแสนเจ้าเล่ห์ที่นึกสนุกเลยยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วว่าต่อด้วยท่าทางสบายๆ มือหนาทั้งสองข้างซุกเข้ากับกระเป๋ากางเกงแบบที่เจ้าตัวชอบทำเป็นประจำ

“มึงหมายความว่าไง”

กริ๊ง!

ยีนส์เอี้ยวตัวไปเปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับ หยิบบางอย่างจากคอนโทรลรถ ยกชูมันขึ้นตรงหน้าจนแสงสีเงินแวววาวสะท้อนกับแสงไฟแทนคำเฉลยทั้งหมด ให้คนที่เหลือรวมไปถึงผู้ชมในสนามแข่งได้ขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่เจ้าตัวต้องการจะสื่อ

“เรามาล็อกมือคนขับติดกับตุ๊กตาหน้ารถระหว่างแข่งกันดีกว่า”

“มึงจะเล่นพิเรนทร์อะไรอีก ไหนบอกว่าไอ้นักรบเป็นคนออกกฎไงวะ แล้วมึงจะมาเพิ่มกฎแบบนี้ได้ไง” คนฟังชะงักก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ยกคำพูดที่เจ้าของสนามประกาศกร้าวทุกครั้งขึ้นมาใช้ต่อรอง

“ในเมื่อผมเองก็เป็นหุ้นส่วนของสนามแห่งนี้ ผมก็ต้องมีสิทธิ์ที่จะออกกฎด้วย ไม่ใช่เหรอครับ” ไหล่กว้างไหวนิด หมุนควงกุญแจมือกับนิ้วชี้ไปมา ก่อนจะเอี้ยวโครงหน้าคร้ามไปถามความคิดเห็นจากเพื่อนตัวสูง

“ใช่ไหมไอ้นักรบ”

“แล้วแต่มึงเลย” ดวงตาคมเข้มสบกับแววตาเจ้าเล่ห์ของยีนส์ก่อนจะเอ่ยบอกเสียงเรียบ ให้คนที่ขึ้นชื่อว่าแสนเจ้าเล่ห์ได้กระตุกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ

ไม่เสียแรงที่เป็นเพื่อนรัก เพื่อนกัดกันมานาน แค่มองตามันก็รู้ใจแล้วว่าเขาต้องการอะไร

เจ้าของสนามเขาว่างั้นอ่ะครับ คุณไดมอนด์” โครงหน้าคร้ามเอียงคอมอง พร้อมเน้นย้ำสถานะที่ทำให้ไดมอนด์ไม่สามารถค้านอะไรต่อได้อีก

“หรือคุณไม่กล้า มีแผนอะไรหรือเปล่าครับ” คิ้วหนาเลิกขึ้นเป็นเชิงถามพลางยกยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นคนโดนท้าทายกำลังกัดฟันแน่น

“แผนเหี้ยอะไร ไม่มีทั้งนั้นแหละ”

“ไม่มี งั้นก็แปลว่าตกลงใช่ไหมครับ”

“เออ! จะเพิ่มอะไรก็เพิ่มแล้วแต่พวกมึง”

และเมื่อจนมุมไปต่อไม่ได้ ไดมอนด์เลยกระแทกเสียงใส่ มองจ้องด้วยแววตาแค้นจัด มือหนายื่นออกไปข้างหน้า ก่อนจะเร่งเมื่อคนยื่นข้อเสนอเพิ่มกฎเอาแต่ยืนส่งยิ้มกวนประสาทไม่เลิก แถมไม่ยอมส่งกุญแจมือมาให้เขาสักที

“เอามาสิวะ!”

“ไว้ผมจะให้ตอนก่อนแข่งแล้วกันนะครับ”

กรอด!

“ตามใจมึง!”

เป็นอีกครั้งที่ไดมอนด์กัดฟันแน่น คำรามเสียงก้องในลำคออย่างนึกขัดใจกับท่าทางและคำพูดของคนตรงหน้า ที่ทำราวกับว่ามันล่วงรู้ความคิดของเขาไปเสียหมด ก่อนจะหมุนปลายเท้าเดินออกไปอย่างหัวเสีย

“พี่นักรบ! พี่ทำแบบนั้นได้ยังไง พี่เอาจิณณ์ไปเป็นของพนันได้ยังไง ตกลงได้ยังไงกัน”

ไล่หลังไดมอนด์และพรรคพวกที่เดินกลับไปตรวจเช็กสภาพรถของตัวเองแล้ว ผิงผิงก็หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า พร้อมจ้องพี่ชายร่างสูงด้วยแววตาโกรธเกรี้ยวและไม่พอใจเป็นอย่างมากกับการตัดสินใจลงแข่งในครั้งนี้

พี่นักรบจะแค้นหรือเอาคืนตระกูลฐานนันท์ญายังไงก็ได้ผิงผิงไม่เคยว่า ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยแต่อย่าทำเหมือนกับจิณณ์เป็นสิ่งของไว้ท้าพนัน อย่าทำราวกับร่างบางไม่ใช่คนแบบนี้

ผิงผิงบอกเลยว่าไม่พอใจเอามากๆ!

“น้องผิงครับ ออกมาก่อนมา อย่าไปกวนไอ้นักรบมัน มันต้องการสมาธิ” ยีนส์กระตุกดึงต้นแขนเรียวของผิงผิงให้ออกห่างจากนักรบ ที่กำลังตรวจเช็กสภาพรถไม่ต่างจากไดมอนด์

จะต่างก็ตรงที่มันตระกองกอดร่างบางของคุณจิณณ์เอาไว้ไม่ห่างตัวเลยนี่แหละ

เรื่องนี้สงสัยคงต้องปล่อยให้ไปเคลียร์กันเอง

“แต่พี่ยีนส์!”

“เชื่อพี่นะครับ”

“ก็ได้! แต่ถ้าพี่แพ้ล่ะน่าดู”

แววตาจริงจังของยีนส์ทำเอาผิงผิงยอมถอยห่างแต่โดยดี เจ้าเด็กตัวแสบจอมเอาแต่ใจของพี่ๆ มองหน้านักรบนิด ก่อนจะสะบัดเชิด เดินหนีไปอีกทางอย่างกระฟัดกระเฟียด

ทุกคนล้วนตกใจกับการตัดสินใจของนักรบทั้งนั้น จะมีก็เพียงแค่ยีนส์ที่ไม่รู้สึกแปลกใจกับคำตอบรับคำท้าแข่งของเพื่อนตัวสูงเลยแม้แต่น้อย

เพราะเขารู้ดีว่าที่นักรบทำไปมันไม่ได้ทำเพื่อแก้แค้น แต่นักรบกำลังทำ…เพื่อปกป้องจิณณ์อยู่

หากนักรบเลือกที่จะปฏิเสธคำท้าแข่งของไดมอนด์ นั่นก็เท่ากับว่าเจ้าตัวกำลังเผยให้คนเป็นศัตรูได้รู้ ว่าคนในอ้อมกอดของมันคือ…จุดอ่อน



---


เฮียรบยังเป็นพระเอกอยู่จริงๆ นะ 555555

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว