ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10 – ตัวกระตุ้น (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 – ตัวกระตุ้น (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.6k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ธ.ค. 2561 21:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 – ตัวกระตุ้น (1/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 10 – ตัวกระตุ้น



เปลือกตาบางค่อยๆ เปิดขึ้นก่อนจะตามมาด้วยอาการปวดตุบๆ ตรงขมับ จนดวงหน้าหวานต้องสะบัดไปมา พยายามเรียกสติตัวเองให้เข้าที่ และแล้วภาพตรงหน้าก็เหมือนจะวนเข้าลูปเดิมอีกครั้ง เช้านี้จิณณ์ตื่นขึ้นมาภายใต้อ้อมกอดอุ่นของคนใจร้ายคนเดิมพร้อมคำถามมากมาย

เขาเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ความทรงจำสุดท้ายที่จิณณ์พอจะจำได้ คือเขาถูกคุณนักรบฉวยโอกาส ปล้ำจูบ รังแกกันตอนที่กำลังช่วยทาแผลตรงมือขวาให้อีกฝ่ายบนโซฟา แต่หลังจากนั้นมันก็ดูจะเป็นความทรงจำอันแสนเลือนรางที่พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

จิณณ์ค่อยๆ ก้าวลงจากเตียงนอนกว้างอย่างเงียบเชียบและเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลันดวงหน้าหวานก็ร้อนผ่าวจนขึ้นริ้วแดงระเรื่อ เมื่อก้มลงมองชุดที่ตัวเองสวมอยู่ แล้วมันกลับกลายเป็นคนละชุดกันกับที่เขาใส่เมื่อวานนี้

จิณณ์ไม่ต้องเสียเวลาเดาก็รู้ได้ทันที ว่าคนตัวสูงแสนใจร้ายที่ยังนอนหลับตาพริ้ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมออยู่บนเตียงนอนกว้างนั่นเป็นคนเปลี่ยนให้อย่างแน่นอน

ฮื่อ นี่เขาเปลี่ยนชุดให้เราอีกแล้วเหรอเนี่ย

ดวงหน้าหวานสะบัดความคิดอันฟุ้งซ่าน ก่อนขาเรียวจะก้าวจากห้องนอนลงไปยังชั้นล่างของบ้าน เดินผ่านห้องนั่งเล่น หมายจะตรงไปยังห้องครัวที่คาดว่าป่านนี้ทุกคนคงกำลังจัดเตรียมมื้อเช้ากันอยู่ ให้ใครอีกคนที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นตวัดตามองอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณ ก่อนจะวางหนังสือในมือลง แล้วรีบลุกพรวดจากโซฟาตัวยาวตามร่างบางไปติดๆ

“จิณณ์!”

“ครับคุณผิงผิง” เสียงหวานร้องเรียกให้จิณณ์ที่ยังมึนงง ได้หันกลับไปเลิกคิ้วมอง ขานรับในลำคอ

“ตัวเป็นไงบ้าง เมื่อคืนพี่นักรบทำอะไรตัวหรือเปล่า” เจ้าของนัยน์ตาสวยคล้ายลูกกวางจับคนตรงหน้าหมุนไปมา พลางสำรวจด้วยแววตาตื่นตระหนกปนเป็นห่วงไม่น้อย

“เดี๋ยวๆ เดี๋ยวครับคุณผิงผิง ใจเย็นๆ ก่อนครับ” มือเรียวยกขึ้นห้าม พลางมองคนตรงหน้ายิ้มๆ อย่างนึกเอ็นดู

“ตัวโอเคใช่ไหม เรื่องเมื่อคืน…เอ่อ”

“คุณผิงผิง คงได้ยินหมดแล้ว ใช่ไหมครับ”

“อื้อ” ขานรับคำในลำคอ นัยน์ตาใสคล้ายลูกกวางมองรอยยิ้มฝืนของจิณณ์ที่ส่งมาให้อย่างรู้สึกผิด ที่เผลอเอ่ยถึงเรื่องสะกิดใจของอีกฝ่าย

“ขอโทษด้วยนะครับ ที่ทำให้คุณผิงผิงต้องมาได้ยินอะไรแบบนั้น”

“ช่างมันเถอะจิณณ์ ได้ระบายมันออกมาบ้างก็ดีเหมือนกันนะ ที่ผ่านมาตัวคงจะเก็บมันไว้คนเดียวตลอดเลยใช่ไหม”

“ฮึก…”

ถ้อยคำแสนอ่อนโยนที่แสดงถึงความห่วงใยของผิงผิง ทำเอาจิณณ์หลุดเสียงสะอื้นออกมาเบาหวิว หน่วยตาเรียวที่ผ่านการร้องไห้อย่างหนักคลอรื้นไปด้วยหยาดน้ำสีใสดูน่าสงสาร จนคนมองเบะปากตาม ครางฮื้อในลำคอ อดไม่ได้จะยื่นมือเรียวไปช่วยเช็ดหยดน้ำตาออกจากแก้มขาว

“ฮื้อ ไม่เอาไม่ร้องสิตัว เดี๋ยวตาก็แดงหมดหรอก”

“ขะ…ขอโทษครับ”

“ไม่ต้องขอโทษแล้ว มานี่มา ขอเค้าสำรวจหน่อยว่าพี่นักรบทำอะไรตัวหรือเปล่า ตัวน่ะดื้อ! เมื่อคืนบอกให้ไปนอนกับเค้าตัวก็ไม่ยอมฟัง รั้นจะขึ้นไปหาพี่นักรบให้ได้” ว่าแล้วก็จับคนตรงหน้าสำรวจไปมาหมุนซ้ายหมุนขวา แหวกคอเสื้อ รั้งชายเสื้อขึ้นดู โดยไม่สนใจเสียงสั่นน้อยๆ ที่ร้องห้ามอย่างตกใจ

เห็นจิณณ์เดินหายลับขึ้นไปบนห้องนอนของพี่นักรบทั้งที่ตัวเปียกปอนแบบนั้น ผิงผิงก็นึกเป็นห่วงอยู่ลึกๆ ขนาดเขาที่อยู่ด้วยกันมานาน ยังไม่กล้าเอาตัวเข้าไปใกล้พี่ชายตัวสูงคนนั้นเลยด้วยซ้ำ

พี่นักรบเวลาโกรธน่ะ น่ากลัวน้อยเสียเมื่อไหร่กัน

“นี่พี่นักรบทำรุนแรงกับตัวขนาดนี้เลยเหรอ” มือเรียวที่กำลังไล่สำรวจร่างบางตรงหน้าชะงักค้าง นัยน์ตาคล้ายลูกกวางเบิกกว้างอย่างตกตะลึงกับร่องรอยมากมายภายใต้เสื้อนอนตัวบาง

“เอ่อ…ปะ เปล่าครับ คุณนักรบไม่ได้…” ใบหน้าแดงก่ำส่ายไปมาอย่างนึกเขินอายไม่น้อยกับร่องรอยมากมายที่คนใจร้ายประทับทิ้งเอาไว้เต็มแผ่นอกบาง

“ไม่ได้อะไรกันเล่า! ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าทั้งกัด ทั้งดูด เผลอๆ มีบีบ มีเค้นด้วยหรือเปล่าเนี่ย” ผิงผิงว่าพลางจิ้มนิ้วไปตามรอยประทับสีกุหลาบและรอยฟันคม ที่ไม่ต้องบอกก็พอจะรู้ว่ามันเป็นของใคร

เมื่อวานตอนที่ช่วยทำแผลให้จิณณ์ ผิงผิงก็คิดว่าจะแค่มัดมือ มัดเท้า ล่ามโซ่เฉยๆ เสียอีก ที่ไหนได้ นี่เล่นทิ้งรอยเอาไว้มากมายขนาดนี้ คงโดนไปหนักเอาการแน่ๆ

พี่นักรบบ้า*! นี่รุนแรงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย*

“ตัวเป็นมาโซหรือยังไงห้ะ ถึงได้ปกป้องพี่นักรบอยู่นั่นแหละ” และเสียงหวานก็ไม่ลืมจะหันไปแหวใส่คนที่ยืนส่งยิ้มหน้าเจื่อนมาให้อย่างหงุดหงิดใจ

“เสียงดังอะไรแต่เช้าน่ะหื้อ น้องผิง”

ผิงผิงตวัดตามองเจ้าของเสียงทุ้มต่ำ ที่ยืนเท้าแขนกับกรอบประตูทางเชื่อมของห้องครัวด้วยแววตาเหวี่ยงๆ นิ้วชี้เรียวยกขึ้นกระดิกรัวเร็ว คล้ายจะเป็นการออกคำสั่งให้พี่ชายตัวสูงเดินเข้ามาดูผลงานที่ตัวเองทำเอาไว้

“พี่นักรบ! มาก็ดีเลย นี่พี่ทำอะไรจิณณ์บ้างเนี่ยห้ะ ดูสิเนื้อตัวมีแต่รอยของพี่ทั้งนั้น”

“อะไร แน่ใจได้ยังไงว่าทั้งหมดนั่นมันเป็นรอยของพี่”

คำพูดของนักรบที่เอ่ยบอกกับผิงผิง ทำจิณณ์เผลอกัดริมฝีปากของตัวเองแน่นอย่างลืมตัว นัยน์ตาเรียวหลุบต่ำลงมองพื้นอย่างไม่กล้าจะสบกับดวงตาคู่คมที่มองกันอยู่ เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นหยดน้ำตา ที่คลอรื้นรอบหน่วยตาและประกายความน้อยเนื้อต่ำใจกับประโยคของอีกฝ่าย ซึ่งฟังดูคล้ายจะสื่อว่าร่างกายนี้ผ่านมือใครต่อใครมากมาย

คนใจร้าย ยังไงก็ยังเป็นคนใจร้ายอยู่วันยังค่ำ

“พี่นักรบ! นี่พี่ พี่ให้คนอื่น โอ๊ย! ไม่น่ารักเลยอ่ะ ไปทำแบบนั้นกับจิณณ์ได้ไงกันน่ะ ใจร้ายที่สุดเลย” เสียงหวานโวยวายลั่นอย่างไม่สบอารมณ์กับคำพูดนักรบ ที่สื่อความหมายได้โหดร้ายสำหรับใจคนฟังเสียเหลือเกิน

รู้หรอกว่าเรื่องราวที่พี่นักรบเคยเจอมาน่ะมันทำให้แค้นฝังใจมาจนทุกวันนี้ แต่จะให้คนอื่นมาข่มเหงร่างกายคนบอบบางอย่างจิณณ์ก็จะใจร้ายเกินไปแล้วนะ

“แล้วพี่ปฏิเสธเราหรือยัง ว่ามันไม่ใช่ของพี่น่ะ หื้อ” มือหนาวางลงบนกลุ่มผมนุ่มเบาๆ แล้วขยี้ไปมาอย่างนึกมันเขี้ยวเจ้าเด็กตัวแสบจอมเอาแต่ใจที่กำลังตีโพยตีพายเสียยกใหญ่ ให้ผิงผิงขมวดคิ้วฉับอย่างงุนงง

“ก็พี่…โว้ย ไม่คุยกับพี่แล้วหงุดหงิด”

“หึ อย่ามาทำเป็นเสียงดังกลบเกลื่อน ยังไม่เคลียร์กันเลยนะ เรื่องที่เราแอบกลับมาบ้านใหญ่โดยไม่บอกพี่ก่อนน่ะ”

“อุ่ย! แหะๆ” คนมีชนักติดหลังเป็นได้สะดุ้งโหยง เพราะแรงเขกตรงหน้าผากมนเบาๆ พลางส่งยิ้มแหยให้พี่ชายตัวสูงกลบเกลื่อนความผิดตัวเอง

ลืมไปเสียสนิทเลย ว่าไม่ได้บอกพี่นักรบล่วงหน้าเรื่องที่จะมาอยู่บ้านใหญ่

“งั้นเดี๋ยวเค้าไปรอที่ห้องนั่งเล่นนะตัว อาหารเสร็จแล้วเรียกด้วยล่ะ”

“ครับ คุณผิงผิง”

“ส่วนพี่ก็อย่าทำรุนแรงกับจิณณ์นักล่ะรู้ไหม จิณณ์ยิ่งบอบบางอยู่ด้วย!” ว่าแล้วก็หันไปเอ่ยบอกคนตัวเล็กเร็วๆ จากนั้นก็รีบวิ่งหายออกไปจากห้องครัว ทิ้งให้นักรบและจิณณ์อยู่กันตามลำพังในห้องครัวอย่างรวดเร็ว โดยไม่รอให้โดนดุหรือคาดโทษอีกเป็นครั้งที่สองแต่อย่างใด

“มึงกล้าฟ้องน้องผิงเหรอ” ช่วงขายาวสาวเท้าเข้าไปหาคนที่ยืนก้มหน้านิ่ง มือหนาออกแรงกระชากต้นแขนเรียวเต็มแรง จนจิณณ์เซถลาปะทะกับอกแกร่งพลางถามด้วยน้ำเสียงกดต่ำ

“ผมเปล่า” เอ่ยบอกเสียงสั่น ช้อนนัยน์ตาเรียวที่คลอรื้นขึ้นสบกับคนด้านบน

“สงสัยรอยจะชัดเกินไป น้องผิงถึงได้โวยวายแบบนั้น” ดวงหน้าหล่อโน้มเข้าไปใกล้ จนหน้าผากกว้างแนบชิดลงกับหน้าผากมน ดวงตาคู่คมมองริมฝีปากบางที่เม้มแน่น กลั้นริ้วสะอื้นแห่งความน้อยใจเอาไว้ ก่อนแก้มขาวจะค่อยๆ ขึ้นสีระเรื่อเพราะเสียงทุ้มนุ่มในประโยคถัดมา

“งั้นคืนนี้กูจะพยายามระวังๆ ไม่ทำรอยเพิ่มก็แล้วกัน”

“คุณ อื้อ!”

ยังไม่ทันที่จิณณ์จะได้เอ่ยออกไปจนจบประโยค ริมฝีปากบางสีสดก็ถูกริมฝีปากร้อนของคนตัวสูงช่วงชิงลมหายใจอย่างรวดเร็ว มือหนาช้อนยกสะโพกมนขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์ ก่อนจะเลื่อนเปลี่ยนเป็นยึดศีรษะได้รูปเอาไว้มั่น ลิ้นร้อนแทรกผ่านโพรงปากหวานเข้าไปกวาดต้อนรอบๆ กระพุ้งแก้มและตามแนวฟันสวยอย่างจาบจ้วง

รสจูบร้อนแรง ทว่า แฝงไปด้วยความอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัส ทำเอาจิณณ์วาบหวิวไปทั่วทั้งช่องท้อง เปลือกตาบางหลับลงช้าๆ พลางมือเรียวทั้งสองก็ยกขึ้นโอบกอดเอวสอบของคนที่แทรกร่างสูงเข้ามายืนอยู่ระหว่างขาเรียวทั้งสองข้างของเขา

นักรบผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง พร้อมกับน้ำหวานสีใสที่ไหลลงข้างมุมปากบาง ให้เรียวลิ้นร้อนตวัดเกี่ยว ลากเลียมันเข้าปาก พลางมองจ้องนัยน์ตาเรียวฉ่ำน้ำที่เผลออ้าปากออกน้อยๆ เพื่อโกยอากาศอย่างเหนื่อยหอบไม่วางตา

“ตัวไม่ร้อน” ว่าจบ ก็กดจูบลงบนริมฝีปากบางที่บวมเจ่อและฉ่ำน้าอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือร้อนข้างหนึ่งสอดเข้าใต้สาบเสื้อ ลากไล้ไปทั่วทั้งแผ่นหลังและแผ่นอกบาง ให้จิณณ์บิดเร่ากายบาง หลุดเสียงครางฮื่อในลำคอ

“แฮกๆ”

จิณณ์หอบหายใจรุนแรงทันทีที่ริมฝีปากบางเป็นอิสระ มือเรียวโอบกระชับลำคอแกร่งของรักรบเอาไว้อย่างต้องการที่ยึดเหนี่ยว เมื่อรู้สึกว่าร่างกายของเขามันอ่อนเหลวไปหมด เพียงเพราะสัมผัสอันร้อนแรงจากคนตรงหน้า

“คะ…คุณนะ นักรบครับ”

“อื้อ หื้อ ว่าไง”

เจ้าของชื่อขานรับเสียงพร่า ทั้งที่ยังคงฝังดวงหน้าหล่อสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากซอกคอขาวไม่หยุด โดยที่คนทั้งสองไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ายังมีอีกหนึ่งชีวิตกำลังยกยิ้มมุมปากกับภาพที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นกลางห้องครัวแบบนี้

“โอ๊ะโอ เจอฉากเด็ดแต่เช้าเลยแฮะ”

เสียงทุ้มต่ำดังมาจากทางเชื่อมบานประตู หยุดทุกการกระทำของคนทั้งสองในห้องครัวได้เป็นอย่างดี นักรบส่งเสียงจิ๊ในลำคออย่างขัดใจ ตวัดตาคมมองร่างสูงของเพื่อนผิวสีแทนที่ยืนเอามือล้วงในกระเป๋ากางเกง พลางส่งยิ้มกรุ้มกริ่มพร้อมกับสายตาเจ้าเล่ห์ชวนให้หงุดหงิด

“ต่อก็ได้นะ ไม่ต้องเกรงใจ กูแค่กะจะแวะเข้ามาดูเฉยๆ ว่ามีอะไรกินบ้าง แต่ไม่คิดว่ามึงจะอยากเปลี่ยนบรรยากาศแต่เช้าแบบนี้” เห็นสีหน้าหงุดหงิดของเพื่อนตัวเอง ยีนส์ก็อดไม่ได้จะยกมือขวาออกจากกระเป๋ากางเกง แล้วผายออกเป็นเชิงบอกให้มันทำต่อในส่วนที่เขาเข้ามาขัดจังหวะได้ตามสบาย

จากที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะเข้ามาหาอะไรกิน บวกกับตอนเข้ามาเขาถามหาไอ้เพื่อนตัวสูงจากผิงผิง ที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่ในห้องนั่งเล่น ก็ได้ความว่ามันอยู่ในครัวกับคุณจิณณ์ ไอ้เราหรือก็แอบกลัวใจว่ามันจะบ้าดีเดือด หยิบมีดมาปาดคออีกคนเหมือนที่มันชอบทำกับพวกขัดแข้งขัดขา

ที่ไหนได้ มันดันมากอดรัดฟัดเหวี่ยง ปล้ำจูบ เล่นซะคุณจิณณ์คนน่ารักตัวอ่อน หน้าแดง ตัวแดงไปหมด แถมยังหอบหายใจกระเส่าอยู่บนเคาน์เตอร์กลางห้องครัวเสียอย่างนั้น

ให้ตายเพิ่งจะเคยเห็นเพื่อนตัวเองคลั่งใครสักคนมากขนาดนี้เป็นครั้งแรก

“เปลี่ยนบรรยากาศอะไรของมึง กูแค่วัดไข้มัน” ปฏิเสธเสียงห้วน ขณะที่ใช้ลำตัวสูงใหญ่บังร่างบางที่กัดริมฝีปากแน่น ก้มหน้างุดรีบดึงสาบเสื้อลงอย่างพัลวัน ด้วยความขัดเขินที่มีคนอื่นมาเห็นการกระทำน่าอายเหล่านั้น

“อื้ม วัดไข้เฉยๆ โอเค้ กูเชื่อมึงเพื่อน” ริมฝีปากหนายกยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางโคลงศีรษะนิดอย่างรู้สึกหมั่นไส้กับคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ไหนจะท่าทางดูปกป้องราวกับหวงแหนคนข้างหลัง ช่างดูตรงกันข้ามกับคำพูดของมันเสียเหลือเกิน

มึงวัดไข้ได้แปลกมากครับเพื่อน บ้านไหนเขาวัดไข้กันแบบนี้วะ

“โอ๊ะ! ลืมแนะนำตัวไปเลย ผมยีนส์เป็นเพื่อนรักเพื่อนซี้ของไอ้นักรบมัน ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

แววความสงสัยฉายชัดจากนัยน์ตาเรียวฉ่ำน้า ที่มองลอดไหล่หนาของนักรบออกมาอย่างน่าเอ็นดู ทำเอายีนส์ยกยิ้มเป็นมิตร ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้ ไม่ลืมจะเอ่ยแนะนำตัวพร้อมยื่นมือหนาไปให้เป็นการทักทาย

“เอ่อ…จิณณ์ครับ” ดวงหน้าหวานพยักหน้ารับอย่างงงๆ ก่อนจะยื่นมือเรียวหมายจะจับกับผู้มาใหม่ หากไม่ติดที่ว่า…

เพี๊ยะ!

“อะไรของมึงวะไอ้นักรบ มาปัดมือกูทำไมเนี่ย” น้ำเสียงทุ้มฟังดูคล้ายไม่พอใจกับการถูกเพื่อนตัวสูงปัดมือออก ก่อนที่จะได้จับกับมือเรียวของจิณณ์

“มึงไม่ต้องไปรู้จักกับมันหรอก ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น”

คำพูดเสียดแทงจิตใจ ทำเอาริมฝีปากบางเม้มแน่นอีกครั้ง นัยน์ตาเรียวหลุบลงมองต่ำ ก่อนจะดึงมือที่ยกค้างกลับมากุมไว้แน่นอย่างรู้สึกน้อยใจ

“ไม่สำคัญกับมึง แต่อาจจะสำคัญกับกูก็ได้” โครงหน้าหล่อเหลาคร้ามแดดขยับเลื่อนเข้าไปใกล้ ก่อนจะพูดเสียงกระซิบประโยคที่ทำเอานักรบถึงกับฉุนขาด

“อย่าลืมสิว่ากูชอบแบบนี้”

“ไอ้ยีนส์!”

“ว่า?” กระตุกยิ้มมุมปาก เอียงหน้านิด มองจ้องหน่วยตาคู่คมวาวโรจน์ของคนที่กระชากคอเสื้อเขาเข้าไปใกล้อย่างท้าทาย

พอเห็นประกายความสนุกที่ส่งผ่านหน่วยตาคู่คมของยีนส์ นักรบก็ยิ่งต้องผ่อนลมหายใจหนักๆ พยายามควบคุมสติตัวเอง เมื่อรับรู้ได้ว่าเขากำลังจะตกหลุมพรางของมัน

เรื่องกระตุกอารมณ์คนอื่นไอ้ยีนส์มันถนัดนักล่ะ

“ถ้ามึงชอบก็เอาไปสิ”

เพียงแค่พักเดียวก็แค่นยิ้มออกมา มือหนาผลักอกแกร่งตามแบบฉบับของคนที่ชอบออกกำลังกายเต็มแรง จนเซถอยห่างไปด้านหลัง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำคนฟังที่ยังนั่งกำมือตัวเองแน่น ต้องน้ำตาร่วงลงข้างสองแก้มเนียนอีกครั้ง

“แต่ของเหลือจากกู มึงคงไม่ถือใช่ไหม”

และเหมือนประโยคนั้นจะฟังดูสวนทางกับฝ่ามือหนาที่เผลอกำหมัดแน่น ราวกับต้องการระงับอารมณ์ตัวเองให้คงที่จะยิ่งปลุกความสนุกจากยีนส์ได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

“ไม่เป็นไร คนกันเอง กูไม่ถือ” ไหล่กว้างยักขึ้นนิด ล้วงมือเข้าในกระเป๋า ก่อนจะพิงสะโพกสอบกับเคาน์เตอร์มองสบตากับเพื่อนตัวสูงตรงหน้า

สิ้นประโยคนั้นของยีนส์ นักรบก็หมุนตัว ก้าวยาวๆ ออกจากห้องครัวไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่คิดจะสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น ดวงหน้าหล่อยังคงเรียบนิ่งไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด หากแต่เพื่อนที่สนิทกันมานานอย่างยีนส์ ย่อมรู้ดีว่าภายใต้หน้ากากแสนเย็นชาและเรียบนิ่งนั้น กำลังซ่อนความสับสนและปั่นป่วนภายในใจเอาไว้

“หึ ไอ้คนปากแข็งเอ๊ย!”




---


เชิญด่าเฮียรบเลยค่าาาา ~

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว