ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 – ปิดใจ (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 – ปิดใจ (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.4k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2561 19:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 – ปิดใจ (1/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 7 – ปิดใจ



นัยน์ตาเรียวที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก จ้องมองแผ่นหลังกว้างเปลือยเปล่าสวมเพียงกางเกงยีนส์สีซีดตัวเดียว ยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงระเบียงด้านนอกห้องนอนด้วยความอ่อนล้า จิณณ์เพิ่งจะเคยเห็นรอยแผลเป็นตรงไหล่ขวาของอีกคน อาจเป็นเพราะปกติเขาจะเห็นแค่ใบหน้าหล่อเหลาที่มีแต่รอยยิ้มร้ายกาจและแววตาที่อ่านไม่ออกเลยสักครั้ง

จิณณ์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันเวลามันผ่านไปนานเท่าไหร่ นับตั้งแต่ที่เขาถูกนักรบพาตัวกลับเข้ามาในบ้านหลังนี้

บ้าน*…ที่มันเคยเป็นของเขา*

สิ่งเดียวที่จิณณ์รับรู้ คือคนตัวสูงที่ยืนอยู่ด้านนอกตรงนั้นทำลายศักดิ์ศรีเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างบางมีสิทธิ์พักแค่เพียงตอนที่นักรบอยากให้พักผ่อนเท่านั้น นอกเหนือจากนั้น เขาก็แทบจะไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกเลย อยากจะลุกเดินไปไหนก็ทำไม่ได้ เพราะติดตรงโซ่ที่มันล่ามขาเรียวเอาไว้

เปลือกตาบางปิดลงอย่างช้าๆ ฝ่ามือเรียวกระชับดึงผ้าห่มขึ้นมาจนถึงแผ่นอกบาง เมื่อเห็นคนตัวสูงขยี้มวนบุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง

“กูรู้ว่ามึงตื่นแล้ว” น้ำเสียงกดต่ำพร้อมแรงยุบตรงข้างศีรษะ เรียกให้คนที่แกล้งหลับค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น มองดวงหน้าหล่อที่ห่างกันเพียงคืบด้วยแววตาสั่นไหว

“จำเอาไว้เป็นบทเรียน แล้วอย่าคิดที่จะหนีไปจากกูอีก”

“ครับ”

“ลุก มึงยังมีอย่างอื่นต้องทำอีก”

นักรบผุดลุกขึ้นยืนข้างเตียงนอน ก่อนจะเดินอ้อมไปอีกฝั่ง จากนั้นก็จัดการปลดโซ่ที่ล่ามติดกับขาเตียงออก จิณณ์ค่อยๆ ใช้มือทั้งสองยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งอย่างระมัดระวัง ดวงหน้าหวานยังคงก้มต่ำจนชิดแผ่นอกเปลือยเปล่าของตัวเอง

“กูให้เวลามึงสิบนาที จัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วตามลงไปข้างล่าง อย่าให้กูต้องรอนานไม่งั้นมึงได้เจ็บตัวแน่” เสียงทุ้มเอ่ยสั่งแค่เพียงเท่านั้น มือหนาคว้าเอาเสื้อยืดที่แขวนอยู่ตรงหน้าตู้เสื้อผ้ามาสวม ช่วงขายาวที่กำลังจะก้าวออกจากห้องชะงักค้าง หันกลับมาเอ่ยสั่งคนบนเตียงอีกครั้ง

“กูรู้ว่ามึงคงจำเส้นทางในบ้านหลังนี้ได้ดี แต่ก็คิดว่าเด็กนอกอย่างมึงคงจะฉลาดพอที่จะไม่หนีออกไปเป็นครั้งที่สองหรอกใช่ไหม”

“ครับ ผมไม่เคยคิดจะหนีไปไหนอยู่แล้ว” จิณณ์ที่กำลังก้าวลงจากเตียงนอนเหลือบมองร่างสูงตรงบานประตู ก่อนจะเค้นเสียงที่แหบพร่าของตัวเองตอบอีกฝ่าย

เพราะต่อให้อยากหนี ก็คงหนีไปไหนไม่รอด


.

.

.


“ทำอะไรอยู่ครับ ป้าแก้ว”

“ว่ายังไงคะคุณควัน ป้ากำลังเตรียมตัวทำกับข้าวอยู่เลยค่ะ” รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏบนใบหน้าของคนถูกถาม ก่อนจะพยักพเยิดไปทางวัตถุดิบต่างๆ มากมายที่ถูกเรียงรายอยู่บนเคาน์เตอร์

“แล้วนี่คุณควันมาทำอะไรคะเนี่ย”

“แวะเอางานที่เฮียสั่งมาให้ครับ” คำตอบจากเด็กหนุ่มทำเอาป้าแก้วลอบถอนหายใจอย่างหน่าย ใบหน้าที่เริ่มร่วงโรยไปตามกาลเวลาส่ายน้อยๆ จนคนมองต้องขมวดคิ้วเป็นปมแน่น

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะครับป้า”

“เฮ้อ, ก็คุณชายน่ะสิคะ อยู่ในห้องมาสองวันแล้ว”

“ป้าหมายความว่า…”

“ค่ะ ตั้งแต่วันนั้น ก็อยู่แต่ในห้องกับคุณหนูจิณณ์ตลอดเลยค่ะ ป้าขึ้นไปหาทีไรก็ได้ยินแต่เสียงร้องไห้ของคุณหนูจิณณ์ดังออกมา ป้าสงสารเธอจังเลยค่ะ” ป้าแก้วแหงนมองไปทางชั้นสองของบ้านที่เป็นห้องนอนคุณชายของเธอด้วยสายตาสงสารระคนเห็นใจ

เกือบสามวันมาแล้วที่คุณชายของเธอขังตัวเองและคุณหนูจิณณ์เอาไว้ในห้อง ไม่ยอมออกมาข้างนอก และไม่ยอมให้ใครนอกจากเธอย่างกรายเฉียดเข้าไปใกล้แม้แต่คนเดียว มีเพียงสายตรงต่อลงมาสั่งให้จัดการเรื่องอาหารและงานบ้านทั่วไปเท่านั้น

“ป้าก็รู้นี่ครับ ลองถ้าใครขัดใจหรือผิดแผนไปจากที่เฮียตั้งไว้แกจะฟิวส์ขาด”

“แต่ป้าไม่เคยเห็นคุณชายเธอเป็นแบบนี้เลยนะคะ”

“ผมก็เหมือนกันครับ”

“นินทาอะไรผมอยู่หรือเปล่าครับ” คนที่เป็นหัวข้อบทสนทนาก้าวยาวๆ มาหยุดยืนพิงไหล่กว้างกำยำกับกรอบประตูห้องครัว มองสองคนต่างวัยที่ดูจะมีสีหน้าเคร่งเครียดกว่าปกติด้วยสายตาเรียบ

“ยอมลงมาจากห้องแล้วหรือไงเฮีย” ควันผละออกจากป้าแก้ว หันกลับมาเอ่ยทักพี่ชายคนสนิทด้วยน้ำเสียงขี้เล่นเหมือนปกติ แต่นักรบรู้ดีว่าประโยคนั้นมันเป็นการแอบเหน็บแนมเขาเบาๆ ไอ้ควันคงจะยังเคืองเขาเรื่องจิณณ์อยู่แน่ๆ

ก็นะ มันรักมันหวงพี่จิณณ์ของมันไปแล้ว จะว่าอะไรได้

คนโดนเหน็บมองสบตาคมดุของน้องชายคนสนิทตรงหน้าด้วยสายตาเรียบนิ่ง โคลงศีรษะนิดอย่างไม่ยี่หระ ก่อนนัยน์ตาคู่คมจะเลื่อนไปมองสบกับผู้ใหญ่ที่เคารพรักและยังเหลือเพียงคนเดียวในชีวิต

“ของที่ผมสั่งได้ไหมครับป้า”

“ได้ค่ะ”

“อะไรเหรอเฮีย” ประกายความสงสัยฉายชัดบนดวงตาคม ควันมองหน้าพี่ชายตัวสูงสลับกับป้าแก้วอย่างต้องการคำตอบ

ริมฝีปากบางได้รูปยกยิ้มน้อยๆ อย่างนึกเอ็นดูกับสีหน้าท่าทางเหมือนเด็กน้อยถูกขัดใจของคุณควัน ตาเรียวเลื่อนไปสบกับคุณชายของเธอเป็นเชิงถาม ก่อนจะได้คำตอบเป็นดวงหน้าหล่อที่พยักหน้าขึ้นลง และทันทีที่ได้รับอนุญาต ป้าแก้วก็หมุนตัวกลับไปหยิบกล่องพลาสติกที่ภายในบรรจุบางอย่างเอาไว้ออกจากตู้เย็นมาวางตรงเคาน์เตอร์ทำอาหาร

บางอย่างที่ทำให้ควันต้องขมวดคิ้วฉับ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อได้มองเห็นชัดๆ ว่ามันคืออะไร

“เฮียนี่มัน!!!”

“กุ้งไง มึงจะตกใจทาไม”

“แบบนี้มันไม่โอเคแล้วนะเฮีย ผมว่าเฮียจะเล่นแรงเกินไปแล้วว่ะ”

“แรงตรงไหน กูแค่ให้ป้าแก้วเอากุ้งมาทำอาหารก็เท่านั้น”

“มันแรงตรงที่พี่จิณณ์แพ้กุ้งไง!”

“อย่ามาขึ้นเสียงกับกู ไอ้ควัน”

“เอ่อ…ขอโทษครับ” เสียงทุ้มอันแสนคุ้นเคยที่กดต่ำ คล้ายจะปรามทำเอาเท้าเรียวของคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องครัวชะงักค้าง นัยน์ตาสุกสกาวไล่มองสามชีวิตที่ยืนคุยกันอย่างประหม่า

“มาก็ดี เข้าไปช่วยป้าแก้วทำกับข้าวไป” ท่อนแขนแกร่งตวัดเอวบางเข้ามากอดแน่น ดวงหน้าหล่อพยักพเยิดไปทางหญิงสูงวัยที่ยกยิ้มจาง พลางมองคุณชายของตัวเอง

“เสร็จแล้วก็ทำความสะอาดบ้านของกูให้สะอาดทุกซอกทุกมุม ห้ามใครช่วยเด็ดขาด นี่คือคำสั่ง” จงใจเน้นย้ำคำที่เสียดแทงใจให้จิณณ์ต้องเม้มปากแน่น ก่อนจะพยักหน้ารับคำสั่งช้าๆ อย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ

“กูกลับมาทุกอย่างต้องเสร็จ ไม่งั้นมึงโดนแน่”

“ครับ”

“ส่วนมึงไอ้ควัน มากับกู”

กดจมูกโด่งเข้าที่แก้มขาวแล้วผละออก หันกลับมาคว้าคอเสื้อ ลากไอ้น้องชายคนสนิทที่ทำหน้าตาตื่นตกใจแกมผิดหวังให้เดินตาม ก่อนมันจะรู้สึกตัวแล้วเริ่มโวยวายลั่น ให้คนสูงวัยเพียงคนเดียวของบ้านที่มองตามได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอ็นดูกับสองพี่น้องต่างสายเลือดคู่นี้

“เฮ้ย! เดี๋ยวดิเฮีย เดี๋ยว เฮียจะพาผมไปไหน เรายังไม่เคลียร์กันเลยนะเว้ยเฮีย” เห็นสภาพพี่จิณณ์แล้วควันก็อดห่วงไม่ได้จริงๆ แค่วันแรกที่ถูกจับตัวมาพี่จิณณ์ก็แทบจะไม่มีแรงออกไปไหนหรือทำอะไรเลยด้วยซ้ำ แล้วนี่อะไรเกือบสามวันเลยนะที่เฮียเอาแต่ขังพี่จิณณ์ไว้ในห้อง

รอดตายมาได้ก็ปาฏิหาริย์

“ค่อยเคลียร์ระหว่างทาง”

“แต่ผมเพิ่งมาเองนะเฮีย ยังไม่ได้คุยกับพี่จิณณ์เลย!”

คล้อยหลังแผ่นหลังกว้างที่หายลับออกจากห้องครัวไปพร้อมกับเสียงโวยวายลั่นของควัน มือเรียวก็ยกขึ้นแตะตรงสัมผัสรวดเร็วที่หลงเหลือความร้อนผ่าวอยู่บนแก้มขวา ขาเรียวก้าวพาตัวเองมาหยุดยืนตรงเคาน์เตอร์ข้างหญิงสูงวัย

“คุณหนูจิณณ์ ทำอาหารเป็นไหมคะ”

แว่วเสียงเครื่องยนต์หรูของคุณชายนักรบแล่นออกจากบ้านหลังใหญ่ไป เป็นป้าแก้วที่ทำลายความเงียบ เปิดบทสนทนากับร่างบางที่สภาพร่างกายดูอิดโรย หน้าตาซีดเซียว แถมยังมีรอยประทับและรอยฟันมากมายโผล่พ้นขอบเสื้อที่อีกคนสวม

เฮ้อ*, คุณชายของเธอ กลายเป็นพวกชอบใช้ความรุนแรงไปแล้วหรือนี่*

“เอ่อ…เป็นครับ”

นัยน์ตาเรียวหวานโศก มองดูบรรดากุ้งมากมายที่ถูกวางอยู่ในกล่องพลาสติกบนเคาน์เตอร์ แล้วก็ต้องลอบถอนลมหายใจเบาๆ อย่างที่ได้แต่หวังว่ามันคงจะไม่ใช่มื้ออาหารที่เขาต้องกินในวันนี้หรอกนะ

“งั้นเรามาทำอาหารกันนะคะ จะได้เสร็จทันก่อนคุณชายเธอกลับมา”

“ครับ”

ตลอดเวลาที่ทำอาหารด้วยกันจิณณ์ดูจะมีอาการเกร็งในช่วงแรกๆ แต่ผ่านไปสักพัก จากคนที่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา เริ่มจะมีรอยยิ้มออกมาพร้อมพูดคุยกับหญิงสูงวัยมากขึ้น จนป้าแก้วอดไม่ได้จะยกยิ้มเอ็นดูในความน่ารักและเรียบร้อยของคุณหนูแห่งตระกูลฐานนันท์ญาคนนี้

และแน่นอนว่าในเมนูอาหารที่ช่วยกันทำนั้น ย่อมจะต้องจัดการให้เจ้ากุ้งมากมายเหล่านั้นกลายเป็นวัตถุดิบหลักของมื้อ ตามคำสั่งของคุณชายตัวสูงที่ไม่วายยังจะบอกผ่านป้าแก้วเอาไว้ล่วงหน้า

จิณณ์ก็ได้แต่หวังในใจว่าอีกคนคงไม่ใจร้ายกับเขาเกินไป…หรอกมั้ง

ใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าที่ทั้งสองคนจะช่วยกันจัดเตรียมบรรดาอาหารมากมายเสร็จ หลังจากทุกอย่างเรียบร้อย จิณณ์ก็เอ่ยขอตัวออกมาทำความสะอาดห้องนั่งเล่นด้านนอกตามคำสั่งที่ได้รับ

ร่างบางหยุดยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น นัยน์ตาเรียวกวาดมองไปรอบห้องกว้าง ก่อนไหล่บางจะไหวน้อยๆ พร้อมหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอรอบหน่วยตา ยามเมื่อภาพความทรงจำในอดีตที่เขาเคยใช้ชีวิตอยู่กับพ่อและแม่ในบ้านหลังนี้ค่อยๆ ไหลย้อนเข้ามาในห้วงความทรงจำ

“ฮึก…คุณพ่อ ฮือออ…คุณแม่”

จิณณ์ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง มือเรียวทั้งสองยกขึ้นประสานบนใบหน้า เพื่อปิดริ้วสะอื้นที่พยายามกลั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถ แต่ทว่ามันก็หลุดออกมาจากริมฝีปากบางอย่างไม่ตั้งใจ

“โธ่, คุณหนูจิณณ์”

ภาพที่เห็นทำเอาคนที่กำลังจะเดินผ่านทางเดินเชื่อมถึงกับต้องหยุดนิ่ง ความอาลัยอาวรณ์แกมสงสารถูกส่งไปยังคนที่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างเห็นใจ โดยที่เจ้าตัวไม่อาจรับรู้ถึงมันเลยด้วยซ้ำ

ป้าแก้วตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้ก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง โอบกอดร่างที่กำลังสั่นน้อยๆ พลางลูบแผ่นหลังบางไปมาแผ่วเบา ราวกับต้องการจะปลอบประโลม

ไออุ่นจากอ้อมกอดและสัมผัสแสนแผ่วเบาที่ได้รับ ยิ่งทำให้จิณณ์ปล่อยโฮออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ดวงหน้าหวานโผซบกับอกที่แม้จะไม่ได้กว้างมาก แต่กลับเป็นที่พึ่งพิงเพียงหนึ่งเดียวของเขาในเวลานี้

“ทำความสะอาดบ้านกันนะคะ เดี๋ยวป้าช่วย” ดันไหล่บางที่สั่นไหวให้ออกห่างนิด นิ้วมือที่มีรอยย่นตามวัยยกขึ้นปาดน้ำตาจากแก้มขาวแผ่วเบา โดยไม่ลืมจะเอ่ยชวนพร้อมส่งรอยยิ้มเอ็นดูไปให้คนที่ยังมีริ้วสะอื้น

“แต่ว่า ฮึก…คุณนักรบ…”

“คุณชายเธอไม่ว่าอะไรป้าหรอกค่ะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เดี๋ยวป้ารับผิดชอบทั้งหมดเอง ตกลงไหมคะ หื้ม” ป้าแก้วส่ายหน้าช้าๆ เป็นเชิงปฏิเสธอย่างรู้เท่าทันความกังวลของคนตรงหน้าที่ถ่ายทอดผ่านนัยน์ตาแดงรื้นคู่นั้น

คงจะกลัวคุณชายของเธอไปแล้วสินะ

“ป้าไม่รู้หรอกนะคะ ว่าที่ผ่านมาคุณหนูจิณณ์เจออะไรมาบ้าง และไม่รู้จะปลอบคุณหนูยังไงดี”

“ฮึก”

“แต่ป้าอยากให้คุณหนูอดทนนะคะ อดทนแล้วเรื่องทุกอย่างมันจะผ่านไป” ลูบไหล่บางของคนที่เริ่มจะเบะปากจวนจะร่ำไห้อีกครั้งด้วยความสงสาร

ป้าแก้วเชื่อว่าคุณชายนักรบที่แสนดีของเธอยังคงหลงเหลืออยู่ ภายในส่วนใดส่วนหนึ่งที่ถูกบดบังและกลบแน่นด้วยความแค้น แต่ความอ่อนโยนและใสซื่อจากใจจริงของคุณหนูจิณณ์จะเป็นตัวช่วยทำให้เรื่องทุกอย่างมันดีขึ้น

แม้ว่าระหว่างทางกว่าที่วันนั้นจะมาถึง คนตรงหน้าของเธออาจจะต้องถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจไปมากก็ตาม

“เฮียจะเอาจริงๆ เหรอวะ แค่นี้พี่จิณณ์ก็โคตรจะน่าสงสารมากแล้วนะเฮีย” ควันเอ่ยถามพลางเลื่อนสายตาจากคนทั้งสองในห้องนั่งเล่น หันกลับมามองโครงหน้าหล่อที่เรียบนิ่ง ไม่แสดงออกถึงอาการใดๆ ของพี่ชายตัวเองอย่างกังวลใจ

“มันต้องรับรู้ความรู้สึกทั้งหมด…เหมือนที่กูเคยรู้สึก”

ใช่, จิรนนท์ต้องเจ็บปวดเหมือนที่เขาเคยรู้สึก

สูญเสียเหมือนที่เขาเคยเป็น

และหวาดกลัวเหมือนที่เขาเคยได้รับ

น้ำเสียงที่เอ่ยบอกยังคงหนักแน่น ราวกับเป็นการย้ำเตือนการตัดสินใจของตัวเองให้กับควันและตัวของเขาเอง แต่มือหนากลับกำซองถุงในมือแน่น ดวงตาคู่คมมองสองร่างที่ยังคงกอดกันอยู่กลางห้องนั่งเล่นด้วยความรู้สึกที่ยากเกินจะอธิบาย พร้อมคำถามมากมายที่แล่นเข้ามาในสมอง

ทำไมถึงไม่ยอมติดต่อพ่อของมัน

ทำไมมันต้องยอมก้มหน้ารับชะตากรรมทุกอย่างแทนพ่อของมันแบบนี้ด้วย

คนที่ถูกเลี้ยงดูมาเยี่ยงคุณหนูผู้ดี โดยปกติแล้วมันต้องรับไม่ไหวสิที่ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจขนาดนั้น

แต่ทำไมคนที่ร้องไห้ตัวโยนจนป้าแก้วของเขาต้องกอดปลอบในห้องนั่งเล่น ถึงเลือกที่จะอยู่ให้เขาเอาความแค้นทั้งหมดไปลงกับมัน

“แล้วถ้ามันไม่ใช่อย่างที่เฮียคิดล่ะ”

“…”

“ถ้ามันไม่ใช่ขึ้นมาจริงๆ เฮียจะทำยังไง”

ราวกับอ่านความคิดของคนที่เป็นทั้งเจ้านายที่น่าเกรงขามและพี่ชายที่เคารพรักออกเป็นครั้งแรก ควันเอ่ยถามประโยคที่ทำให้มือหนาทั้งสองข้างยิ่งกำแน่นขึ้นไปอีก ยามที่เผลอคิดตามคำพูดของน้องชายคนสนิท

ถ้ามันไม่ใช่ งั้นเหรอ…

“เป็นอย่างที่มึงว่าเมื่อไหร่ ค่อยมาว่ากันอีกที”

นักรบยัดถุงที่กำไว้แน่นใส่มือน้องชายตัวเอง ก่อนจะหมุนปลายเท้าเดินออกจากจุดนั้นไป ทิ้งให้ควันยืนพรูลมหายใจมองตามแผ่นหลังกว้างของพี่ชายตัวเองอย่างหน่าย

ควันเลื่อนสายตาตัวเองลงมามองซองถุงพลาสติกสีขาวที่ถูกเฮียนักรบยัดมันใส่มือ ก่อนจะต้องพ่นลมหายใจหนักๆ อีกครั้ง

“ไม่ใช่ขึ้นมา คนที่จะแย่ก็คือตัวเฮียเองนะ”




---


น้องบอบบางขนาดนี้ เฮียทำน้องลงจริงอ่ออออออ


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว