ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 – แค่เริ่มต้น

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 – แค่เริ่มต้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.8k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2561 18:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 – แค่เริ่มต้น
แบบอักษร

ตอนที่ 2 – แค่เริ่มต้น



แสงแดดยามสายสาดส่องกระทบเข้ากับเรือนร่างกำยำของนักรบที่กำลังยืนพิงไหล่กับกรอบประตูเชื่อมระหว่างห้องนอนและระเบียงด้านนอก ดวงตาคู่คมเข้มเหลือบมองร่างเปลือยเปล่าที่นอนขดตัวอยู่บนเตียงนอนกว้างอย่างอ่อนเพลีย ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเลยสักนิด แม้แสงแดดที่ลอดผ่านผ้าม่านสีขาวบางจะกระทบเข้ากับดวงหน้าหวานซีดเซียวนั้นก็ตาม

มือหนาข้างที่ถือบุหรี่ถูกยกขึ้นจรดกับริมฝีปากหนา นักรบสูดอัดมันเข้าไปเสียเต็มปอดก่อนจะพ่นควันสีขาวคละคลุ้งออกมา แล้วขยี้ก้นบุหรี่ลงกับที่เขี่ยใกล้มือ ปลายเท้ายาวหมุนตัวกลับไปยังเตียงนอนกว้างอย่างรวดเร็ว

“อ๊ะ!”

แรงกระชากอย่างรุนแรงตรงข้อมือแดงช้ำจากรอยมัดของเชือกเมื่อคืนวานที่ผ่านมา ปลุกคนที่กำลังนอนหลับใบหน้าซีดเซียว ตามตัวมีแต่รอยช้ำเต็มไปหมดให้ลืมตาตื่นขึ้น ดวงหน้าหวานเหยเกเพราะความเจ็บปวด

“ตื่นได้แล้ว นี่มึงจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงเมื่อไหร่”

“จะ…เจ็บ”

“อย่ามาทำเป็นสำออย ลุกขึ้นมา”

“ฮึก…ผะ…ผมเจ็บ”

ความเจ็บปวดที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้จิณณ์ค่อยๆ ใช้มือเรียวอีกข้างที่ว่างยันกายลุกขึ้นนั่งตามคำสั่ง ทว่า ฝืนขยับเพียงแค่นิดเดียวร่างกายของเขามันก็ดูเหมือนจะปวดร้าวไปหมด ราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ นัยน์ตาเรียวฉ่ำน้ำช้อนขึ้นมองคนตรงหน้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ ตัวสั่นคล้ายลูกนก

เพียงแค่สบกับดวงตาคู่คมของเจ้าของโครงหน้าคร้ามอันหล่อเหลา ภาพความโหดร้ายต่างๆ ที่ผสมไปกับความรู้สึกวาบหวามของอีกฝ่าย ยามสอดประสานร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกันก็พลันฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง รู้สึกคล้ายกับว่าความร้อนระอุที่เคยสอดลึกเข้ามาในกายร่วมหลายชั่วโมงนั้นยังคงอยู่

“นั่นแหละ คือสิ่งที่กูต้องการ”

สายตาดุดันกับประโยคแค่เพียงประโยคเดียว ทำเอานัยน์ตาเรียวแดงก่ำต้องหลุบลงมองต่ำจนเห็นสภาพเตียงนอนกว้างที่ยับยู่ยี่กับผ้าปูที่นอนที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยดเลือดและคราบน้ำรักสีขุ่นมากมายปรากฏอยู่ตรงหน้าได้ชัดเจน พลันหยาดน้ำสีใสที่เอ่อคลออยู่รอบหน่วยตาเรียวก็ค่อยๆ ไหลลงอาบทั้งสองแก้มเนียน

ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

ศักดิ์ศรีทั้งหมดของเขาที่เคยมีมันถูกเหยียบย่ำ ทำลายด้วยบุคคลที่จิณณ์เองก็ไม่เคยแม้แต่จะรู้จักชื่อเสียงเรียงนามด้วยซ้ำ

ตลอดทั้งคืนเสียงหวานที่แหบพร่าสะอื้น อ้อนวอนร้องขอคนที่โถมกายเข้าใส่ร่างกายของเขาให้หยุดผสมปนไปกับเสียงครางกระเส่าอันน่าอายอย่างห้ามไม่อยู่ มือเรียวที่ไร้เรี่ยวแรงแต่กลับพยายามฝืนยกขึ้นไขว่คว้ากายแกร่งของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ราวกับต้องการที่ยึดเหนี่ยวอย่างน่าสงสาร ทว่า คนที่เป็นเหมือนฝ่ายชักนำกลับทำรุนแรงและโหดร้ายกว่าเดิมมากยิ่งขึ้นไปอีก

นานนับชั่วโมง กระทั่งได้ยินเสียงคำรามครางต่ำอย่างสุขสมเป็นภาพความทรงจำสุดท้ายก่อนสติทั้งหมดของจิณณ์จะพร่าเลือนและดับวูบลงในที่สุด

“ที่นี่ไม่ใช่บ้านของมึง อย่ามาทำตัวเป็นคุณหนูผู้สูงส่งนอนสบายๆ อยู่บนเตียงแบบนี้ ลุกขึ้นแล้วไปอาบน้ำซะ”

จิณณ์ช้อนนัยน์ตาเรียวฉ่ำน้ำขึ้นมองดวงหน้าหล่อคร้ามก่อนจะเม้มปากแน่น อยากจะบอกเหลือเกินว่าไม่ใช่อย่างที่คนตัวสูงว่าเลยสักนิด หากแต่เหตุการณ์เมื่อคืนวานที่ผ่านมากับสิ่งที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้นมันก็บอกชัดอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายปิดกั้นทุกอย่างจากตัวเขาตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นต่อให้ฝืนอธิบายอะไรออกไปก็ดูท่าว่าจะไร้ประโยชน์

ฮวบ

ทันทีที่ปลายเท้าเรียวสัมผัสลงบนพื้น จิณณ์ก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นห้องเย็นเฉียบอย่างอ่อนแรง ใบหน้าหวานเหยเกด้วยความเจ็บปวดเพราะแรงกระแทกที่สะโพกมน จนได้ยินเสียงหัวเราะต่ำในลำคอราวกับสมเพชจากคนตัวสูงข้างๆ ที่ยังคงจับข้อมือของเขาแน่น ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันกับคำถามที่เจ้าตัวเองก็น่าจะรู้คำตอบอยู่แก่ใจ

“เป็นเหี้ยอะไรของมึงอีก”

“ผะ…ผม ละ…ลุกไม่ไหว”

…ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นคนทำให้เขาหมดสภาพแบบนี้

“ลุกขึ้นมาเร็วๆ อย่าให้กูต้องอารมณ์เสียไปมากกว่านี้ ไม่งั้นคนที่จะเจ็บก็คือมึง” ปฏิกิริยาตอบกลับของเจ้าของกลุ่มผมนุ่มสลวยที่สะบัดไปมา ยิ่งเห็นนักรบก็ยิ่งขัดใจ มือหนากระชากคนที่นั่งอยู่กับพื้นให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

“โอ๊ย!” จิณณ์หลุดเสียงร้องเพราะแรงกระชากอย่างรุนแรงที่ข้อมือเรียวทำเอาเขาเจ็บไปหมด ไหนจะหยาดน้ำสีขุ่นที่ไหลมาตามขาเรียวไร้เรี่ยวแรงทั้งสองข้างจวนจะทรุดลงไปกับพื้นห้องอีกครั้ง หากไม่มีท่อนแขนแกร่งโอบรอบไหล่บางเอาไว้เสียก่อน

“มึงนี่มันน่ารำคาญชะมัดเลย” สิ้นเสียงห้วน นักรบก็ช้อนอุ้มร่างเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ใดๆ ปกคลุมของคนที่แข้งขาอ่อนแรงเข้ามาแนบกับแผงอกกว้างกำยำจนจิณณ์ถึงกับเบิกตากว้าง ตกใจร้องเสียงหลง มือเรียวผวาคล้องรอบลำคอแกร่งเอาไว้อย่างลืมตัว

“อ๊ะ! คุณ”

“หยุดส่งเสียงโวยวายน่ารำคาญสักที ก่อนที่กูจะหมดความอดทนแล้วโยนมึงลงไปกองกับพื้น”

เมื่อหมดหนทางจะต่อต้านจิณณ์จึงทำได้เพียงแค่ยอมจำนนต่อสถานการณ์ ดวงหน้าหวานซบลงกับแผ่นอกแกร่ง กลิ่นกายเฉพาะตัวของร่างสูงผสมปนไปกับกลิ่นนิโคตินราคาแพงบวกกับกลิ่นน้ำมันเครื่องชั้นดี พาลทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างน่าประหลาด 

วูบหนึ่งที่จิณณ์เผลอคิดไปว่าหากได้รับการปกป้องจากความแข็งแกร่งนี้บ้างสักครั้งมันคงจะอบอุ่นและปลอดภัยไม่น้อย

แต่ก็คงทำได้แค่คิดละนะ

ช่วงขายาวอุ้มพาร่างบางที่ตัวสั่นเทาในอ้อมแขน มุ่งตรงไปยังห้องน้ำกว้างด้านในสุดของตัวห้องพักที่เขาเป็นคนออกแบบเองทั้งหมด นิ้วเรียวยาวกดปุ่มเปิดประตูอัตโนมัติก่อนจะเบี่ยงตัวเล็กน้อย แล้วค่อยแทรกกายเข้ามาภายในอย่างรวดเร็ว

ปึก!

“จัดการตัวเองให้เรียบร้อย เห็นแล้วมันเกะกะลูกตา” เจ้าของห้องเอ่ยสั่งเข้ม หลังโยนร่างบางในอ้อมแขนลงกับอ่างอาบน้ำกว้างอย่างไม่ใยดีว่าอีกฝ่ายจะเจ็บปวดหรือไม่

นักรบเท้าแขนข้างหนึ่งกับขอบอ่างกว้าง ก่อนจะโน้มดวงหน้าหล่อเข้าไปใกล้คนที่สีหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด ยิ่งได้เห็นอีกคนเอาแต่ก้มหน้านิ่งไม่กล้าสบตาหรือแสดงปฏิกิริยาต่อต้านใดๆ ฝ่ามือหนาก็บีบเข้าที่ปลายคางมนให้แหงนขึ้นอย่างเต็มแรง

จากนั้น ริมฝีปากหนาก็ทาบทับลงบนกลีบปากบางที่บัดนี้ซีดเซียวและแห้งแตกราวกับคนขาดน้ำอย่างรุนแรง จนได้กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งผสมปนกับรสเค็มของหยาดน้ำตาที่ไหลลงจากหน่วยตาคู่เรียวเศร้าทั่วทั้งปาก

“ฮึก…อื้อออ”

ฝ่ามือหนาข้างที่เท้าอยู่กับขอบอ่างเปลี่ยนเป็นกระชากคว้าท้ายทอยของคนในอ่างเข้ามาแนบชิดอกแกร่ง ก่อนจะบังคับปรับเอียงดวงหน้าหวานให้ได้องศาเพื่อตอบรับจูบร้อนแรงได้ถนัดยิ่งขึ้น จนคนถูกกระทำถึงกับหลุดเสียงครางสะอื้น

“ยะ…อย่า ฮึก” มือเรียวที่ไร้เรี่ยวแรงยกขึ้นดันแผ่นอกกว้างให้ออกห่าง จิณณ์เบนหน้าหลบสัมผัสหยาบโลนและจาบจ้วง กลีบปากบางที่สั่นระริกร้องห้ามเสียงผะแผ่ว เมื่อฝ่ามือกระด้างของอีกฝ่ายกำลังเคลื่อนลงต่ำจนเกือบถึงจุดอ่อนไหวของร่างกาย

ซ่า!

นักรบดูดดึง ขบกัดริมฝีปากบางอีกครั้งอย่างเต็มแรง จนผิวเนื้ออ่อนนุ่มแทบจะหลุดติดปากเขามาเลยด้วยซ้ำ ก่อนจะผละจูบออกจากริมฝีปากสีสดที่บวมเจ่อ มือหนาสะบัดปลายคางมนที่จับอยู่จนดวงหน้าหวานหันไปอีกทางอย่างรุนแรง

จากนั้น เจ้าของห้องก็ยืดตัวลุกขึ้นเต็มความสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ขณะที่ดวงตาคู่คมยังคงจับจ้องคนที่สะอื้นไห้อย่างไม่วางตา มือหนาเอื้อมไปกดเปิดน้ำเย็นจากฝักบัวให้มันรินรดลงบนกายบาง แล้วหมุนปลายเท้าเตรียมก้าวออกจากห้องน้ำ แต่ก็ไม่วายจะเอี้ยวตัวหันกลับมาเอ่ยทิ้งท้ายเสียงเข้ม

“ไม่อยากโดนมากกว่านี้ก็รีบจัดการตัวเองซะ อย่าให้กูต้องพูดซ้ำอีก”

“ฮึก ฮือออออออ”

ไล่หลังร่างสูงพร้อมเสียงบานประตูที่ปิดลง จิณณ์ก็ชันเข่าทั้งสองข้างขึ้น พาดแขนเรียวทั้งสองโอบกอดมันเอาไว้แน่น ก่อนจะซบดวงหน้าหวานอย่างสิ้นหนทาง ปล่อยโฮร้องไห้ออกมาท่ามกลางสายน้ำที่กำลังไหลลงมาชำระล้างร่างกาย

นัยน์ตาเรียวที่พร่ามัวเพราะหยดน้ำตาและสายน้ำจากฝักบัวเพ่งมองร่องรอยสีระเรื่อมากมายตามแผ่นอกบาง ต้นแขน ต้นขาหรือแม้กระทั่งตรงบริเวณส่วนอ่อนไหวของร่างกายที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสมันมาก่อนก็ยังมีรอยประทับของอีกฝ่าย คล้ายเป็นเครื่องหมายตอกย้ำให้รู้ว่าร่างกายนี้…ไม่บริสุทธิ์อีกต่อไป

พ่อครับ แม่ครับ พวกเราเคยไปทำอะไรให้ผู้ชายคนนั้นกัน ทำไมเขาต้องทำร้ายผมแบบนี้ด้วย

ยิ่งนึกถึงถ้อยคำแสนโหดร้ายของร่างสูงก่อนข่มเหงทำร้ายจิตใจกันอย่างอำมหิตและเลือดเย็น หัวใจดวงน้อยก็พลอยตัดพ้อในความผิดที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเคยไปทำอะไรไว้ให้อีกฝ่ายได้เจ็บช้ำน้ำใจตอนไหน ถึงต้องทำร้ายกันรุนแรงและป่าเถื่อนแบบนี้

จิณณ์ปล่อยให้ความคิดจมอยู่กับสายน้ำที่ยังคงไหลกระทบกับผิวกายที่ซีดเซียวเช่นนั้นเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด จากนั้นก็จัดการทำความสะอาดร่างกายตัวเองอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวว่าคนที่ออกจากห้องน้ำไปพักใหญ่จะกลับเข้ามาแล้วพาลอารมณ์หนักเสียกว่าเก่า หากเห็นว่าเขามัวแต่เหม่อลอยอยู่แบบนี้

ไม่นานมือเรียวก็ค่อยๆ หยัดกายบางลุกออกจากอ่างอาบน้ำกว้างอย่างยากลำบาก ฝ่ามือขาวทั้งสองวางค้ำกับผนังห้องน้ำเอาไว้คล้ายต้องการให้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ขาเรียวค่อยๆ หย่อนลงกับพื้นช้าๆ ระวังไม่ให้ร่วงลงไปกองกับพื้นอีกเป็นครั้งที่สอง ตาเรียวกวาดมองหาสิ่งที่พอจะปกปิดร่างกายเปลือยเปล่าของเขาได้ ก่อนจะพรูลมหายใจออกยาวราวกับอนาถ เมื่อมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเล็กวางอยู่บนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า ซึ่งกะขนาดจากสายตาคร่าวๆ แล้วคงจะช่วยปิดช่วงล่างของเขาไว้ได้อย่างหมิ่นเหม่เท่านั้น

“นึกว่าตายคาอ่างไปแล้ว” แว่วเสียงบานประตูห้องน้ำถูกเปิดออก นักรบก็พ่นควันสีขุ่นของบุหรี่มวนที่สองออกจากปาก จนมันลอยคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง

ขณะเดียวกัน ริมฝีปากหนาก็เอ่ยเหน็บอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงคล้ายจะประชดประชัน คิ้วหนาของคนที่นั่งสูบบุหรี่อยู่บนโซฟาหนังชั้นดีตรงปลายเตียงขมวดเข้าเป็นปม มองคนที่เอาแต่เกาะขอบประตูห้องน้ำแน่น ตาคู่เรียวหลุบลงต่ำ ชะโงกออกมาเพียงแค่เสี้ยวหน้าที่ตอนนี้ซีดเซียวเหมือนกระดาษอย่างสงสัย

“มึงจะยืนโง่อยู่อีกนานไหม เสร็จแล้วก็ออกมาสิ”

“เอ่อ…ขอ…ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ให้ผมหน่อย ได้ไหมครับ”

“กูไม่ใช่คนใช้ของมึง อยากได้ก็ออกมาเอา” ว่าจบก็ยกเท้าทั้งสองข้างขึ้น เหยียดวางมันไขว้สลับกันบนโต๊ะกระจกใสขนาดใหญ่ตรงหน้าด้วยท่าทางสบายๆ พลางสูบบุหรี่ในมือเข้าเต็มปอดก่อนจะพ่นควันมันออกมาอีกครั้ง

“คือว่า…”

อยากจะบอกอีกคนเหลือเกินว่าเขาไม่ได้คิดแบบนั้น แต่จะให้ออกไปทั้งที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กผืนเดียวห่อตัวเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่จริงๆ น่ะเหรอ

น่าอายจะตายไป

 “มึงจะอายอะไรอีก เมื่อคืนกูก็เห็นมาหมดแล้ว” ซึ่งท่าทางอึกอักของคนตัวเล็กหน้าประตูห้องน้ำก็เรียกเสียงหัวเราะต่ำในลำคอแกร่งจากคนมองได้เป็นอย่างดี

ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเพราะอะไรอีกคนถึงไม่ยอมออกมาจากห้องน้ำสักที แถมยังเอาแต่ทำสีหน้าเลิ่กลั่กไปไม่เป็นแบบนั้น ในเมื่อเขาจงใจทิ้งแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กไว้ให้เองน่ะ

“หึ น่าพิศวาสตาย”

“…”

“ออกมา” นักรบกดเสียงลงต่ำ เอ่ยสั่งอย่างหงุดหงิดที่ถูกขัดใจ เมื่อจนแล้วจนรอดไอ้คนที่เอาแต่ยืนเม้มปากแน่นยังคงไม่ยอมเดินออกมาจากบานประตูห้องน้ำเสียที

ช่วงขาเรียวค่อยๆ พาร่างอันอ่อนแรงของตัวเองออกจากห้องน้ำกว้างอย่างเชื่องช้า มือเรียวทั้งสองเลื่อนลงดึงชายผ้าเช็ดตัวที่เลิกขึ้นตามจังหวะการก้าวเดินให้ช่วยปกปิดส่วนอ่อนไหวเอาไว้ด้วยอาการขัดเขิน ก่อนจะเอื้อมไปหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ที่วางอยู่กลางเตียงนอนทั้งที่ยังคงหลุบตาต่ำ ไม่กล้ามองสบกับดวงตาคู่คมเข้มที่กำลังจ้องเขาไม่วางตา

นักรบยังคงเอนกายกับพนักโซฟา ไล่สายตามองเรือนร่างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยร่องรอยสีระเรื่อที่เขาเป็นคนประทับมันด้วยตัวเองทุกซอกทุกมุม รวมไปถึงรอยช้ำมากมายจากการบีบเค้นหรือแม้แต่ข้อมือเรียวที่ตอนนี้แดงเป็นรอยเชือกค่อยๆ ก้าวเดินด้วยขาสั่นระริกที่ดูก็รู้ว่าคงฝืนกำลังตัวเองอยู่อย่างนึกสมเพชระคนสะใจไม่น้อย

จัดการพันผ้าเช็ดตัวปิดร่างกายตัวเองเรียบร้อย จิณณ์ก็ค่อยๆ ก้มลงเก็บเสื้อผ้าที่ถูกเหวี่ยงกระจัดกระจายอยู่บนพื้นข้างเตียงนอน ก่อนจะลอบถอนหายใจเบาๆ กับสภาพเสื้อและกางเกงของตัวเองที่ถูกฉีกขาดจนมันไม่สามารถสวมได้อีก

อากัปกิริยาต่างๆ ของเจ้าของแผ่นหลังขาวเนียนเปลือยเปล่าตกอยู่ภายใต้ดวงตาคมกริบตลอดเวลา ขายาววาดลงจากโต๊ะ นักรบลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปหาอีกคนที่เหมือนพึมพำบ่นกับตัวเองโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีร่างสูงใหญ่มายืนซ้อนหลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

งั่บ

“อ๊ะ! อื้อ จะ…เจ็บครับ” คนที่ปล่อยความคิดจมอยู่กับเสื้อผ้าในมือสะดุ้งเฮือก เมื่อแนวฟันคมกัดลงบนลาดไหล่บางของตัวเองเต็มแรง ดวงหน้าหวานที่เบ้ลงนิดเอี้ยวกลับมามองคนตัวสูงด้านหลังด้วยแววตาสั่นไหว

“รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณแบบมึงนี่ถ้าเอาไปขายคงได้ราคาอยู่นะ”

ดวงหน้าหล่อเคลื่อนเข้าไปใกล้ จมูกโด่งคลอเคลียกับแก้มเนียนคล้ายเด็กทารกที่ค่อยๆ ขึ้นสีระเรื่อ ข้อนิ้วเรียวยาวข้างที่ว่างจากการคีบบุหรี่ถูกยกขึ้นลากไล้ตามแก้มเนียนอีกข้าง ต่ำลงมายังลำคอระหงที่เต็มไปด้วยรอยแดงมากมายแล้วเรื่อยผ่านแผ่นหลังบางเปลือยเปล่า สัมผัสแสนแผ่วเบาทำจิณณ์เสียววูบจนต้องหดคอหนี 

คล้ายกับมีมือที่มองไม่เห็นเข้ามากระชากลมหายใจของจิณณ์ออกไปหลังจบประโยคแสนโหดร้ายจากคนด้านหลัง หยดน้ำตาที่คิดว่าเหือดแห้งไปแล้วค่อยๆ เอ่อคลอขึ้นมารอบหน่วยตาเรียวแดงอีกครั้ง ศีรษะทุยทำได้เพียงส่ายไปมาจนกลุ่มผมนุ่มสยายคล้ายปฏิเสธ หยุดปลายนิ้วร้อนที่กำลังไล่ไปตามแขนเรียวที่โอบกอดตัวเองแน่น นักรบรวบรั้งเอวบางของคนที่ตัวสั่นเทามากอดเอาไว้จนจมอกด้วยมือเดียว

“ทำไม มึงไม่ดีใจหรือไงจะได้มีผัวหลายๆ คน”

“มะ…ไม่ ฮึก ครับ ผมอยาก…กลับบ้าน” นักรบผละกายบางในอ้อมแขนออกนิด ก่อนจะจับพลิกคนที่สะอื้นให้หันกลับมาเผชิญหน้ากัน มือหนาคว้าปลายคางมนให้แหงนขึ้นมองสบสายตา

“มึงจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น มันยังไม่คุ้มกับที่มึงทำร้ายร่างกายกูเลยนะ”

“ตะ แต่เมื่อคืนคุณก็…”

“เมื่อคืนมันแค่เริ่มต้น แต่ของจริงมันต่อจากนี้ต่างหาก” เหยียดยิ้มมุมปากนิด กระซิบเสียงเย็นยะเยือก ดวงหน้าหล่อเหลาเคลื่อนลงไปใกล้จนเจ้าของแววตาสั่นไหวต้องผงะ หมายจะถอยหนีแต่ติดที่ท่อนแขนแกร่งตวัดโอบรั้งเอวบางให้กลับมาแนบชิดสนิทกันดังเดิม

“มึงต้องชดใช้ให้สาสมกับสิ่งที่ครอบครัวมึงเคยทำไว้กับกู”

“ครอบครัวผมไปทำอะไรให้คุณกันครับ ช่วยบอกผมทีได้ไหม” กลั้นใจเอ่ยถามสิ่งที่ค้างคาในใจมาตั้งแต่เมื่อคืนด้วยความสงสัย ถึงแม้จะแอบหวั่นไม่น้อยว่าสิ่งที่ถามออกไปจะทำให้อีกคนไม่พอใจแล้วพาลโมโหขึ้นมาอีกก็ได้

“ลองนึกสิ ไม่ก็ลองไปถามพ่อของมึงดูว่าเคยทำอะไรเลวๆ กับใครเอาไว้บ้าง”

“พ่อผมเป็นคนดี ท่านไม่น่าจะเคยทะ โอ๊ย!…”

“เลิกพล่ามถึงความดีห่าเหวของพ่อมึงได้แล้ว กูไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น ตอนนี้มึงมีหน้าที่แค่รองรับผลกรรมที่พ่อมึงก่อและทำตามที่กูสั่ง แค่นั้นก็พอ!”

ประโยคแก้ต่างให้คนเป็นพ่อจากริมฝีปากบางซีดเซียวถูกขัดด้วยน้ำเสียงทุ้มตวาดลั่น ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววสมเพชและเย้ยหยันแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว มือหนาข้างที่ถือบุหรี่อยู่รวบข้อมือเรียวทั้งสองเข้าด้วยกัน ก่อนจะลงแรงบีบเค้นตามอารมณ์ที่ถูกจุดขึ้นมาเพราะคำพูดของคนตรงหน้า

ทายาทคนเดียวของไอ้คนเลวทรามนั่น!

“ฮึก”

นอกจากความเจ็บปวดตรงรอยแผลถลอกบริเวณข้อมือเรียวที่คนตัวสูงบีบลงมาอย่างเต็มแรงไม่พอ ขี้เถ้าร้อนๆ จากมวนบุหรี่ยังร่วงลงบนมือขาวซีดให้จิณณ์ได้สะอื้นอย่างเจ็บปวดและทรมาน

“รีบแต่งตัวแล้วตามกูมาได้แล้วหรือมึงอยากจะทำงานบนเตียงแบบเมื่อคืนอีกก็ได้นะกูไม่ว่า คราวนี้จะเอากี่คนดีล่ะ เดี๋ยวกูตามพวกข้างล่างมาให้” แววตาแข็งกระด้าง ดุดันกับน้ำเสียงทุ้มต่ำแสนเยือกเย็นเป็นเครื่องยืนยันที่ชัดเจนมากว่าอีกฝ่ายไม่ได้ล้อเล่น

“ฮึก…ผมไม่มีชุดใส่ มัน…ขาดหมดแล้วครับ”

ผลัก!

ออกแรงผลักข้อมือเรียวให้ถอยห่างนิด จนจิณณ์เซล้มลงไปกองอยู่บนเตียงนอน ร่างสูงหมุนปลายเท้าไปหยิบเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงผ้าสามส่วนสีดำเข้ม โดยไม่ลืมจะหยิบเอาบ๊อกเซอร์ตัวที่คิดว่าเล็กที่สุดจากตู้เสื้อผ้าติดมือมาด้วย แล้วปามันใส่ตักบางพลางว่าด้วยน้ำเสียงเหน็บแหนม ทำเอาคนที่หน้าเบ้ลงเพราะความระบมเบาๆ ที่ช่องทางด้านหลังได้ช้อนตาขึ้นมองคนออกคำสั่งอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ

“ใส่ซะ หวังว่าคงไม่ได้เป็นคุณหนูผิวบอบบางแพ้ง่ายต้องใส่แต่เสื้อผ้าแบรนด์หรูหรอกนะ เพราะบอกเลยว่ากูไม่มีให้มึงแน่” ถ้าคนตัวสูงจะหยุดใจร้ายแล้วลองใช้ใจที่ไม่อคติมองดูสักนิดก็คงจะรู้ว่าเสื้อผ้าตัวเก่าของเขามันไม่ได้หรูหราหรือแบรนด์เนมอย่างที่อีกฝ่ายว่า

“นิ่งอยู่ทำไม หรือจะให้กระผมช่วยใส่ให้อีกล่ะครับ คุณหนูจิณณ์”

“ผะ ผมใส่เองได้ครับ” เห็นช่วงขายาวก้าวเข้ามาใกล้จนชิดเตียง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำตามอย่างที่พูดจริงๆ ไร้ซึ่งการล้อเล่นใดๆ จิณณ์ก็รวบเอาเสื้อผ้ามากอดไว้แน่นก่อนจะเอ่ยบอกเสียงแหบพร่า

“ก็ดี รีบๆ เข้า กูไม่ได้มีเวลาว่างมานั่งดูมึงแต่งตัวทั้งวันหรอกนะ”

“คุณช่วยออกไปก่อนได้ไหมครับ ผม…จะได้แต่งตัว”

“นี่มันห้องกู กูจะอยู่หรือไปมันก็เรื่องของกู”

“แต่ผม…อาย”

“เหอะ หยุดเล่นตัวแล้วรีบใส่เสื้อผ้าซะที ก่อนกูจะหมดความอดทนแล้วเปลี่ยนใจมาทำอย่างอื่นกับมึงขึ้นมาจริงๆ” คนพูดไม่ว่าเปล่า ดวงตาคู่คมยังไล่มองตั้งแต่ศรีษะต่ำลงมาเรื่อยๆ จนหยุดตรงต้นขาขาวเนียนที่โผล่พ้นผ้าเช็ดตัว

ให้ตาย*! เห็นแล้วอยากกระชากให้มันหลุดติดมือมาชะมัด*

จิณณ์ยกฝ่ามือเรียวสั่นเทาขึ้นดันแผ่นอกแกร่งให้ถอยห่าง ก่อนจะจัดการยกเสื้อยืดตัวโคร่งขึ้นสวมอย่างรวดเร็ว ตามด้วยขาเรียวค่อยๆ ยกขึ้นสวมบ็อกเซอร์อย่างไม่ถนัดนัก ออกจะติดขัดและเก้อเขินไปบ้างเพราะดูก็รู้ว่ามันคงเป็นของร่างสูงตรงหน้าอย่างแน่นอน แต่จะให้เขาฝืนใส่แค่กางเกงผ้าสามส่วนก็ดูจะวาบหวิวเกินไปสักหน่อย

“เสร็จแล้วก็ลุก”

ฉุดกระชากต้นแขนของคนบนเตียงให้ลุกเต็มแรงจนร่างบางเซถลาเข้าหาอกแกร่ง นักรบไม่ได้ตวัดแขนรับ เขาทำเพียงแค่กระตุกยิ้มมุมปากแล้วลากอีกคนออกจากห้องนอน ตรงดิ่งไปยังชั้นล่างที่เต็มไปด้วยรถยุโรปมากมายและลูกน้องจำนวนหนึ่ง

“อ้าวเฮีย ไอ้เราก็นึกว่าหายไปไหนที่แท้ก็…” ควันละมือที่กำลังซ่อมรถคันหรู หันกลับมามองร่างสูงของเจ้านายตัวเองพลางล้อคนที่แวบหายไปพักใหญ่ ก่อนจะกลับมาพร้อมร่างบางของพนักงานหนุ่มตัวเล็กเมื่อคืนด้วยสายตากรุ้มกริ่ม

“อะไรของมึง ไอ้ควัน”

“เปล่าคร้าบ” น้ำเสียงเรียบนิ่งที่เอ่ยถาม ทำเอาควันถึงกับไหวไหล่นิดอย่างไม่นึกกลัวเท่าไหร่นัก เพราะรู้ดีว่าปกติเฮียนักรบของพวกเขาก็เป็นคนนิ่งๆ แบบนี้อยู่แล้ว

“ว่าแต่ขาวชะมัดเลยว่ะเฮีย”

ตาคู่คมไม่ต่างกันกับของนักรบมองขาเรียวที่เลยกางเกงออกมาของร่างบาง พลางโพล่งปากว่าไปตามความเป็นจริงที่เห็น ให้คนฟังได้กระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาจิณณ์ต้องรีบก้มหน้างุดค่อยๆ ก้าวไปหลบหลังไหล่กว้าง

“อยากลองบ้างไหมล่ะ”

“ได้เหรอเฮีย” คนโดนถามตาลุกวาว มองหน้าผู้เป็นเจ้านายของตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยินเท่าไหร่

“ก็แล้วทำไมจะไม่ได้” ตาคมเหลือบมองเจ้าของกลุ่มผมที่ก้มหน้างุด กลั้นเสียงสะอื้นอยู่ด้านหลังของเขา ก่อนจะออกแรงดึงกระชากข้อมือเรียวเข้ามาใกล้ กระซิบถามคำถามที่จิณณ์ต้องส่ายหน้าเป็นพัลวัน

“หึ ทำไม ไม่ดีหรือไง มึงจะได้ไม่ต้องมารองรับอารมณ์กูเหมือนเมื่อคืน”

“ฮึก”

“ร้องอีกแล้ว ขี้แยจังวะ ห่าเอ๊ย! นี่กูไม่ได้พามึงมาเพื่อเป็นภาระแบบนี้หรอกนะ” เสียงสะอื้นที่หลุดร้องออกมาทำเอานักรบถึงกับพรูลมหายใจอย่างหน่าย นึกหงุดหงิดใจกับคนเจ้าน้ำตาที่เอาแต่ร้องไห้จนตาเรียวเล็กนั่นปวดแดงไปหมดแล้ว

“เฮ้ยๆ พี่อย่าเพิ่งร้องๆ ผมแค่ล้อเล่นเท่านั้นเองนะอย่าคิดมากดิวะ คนของเฮียผมไม่แตะหรอกน่า”

“แต่ถ้ามึงอยากลองบ้างก็บอกกูได้”

“พอแล้วน่าเฮีย อย่าแกล้งพี่เขาไปมากกว่านี้เลย แค่นี้ก็คงกลัวจนตัวสั่นไปหมดแล้ว” ควันถึงกับส่ายหน้าไปมา ผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่กับเจ้านายของตัวเองที่ยังคงเส้นคงวาเรื่องทำร้ายจิตใจคุณจิณณ์ไม่เลิก

รู้แล้วว่าเฮียแกแค้นมากแต่พอก่อนดีไหม แค่นี้คุณจิณณ์คนน่ารักของควันก็บอบช้ำจะแย่อยู่แล้วนะนั่น

“พวกมึงทุกคนหยุดงานที่ทำอยู่แล้วฟังกู” เสียงทุ้มตะโกนดังลั่นอู่ บรรดาลูกน้องทั้งหลายที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาอยู่กับรถคันหรูชะงักนิ่ง ควันเบี่ยงตัวหลบอย่างรู้งาน ให้คนที่เหลือในอู่ได้มองเห็นเจ้านายและร่างบางในอ้อมกอดที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอยู่กับอกแกร่งถนัดขึ้น พลางเดินไปทิ้งตัวลงพิงสะโพกสอบกับรถสปอร์ตคันหรู

“ต่อจากนี้ไปไอ้นี่จะมาเป็นคนรับใช้ให้พวกมึงทุกคน อยากได้อะไรใช้เต็มที่ไม่ต้องคิดว่าเป็นคนของกู ใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลาและ…ทุกประเภทงาน” จบประโยคของนักรบก็เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาลูกน้องทั้งหลาย เพราะพวกเขาต่างเข้าใจความหมายของมันได้เป็นอย่างดี

ไหนจะถ้อยคำที่ย้ำชัดถึงสถานะนั่นอีก ยิ่งทำให้จิณณ์สะอื้นหนักกว่าเก่า นัยน์ตาเรียวช้อนขึ้นมองเจ้าของแผ่นหลังกว้างอย่างตัดพ้อ

“คนใจร้าย”

“กูก็ไม่เคยบอกว่ากูเป็นคนใจดี”

“ฮึก…”

“เงียบ แล้วไปช่วยงานพวกมันได้แล้ว อย่าให้กูเห็นนะว่ามึงอู้งานไม่งั้นมึงโดนโทษหนักแน่” ว่าจบก็ดันแผ่นหลังบางออกไปกลางอู่เต็มแรง เท้ายาวก้าวถอยหลังไปกอดอก พิงสะโพกสอบของตัวเองกับกระโปรงรถด้วยท่าทางสบายๆ โดยไม่ต้องหันกลับไปดูตำแหน่งของมันเลยด้วยซ้ำ

“หวังว่างานง่ายๆ แค่นี้มันคงไม่เหนือบ่ากว่าแรงคนอย่างคุณหนูจิรนนท์ของตระกูลฐานนันท์ญาหรอกนะ หึ” เหยียดยิ้มมุมปากอย่างสะใจ มองแผ่นหลังบางสั่นเทาที่กำลังยืนเก้ๆ กังๆ อย่างไม่รู้จะไปในทิศทางไหนดี ก่อนจะมีเสียงทุ้มต่ำและน้ำเสียงโหดมากมายตะโกนเรียกให้คนที่ดูจะตัวเล็กสุดในอู่ไปช่วย

สายตานับสิบคู่ของบรรดาลูกน้องในอู่ไล่มองไปทั่วร่างบอบบางผิวขาวซีดที่ตามตัวมีแต่รอยจ้ำแดงมากมาย ไหนจะรอยมัดที่ข้อมือหรือแม้แต่การย่างก้าวก็ดูเชื่องช้าและระมัดระวังเกินกว่าคนปกติทั่วไปเขาจะทำนั่นอีก เป็นเครื่องบ่งบอกได้ดีว่าอีกคนคงเจออะไรที่หนักหนามาแน่ๆ พวกเขาเลยจำต้องเอ่ยสั่งให้คนน่ารักตัวเล็กทำในส่วนที่คิดว่าง่ายที่สุดของอู่อย่างเช่นหยิบประแจ ไขควงหรือน้ำมันเครื่องให้เท่านั้น

แม้ว่ารูปร่างและหน้าตาของพวกเขาจะติดไปทางเหี้ยมโหดหรือค่อนไปเลวเลยก็ว่าได้แต่ก็ไม่ใจร้ายพอจะรังแกคนไม่มีทางสู้หรอกนะ ติดก็ตรงที่หากพวกเขาไม่ทำตามคำสั่งเจ้านายร่างสูงรูปหล่อล่ะก็มันจะเป็นพวกเขาเองนี่แหละที่จะตายแทนอีกคน

ดูตาคู่คมกริบที่จ้องมาทางพวกเขาเป็นการกดดันแทนคำพูดตรงหน้ากระโปรงรถคันหรูนั้นสิ เหมือนจะฆ่ากันได้ยังไงอย่างนั้นแหละ

“เฮีย, แต่พี่เขายังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อวานไม่ใช่เหรอ ใช้งานหนักแบบนั้นจะไม่เป็นไรแน่เหรอวะครับ” ควันเอ่ยถามพลางกระโดดมายืนข้างเจ้านายร่างสูงที่กำลังหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ปาก มือหนาข้างหนึ่งยกไฟแช็กขึ้นจุด ทว่า สายตายังจ้องมองร่างบางที่เดินไปทางโน้นที ไปทางนี้ทีตามเสียงเรียกของลูกน้องในอู่ไม่ขาดสาย

“แค่นี้ไม่ถึงตายหรอก”

“ผมว่าให้พี่เขากินสักหน่อยก็ยังดีนะเฮีย เกิดเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมามันจะแย่เอานะ”

“อยากให้มันกินข้าว?”

“อือฮึ”

“เอางั้นก็ได้ แต่หักจากเงินเดือนของมึงมาเป็นค่าข้าวให้มันครึ่งหนึ่งแทน โอเคไหม?”

“โหยเฮีย พูดแค่นี้เอง’ไมต้องเอาเรื่องตังมาล้อเล่นด้วยเล่า” น้องเล็กสุดในกลุ่มโหยหวนกับคำขู่เสียงเรียบของเจ้านาย ก่อนจะต้องเปลี่ยนเป็นร้องเสียงหลงเพราะแรงดึงรั้งที่คอเสื้อด้านหลังจากผู้มาใหม่

“อ๊ะ! ใครวะ”

“กูเอง”

“เฮียแทน ปล่อยดิ้ ปล่อยๆ ปล่อยผมลง”

“ถ้าไม่อยากลงไปนอนเฝ้าสนามเหมือนคราวก่อนอีก มึงควรสงบปากสงบคำ ไม่เสือกเรื่องของผู้ใหญ่แล้วอยู่เฉยๆ จะดีกว่านะ ไอ้ควัน” ไอ้เด็กเวรนี่ สงสัยคงต้องมีการจับดัดนิสัยกันบ้างแล้ว พอเห็นเฮียนักรบใจดี ยอมพูดเล่นด้วยหน่อยก็ชักจะลามปามใหญ่

“มึงส่งมันไปเฝ้าสนามสักสามสี่คืนก็ดีนะ”

“ผมก็คิดงั้นเฮีย สงสัยมันจะคิดถึงสนามมากปากเลยวอนแบบนี้”

“แค่นี้ก็ต้องขู่กันด้วยอ่ะ บู้ว ~ ไม่ไหวๆ อยู่กับพวกเฮียๆ แล้วผมเครียดตามเลยว่ะ ไปซ่อมรถให้ลูกค้าต่อดีกว่าเดี๋ยวไม่ทันเวลานัด”

ยกมือหนาที่จับคอเสื้อออกพลางมุ่ยหน้าหล่อๆ ใส่บรรดาพี่ชายตัวสูงที่ตนรักและเคารพเหมือนเด็กน้อยจนนักรบหลุดยิ้มขำ ใบหน้าหล่อเหลาส่ายหน้าไปมาอย่างระอากับไอ้เด็กที่ทำตัวไม่เข้ากับหน้าตาเข้มๆ ของมันเสียเหลือเกิน ก่อนจะหันกลับมามองร่างบางของคนที่กำลังยืนโงนเงนอยู่ไม่ไกลจากเขาเท่าไหร่นัก

แกร๊ง!

“เฮ้ย!!!”



---

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว