email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอขอบคุณทุกการติดตามและสนับสนุนมากๆเลยนะคะ 🖤

ชื่อตอน : You are mine | Ep. 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ส.ค. 2561 10:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
You are mine | Ep. 2
แบบอักษร

โมนิก้าจับฉันแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อยก็ลากฉันมาส่องกระจก ฉันยืนมองตัวเองในกระจกที่อยู่ในชุดเดรสเกาะอกสีดำสั้นเหนือเข่าส่วนด้านหลังเป็นผ้าชีฟองสีดำยาวเกือบถึงพื้นแถมโมนิก้ายังแต่งหน้าอ่อนๆให้ฉันด้วย ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยใส่ชุดแบบนี้เลยสักครั้งมันรู้สึกเขินๆแปลกๆยังไงไม่รู้ ยิ่งสายตาไปสะดุดกับสร้อยคอจี้รูปเกร็ดหิมะที่ส่องแสงระยิบระยับตรงคอฉันยิ่งรู้สึกเขินไปใหญ่

"สร้อยเส้นนั้นเป็นของประจำตระกูลของแมทเทียสเลยนะ" โมนิก้าพูดขณะที่ฉันลูบที่สร้อยคอไปมาเบาๆ

"แล้วทำไมเขาต้องให้ของสำคัญขนาดนั้นกับฉันด้วย ฉันว่าฉันเอาไปคืนเขาดีกว่า" ฉันพูดแล้วหันไปมองโมนิก้าที่กำลังใส่รองเท้าส้นสูงของตัวเองอยู่

"ไม่ต้องหรอกน่า ถ้าแมทเทียสคิดจะให้สร้อยเส้นนั้นกับใคร นั่นคือเขาเลือกแล้ว"

"เลือกอะไร?"

"ไว้เธอค่อยไปถามแมทเทียสเองดีกว่า นี่ก็ใกล้เวลานัดแล้วรีบไปกันเถอะ" โมนิก้าเดินนำฉันในชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงยาวผ่าข้าง ไปที่ตึกใหญ่ห้าชั้นทรงสวยสง่าดูลึกลับที่ไม่ไกลกับหอหญิงเท่าไร และเมื่อประตูด้านหน้าเปิดออกก็พบกับป้ายที่มีข้อความว่ายินดีต้อนรับอันใหญ่อยู่ด้านหน้า พร้อมกับภายใต้ห้องโถงใหญ่มีโต๊ะอาหารและเครื่องดื่มอีกมากมายวางอยู่

"ยินดีต้อนรับเฮเลน่า!!" ปาสกัสกับอองรีพูดขึ้นพร้อมกัน

"ขอบคุณมากนะทุกคน ที่จริงไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้"

"นี่ยังน้อยไปนะ ตอนแรกฉันจะจัดใหญ่กว่านี้อีกแต่ไอ้เฮคเตอร์มันห้ามไว้ก่อนเลยอดเลย" อองรีพูดแล้วทำหน้าขัดใจใส่พี่เฮคเตอร์

"ใช่ๆ ไอ้เฮคมันชอบขัดตลอด" ปาสกัสสมทบอีกคน

"พวกมึงไม่ต้องเลย" พี่เฮคเตอร์หันไปต่อว่าทั้งสองคนแล้วเดินมาทางฉันกับโมนิก้า

"รับเครื่องดื่มอะไรหน่อยมั้ย"

"ขอบคุณนะกาแอล"ฉันหันไปขอบคุณกาแอลที่ถือแก้วน้ำพั้นซ์มาให้แล้วพี่เฮคเตอร์ก็ขอตัวไปเอาเครื่องดื่มอีกทางกับโมนิก้า เห็นสองคนนั้นแล้วอดยิ้มไม่ได้ดูรักกันดีเหลือเกิน ห่างกันได้ไม่นานเลย หลังจากที่พวกเราปาร์ตี้กันอย่างสนุกสนานซักพักฉันก็พยายามมองหาแมทเทียส ตั้งแต่ที่ฉันมาภายในงานยังไม่เจอเขาเลย

"มองหาแมทเทียสเหรอ?" กาแอลหันมาถามฉันที่ยังคงมองหาแมทเทียสอยู่

"อืม เขาไปไหนเหรอ?"

"คงจะอยู่ที่ชั้นสามละมั้ง เธอลองไปหามันดูสิ" กาแอลบอกทางขึ้นลิฟและทางไปยังที่ที่คิดว่าแมทเทียสจะอยู่ ฉันเดินตามทางไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ข้างๆทางเดินจะมีแจกันดอกไม้เล็กๆวางอยู่ตลอดทาง และมีแยกซ้ายทีขวาทีทำให้ฉันต้องลุ้นว่าจะไม่หลงซะก่อน และฉันก็มาหยุดที่หน้าประตูแกะสลักสีทองบานใหญ่ที่กาแอลบอก ฉันลองเคาะประตูสามครั้งแต่ยังไม่มีเสียงตอบรับเลยลองเปิดประตู แล้วก็เห็นแมทเทียสกำลังนั่งพิงเก้าอี้ตัวใหญ่อยู่ ฉันเลยเดินเข้าไปดูใกล้ๆเห็นเขากำลังหลับจะเรียกก็ไม่กล้า ยืนมองเขาอยู่แบบนั้นสักพักก็คิดว่าออกไปก่อนดีกว่า เขาคงต้องการพักผ่อน

ฉึก!

ในขณะที่ฉันกำลังหันหลังออกไป ไหล่ข้างซ้ายของฉันก็โดนหนามของดอกไม้ในแจกันใบใหญ่ข้างๆกับโต๊ะทำงานของแมทเทียสขูดเล็กน้อย มันไม่ได้เจ็บมากแต่เลือดแอบไหลนิดๆ

"ทำอะไรของเธอ" ฉันหันไปตามเสียง แมทเทียสที่มาอยู่ด้านหลังฉันตอนไหนฉันก็ไม่รู้ตัว ตอนนั้นเขายังนั่งหลับอยู่ที่เก้าอี้อยู่เลยนะ

"เอ่อ ขอโทษนะที่ทำให้นายตื่น" ฉันพูดแล้วรีบขยับออกห่างจากเขา เพราะระยะห่างที่เราอยู่มันใกล้กันมาก

"ฉันไม่ได้หลับ แค่กำลังดูคนที่แอบย่องมาว่าจะทำอะไร"

"ฉันไม่ได้แอบย่องนะ ฉันแค่จะเอาสร้อยนี่มาคืนนาย มันเป็นของสำคัญของตระกูลนายนี่ ฉันรับของสำคัญแบบนั้นไม่ได้หรอก"ฉันยื่นมือข้างที่ถือสร้อยไปข้างหน้าเขา

"ฉันให้เธอแล้ว มันเป็นของเธอ"แมทเทียสพูดจบก็หยิบสร้อยในมือแล้วเดินไปอยู่ด้านหลังของฉันจากนั้นก็ใส่สร้อยคอให้ มือเย็นทั้งสองข้างของเขาไล่ไปตามซอกคอฉันก่อนจะไปหยุดที่หัวไหล่ ฉันตื่นเต้นจนหัวใจเต้นแรงและเร็วกับมือเย็นของเขาจนกลัวว่าหัวใจมันจะหยุดเต้นไปซะก่อน แล้วเมื่อหัวไล่ข้างซ้ายฉันสัมผัสได้กับสิ่งที่นุ่มนิ่มก็สะดุ้งได้สติทันที

"นายทำอะไรน่ะ"

"เธอเลือดออก" แมทเทียสพูดแล้วเขาก็ก้มลงมาเลียตรงแผลฉันเบาๆ นั่นยิ่งทำให้ฉันหัวใจแทบวาย

"แผลแค่นี้เอง เดี๋ยวก็หาย" ฉันหันหน้าไปทางเขา แวบนึงฉันเห็นดวงตาเขาเป็นสีแดงแล้วมันก็กลับเป็นปกติ หรือว่าฉันตาฝาดฉันยังคงมองที่ดวงตาเขาเหมือนเดิมเพื่อความแน่ใจ เร็วกว่าความคิดแมทเทียสใช้ท่อนแขนแข็งแรงโอบรอบเอวฉันแล้วดึงเข้าไปชิดกับแผงอกเขาจนเบียดชินไม่มีช่องว่าง

"เธอกำลังสงสัยอะไรฉันเหรอ?" เขาถามเหมือนรู้ทัน

"ฉันคงจะตาฝาด" ฉันพูดแล้วพยายามดิ้นให้หลุดออกจากอ้อมแขนแข็งแรงของเขา

"ดิ้นไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก"

"งั้นนายก็ปล่อยฉันสิ" ฉันหยุดดิ้นแล้วเงยหน้ามองเขาเพื่อให้ปล่อย

"ไม่มีวัน" แมทเทียสพูดจบก็กล้มหน้าลงมาจนปากของเขาประกลบกับปากของฉัน ฉันตกใจและพยายามดิ้นอีกครั้งแต่ก็ไม่ขยับเลยสักนิด เขาจูบฉันอย่างอ่อนโยนในตอนแรกพอฉันเริ่มหยุดดิ้นเขาก็เปลี่ยนเป็นจูบที่ร้อนแรงขึ้นเหมือนกำลังโหยหามานาน ฉันเหมือนตกอยู่ในเวทมนต์ที่เขาเป็นคนร่ายขึ้นจนเผลอจูบตอบเขาไป แขนทั้งสองข้างของฉันโอบรอบคอเขาไว้ เราจูบกันจนไม่รู้ว่านานแค่ไหนจนฉันเริ่มหายใจไม่ทันเขาเลยถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ฉันมองหน้าแมทเทียสอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาทำ แมทเทียสไม่พูดอะไรแต่เอามือมาลูบที่จี้สร้อยคออย่างแผ่วเบา

"ทำไมนายถึงให้สร้อยเส้นนี้กับฉัน"

"เพราะฉันเลือกเธอ"

"เลือกอะไร"

"เลือกมาเป็นผู้หญิงของฉัน" แมทเทียสมองหน้าฉันอย่างจริงจัง

"ผู้หญิงของนาย? ฉันเนี่ยนะ เราเพิ่งเจอกันวันเดียวเอง"

"เธออาจจะเจอฉันแค่วันเดียว แต่ฉันรอเธอมานานมากแล้ว" มือข้างหนึ่งของเขาลูบแผ่วเบาที่ข้างแก้มฉัน

"นายเป็นใครกันแน่" ฉันรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในตัวเขา ที่ฉันยังไม่รู้

"ถ้าฉันบอกไปเธอคงไม่เชื่อหรอก"

"ไม่บอกจะรู้ได้ไงว่าฉันจะเชื่อหรือไม่เชื่อ" ฉันเชื่อที่เขาพูดฉันมั่นใจอย่างนั้นไม่ว่าเขาจะบอกว่าเขาเป็นใครฉันก็คิดว่าเขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันถึงรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นเวลาอยู่ใกล้แมทเทียส

"ฉันเป็นแวมไพร์"

"แค่นี้เอง..อะไรนะ!!" ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เขาพูดว่าเขาเป็นแวมไพร์เนี่ยนะ ถึงจะไม่น่าเชื่อแต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันว่ามันมีเหตุผลที่จะเชื่ออย่างนั้น เพราะตอนแรกที่เราเจอกันเขาพูดว่ามยุษย์ซึ่งคนทั่วไปเขาคงไม่พูดว่ามนุษย์หรอกแล้วอีกอย่างสิ่งที่ปาสกัสกับอองรีพูดว่าหอมแถวๆซอกคอฉันมันก็ทำให้ฉันสงสัยอยู่เหมือนกัน

"ฉันบอกแล้วว่าเธอไม่เชื่อ"

"พิสูจน์สิว่าสิ่งที่นายพูดเป็นความจริง" ฉันอยากจะแน่ใจว่าเขาพูดความจริง ทั้งๆที่อีกใจหนึ่งก็กลัวแต่ฉันมั่นใจว่าแมทเทียสจะไม่ทำร้ายฉันแน่นอน

"เธอไม่กลัวเหรอ ถ้าเกิดฉันดูดเลือดเธอขึ้นมาล่ะ"

"ฉันไม่กลัว เพราะนายไม่ทำร้ายฉันหรอก" แมทเทียสมองหน้าฉันอยู่ครู่หนึ่งแล้วสักพักดวงตาของเขาที่ตอนแรกมันเป็นสีเทาสวยก็กลายเป็นสีแดง เขี้ยวเริ่มงอกออกมาเล็กน้อย ฉันอึ้งกับสิ่งที่เห็น เป็นครั้งแรกที่ฉันเคยเห็นแวมไพร์ เห็นแต่ในหนังที่อาจจะดูน่ากลัวแต่กับแมทเทียสมันดูไม่ได้น่ากลัวสักนิดเขายังคงดูดีไร้ที่ติเหมือนเดิมและอาจจะดูดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ

"เชื่อฉันหรือยัง"

"ฉันเชื่อนาย" พูดจบฉันก็ยกมือขึ้นลูบที่ข้างแก้มเขาไปมา แมทเทียสเอามือเขามาจับมือของฉันที่กำลังลูบแก้มเขาอยู่

"เธอไม่กลัวฉันเหรอ" ฉันสายหน้าเป็นคำตอบ

"ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ฉันไม่กลัวนายสักนิด" ฉันสบตากับเขาที่ตอนนี้กลายเป็นปกติแล้ว แมทเทียสกุมมือฉันไว้

"เราลงไปที่งานเลี้ยงกัน ฉันมีเรื่องที่ต้องคุยกับทุกคน" แมทเทียสจับมือฉันแล้วพาเดินไปที่ชั้นล่าง มือที่เย็นของเขามันไม่ได้ทำให้ฉันเย็นหรือกลัวแต่มันกลับรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยที่ฉันได้อยู่กับเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นอะไร ฉันก็รักเขาอยู่ดี

ความคิดเห็น