Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บททดสอบ...ที่หนึ่ง (ต่อ)

ชื่อตอน : บททดสอบ...ที่หนึ่ง (ต่อ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.1k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2561 03:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บททดสอบ...ที่หนึ่ง (ต่อ)
แบบอักษร

ยามดึกสงัด...

พิณแพรสะดุ้งตื่นขึ้นท่ามกลางความมืด มีเพียงสายลมเย็นที่โกรกผ่านพัดเข้ามาในห้อง ยายกับแม่หลับสนิท เธอขยับตัวหยิบมือถือขึ้นดู ตีหนึ่งแล้ว...ไม่รู้คนรักกลับมารึยัง ทำไมไม่เห็นโทรมาหรือไลน์หาเลย รึคงคิดว่าเธอนอนห้องเดียวกับยายแม่เลยไม่อยากรบกวน แต่เพื่อความสบายใจ พิณแพรค่อยๆลุกจากฟูกเล็กๆข้างเตียง ค่อยๆเปิดประตูย่องออกจากห้อง

เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก...เงยหน้ามองมีแสงไฟสาดส่องมาจากทางหน้าบ้านเพียงดวงเดียว ที่พอจะทำให้เธอเดินเหินได้สะดวก ความกลัวรึจะสู้ใจที่กำลังกระวนกระวายไปได้ พิณแพรใส่รองเท้าออกเดินไปยังบ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ได้ไม่นาน

บ้านถูกล็อค!

ความมืดไร้ผู้คนไม่อาจทำให้ใจเธอสงบลงได้เลย เดินกลับมายังบ้านไม้สัก เปิดไฟทั่วบ้านเดินหาบดินทร์...คนรักของเธอ

ไม่มี..ตามหาทั่วบ้านก็ไม่เจอ

เสียงเปิดประตูดังขึ้น

“หนูเพลง ทำไมถึงตื่นมาเปิดไฟทั่วบ้านเลยล่ะ มีอะไรรึเปล่า”คุณนิลมณีถาม เธอส่ายหน้า

“ไม่มีไรค่ะ มองไม่เห็นทางเดิน เพลงก็เลยกลัวๆ..”

“จะไปเข้าห้องน้ำรึเปล่า กลัวรึเปล่าไม่งั้นก็ไปพร้อมกัน”คุณนิลมณีถาม หากเธอก็ส่ายหน้าปฏิเสธอีกครั้ง...

“ไม่ค่ะคุณแม่”

“งั้นก็เข้าไปนอนซะ ข้างนอกอากาศเย็น หนูยังไม่ชินกับอากาศที่นี่เดี๋ยวไม่สบายขึ้นมาตาเบสจะมาโทษเอาได้”คุณนิลมณีพูดเสร็จเลี้ยวซ้ายตรงไปห้องน้ำ

“คุณแม่คะ!”คุณนิลมณีหันมา

“มีไรงั้นเหรอ?”คุณนิลมณีทำหน้าเรียบนิ่ง

“พี่เบสนอนที่บ้านใหม่หรอคะ”เธอร่างอวบกำลังโยนหินถามทาง...

“เปล่า หนูปูนโทรมาบอกว่าตาเบสคุยจนเผลอหลับไป สงสัยคงเพลียมาก มีอะไรรึเปล่า”พิณแพรตกใจเล็กน้อย แต่ก็ปรับสีหน้าได้ทัน

“ไม่มีค่ะ...”แต่ใจเธอกลับเต้นแรงไม่เป็นระส่ำ

“ไปนอนเถอะ...ดึกมากแล้ว”แม่นิลบอก

“ค่ะ”พิณแพรเดินเข้าห้องด้วยใจไม่เป็นสุกนัก ล้มตัวลงนอน ใช่ว่าจะหลับได้...เล่นเอาเกือบสว่าง

..........................

สายวันต่อมา

สาวอวบงัวเงียตื่นขึ้น ค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง แม่กับยายคงตื่นแล้วลุกออกไปนานแล้วเธอหยิบมือถือออกมาเปิดดู เห็นข้อความไลน์โชว์หลาเข้ามาหนึ่งข้อความ

ศ. 27/4

ตะกี้เข้าไปหาเห็นหลับอยู่เลยไม่อยากกวน รักนะ

เค้าส่งมาหาตอนตีห้าห้าสิบ พิณแพรรีบลุกจากที่นอนเตรียมเสื้อผ้า แล้วไปอาบน้ำ ใช้เวลาไม่นานก็แต่งตัวเรียบร้อย เธอเดินออกมาจากห้อง ทุกคนกำลังวุ่นวาย.. คุณยายคุมเรื่องอาหารในครัว คุณแม่ดูแลแขกเหรื่อที่มาในงานเป็นแม่งานเลยก็ว่าได้ ข้างๆคุณแม่เธอเห็นปัณรสากำลังพูดคุยกับบดินทร์ด้วยท่าทางจริงจัง คงเรื่องพิธีการ ...เครื่องกระจายเสียงที่มัคทายกพูดเชื้อเชิญเพื่อนบ้านดังออกไปไกล ทุกคนในงานวันนี้ คงพร้อมใจกันจริงๆ พิณแพรเห็นรถตู้คันนึงแล่นเข้ามาถึง...มีใครบางคนรอเปิดประตูอยู่ พระสงฆ์ทั้งห้ารูปก้าวลงจากรถ ทุกคนย่อตัวลงพนมมือไหว้ พระสงฆ์ถูกนิมนต์พาเข้าไปยังตัวบ้านใหม่...พระท่านนั่งลงบนอาสนะสงฆ์ มัคทายกจัดแจงตามพิธีการที่เตรียมไว้ โดยมีเจ้าภาพกำลังทำตามขั้นตอนอย่างว่าง่าย และที่สำคัญบดินทร์อยู่ตรงไหนปัณรสาก็ต้องอยู่ตรงนั้นด้วย...ช่างดูเหมาะสมกันเสียจริง พิณแพรรู้สึกว่าตัวเองเหมือน... ตัวเกะกะขวางทางเดินคนอื่นอยู่ จึงเลี่ยงเข้าไปในครัว เห็นเป้าหมาย...เธอจึงรีบเดินเข้าไปใกล้

“คุณยาย”

“อ้าวตื่นแล้วรึนังหนู ปะๆเข้าไปไหว้พระกัน”คุณยายพลอยจันทร์ดึงมือเธอจะพาเธอเข้าไปนั่งในพิธี

“ป้าจันทร์ๆปลาที่ถอดเกล็ดเสร็จแล้ว ใครจะทอดล่ะที่เนี่ยหนูไม่ทอดด้วยนะ...เดี๋ยวไหม้เดี๋ยวไม่สวย ...เล่นหนีเข้าไปฟังพระกันหมดแบบเนี่ย จะเอาไงดีป้า?”เพื่อนบ้านรุ่นหลานคนนึงถาม

“เออๆ นั้นสินะ”ยายพลอยจันทร์ครุ่นคิด

“แม่!...เข้ามาสักทีสิ พิธีเริ่มนานละนะ”เสียงแม่นิลมาตามหาให้ยายพลอยจันทร์เข้าไปในพิธี

“เออๆเดี๋ยวเข้าไป”

“รีบๆนะแม่นะ...หนูเพลงจะเข้ามาก็เข้ามาพร้อมยายล่ะกันนะ”สิ้นเสียงคุณนิลมณีก็กลับเข้าไป

“ทอดยังไงอ่ะคะ เพลงช่วยทอดให้ก็ได้ค่ะ ยายกับคนอื่นๆจะได้เข้าไปฟังพระกัน”เพลงอาสาแข็งขัน เพราะถ้าไม่ทอดตอนนี้ มีหวังไม่ทันเอาถวายตอนเลี้ยงเพลพระแน่ๆ

“แน่ใจเหรอนังหนูว่าทอดได้”ยายพลอยจันทร์ถามให้แน่ชัด สาวร่างอวบพยักหน้ารับ..

“ค่ะ...” ยายพลอยจันทร์ทำหน้าทำตายอมใจอ่อน

“จะเอายังงั้นก็ได้...ทอดเสร็จจะได้เอามาราดพริก ไอ้ก้อยๆเอ็งตั้งกระทะซิ”ยายบอกแบบนั้น ก่อนจะหันมาหาพิณแพร

“ยายจะทอดให้ดูตัวนึงก่อน ทอดเสร็จเอาใส่จาน เห็นหม้อนั้นมั้ย....น้ำราดพริกเอาไว้ราดตัวปลา หนูทอดให้ยายอีกสี่ตัวนะ ยายจะเอาถวายเพลพระ ตกลงมั้ย?”

“ค่ะคุณยาย”พิณแพรตกปากรับคำดิบดี ยายพลอยจันทร์สาธิตการทอดปลาให้ดูตัวนึง ก่อนทุกคนจะแยกไปฟังพระให้พร

‘ไฟแรงกว่านี้อีกนิดดีกว่า ถ้าไฟอ่อนแบบยายทอดตะกี้สุกช้า ไม่ทันถวายพระแน่’ พิณแพรคิดได้แบบนั้นก็จัดการเร่งไฟให้แรงทันที

..............................................

บ้านใหม่...

ยายพลอยจันทร์ค่อยๆคลานเข่าเข้ามานั่งด้านหน้าที่แม่นิลมณีเตรียมไว้

“ทำไมช้าจังล่ะคะแม่?”

“ทอดปลาอยู่...”คุณยายจันทร์ตอบสั้นๆ

“อ๋อ...แล้วไม่มีใครอยู่เลยใช่มั้ยคะ”

“ก็ใครๆเค้าก็อยากมาฟังพระท่านให้พรทั้งนั้น ขนาดเเกก็ยังไม่คิดจะไปช่วยฉันในครัวเลย”

“ก็แม่จัดการเรื่องในครัวนี่คะ ทางนี้ก็ยุ่งวุ่นวายเหมือนกันกว่าจะลงตัวได้”ลูกสาวอธิบายให้คนเป็นแม่เข้าใจ

“เอาแหละๆฟังพระเถอะ ขี้เกียจจะพูดกับแก”พูดเสร็จยายจันทร์ก็พนมมือหันหน้าไปฟังพระสวด บดินทร์ไม่เห็นคนรักรีบโยกหน้าเข้ามากระซิบถามยายสุดที่รัก

“ยาย...เพลงล่ะ”

“ยัยหนูอยู่ในครัว”เค้าบอกหลาน

“เดี๋ยวผมไปตาม...”บดินทร์ทำท่าจะลุกขึ้นไปหาคนรัก

“นั่งนิ่งๆนะตาเบส งานนี้เป็นงานของลูก ลุกลี้ลุกลนอยู่ไม่สุขได้ไง ทำใจให้เย็น...รับพรพระท่าน”คุณนิลมณีปรายตามามองลูกชาย ที่ตอนนี้ปัณรสาเธอนั่งพนมมือเคียงข้างเค้าอยู่ เค้าอึดอัดใจไม่น้อย...แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพียงไม่นานพิณแพรก็คลานเข่าเข้ามานั่งข้างหลังเค้า สะกิดที่ไหล่เค้านิดๆ ให้ชายหนุ่มหันไป

“มาแล้วหรอ”เค้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจ

“อื้มม...”

“คิดถึงมากนะ...อยากหอมแก้มแล้ว”เค้ากระซิบบอกข้างหูสาวอวบ พิณแพรยิ้ม...

สิ่งที่บดินทร์ทำ มีหรือจะรอดพ้นสายตาปัณรสาไปได้...

“ตาเบส นั่งดีๆ”คุณนิลมณีปรามออกดัง จนยายพลอยจันทร์เอ็ด

“แม่นิลหยุดสักทีได้มั้ย หลังรับพรค่อยพูดกัน”คุณนิลมณีเงียบเสียงลงได้ ไม่วายปรายตามองพิณแพร...

หลังพระท่านสวดให้พรจบบท ถึงเวลาถวายเพล คุณนิลมณีให้ช่วยยกสำรับเข้ามาได้เลย

น้ำพริกปลาทูทอด

แก้งส้มปลาช่อน

ผัดบักโคลี่ใส่กุ้ง

ปลาราดพริก และข้าวสวย

ทองหยอด ฝอยทอง..

5สำรับ...ถูกลำเลียงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มีอาหารอีกหลายอย่างที่เพื่อนบ้านนำมาร่วมทำบุญถวายเพลเช่นกัน

“เดี๋ยวนะๆ”คุณนิลมณีบอกให้คนยกสำรับคนนึงหยุด

“มีอะไรหรือแม่นิล”ชายกลางคนเอ่ยถามอย่างสงสัย นิลมณีเอ่ยขอจานปลาราดพริกมา ถือเอามาให้ยายพลอยจันทร์ดู

“แม่คะ!...นี่ใครทอดปลา”ยายพลอยจันทร์ไม่ตอบ

“แม่!...หนูถามว่าใครทอดปลาคะ”

“แกจะโวยวายไปทำไม...ปลามันทำไมมันดิ้นได้งั้นรึ ...เอาไปประเคนพระท่านไป ท่านจะฉันหรือไม่ก็สุดแท้แต่ เราถวายด้วยใจจริง”ยายพลอยจันทร์บอกแบบนั้น ลูกสาวเธอโวยวายจนคนทั้งงานหันมองมากันหมด

“แม่...”นิลมณีจี้แม่ของเธอ

“แม่ครับช่างมันเถอะเล็กๆน้อยๆ”บดินทร์บอกแม่เค้า

“หนูเองค่ะคุณแม่”พิณแพรเหงื่อซึม รู้สึกผิด ตัดสินใจบอกความจริงกับแม่คนรัก คุณนิลมณีหันไปมองเธอ

“แม่ให้หนูเพลงทอดหรอคะ?”

“หนูอาสาทอดให้เองค่ะ ยายไม่ได้บังคับรึอะไร”เธอยอมรับ

“ทอดเกรียมขนาดนี้ ต่อให้ราดน้ำราดพริกอร่อยแค่ไหน มันก็กลบความเหม็นเกรียมไม่ได้หรอก แม่ไม่ได้บอกหนูเพลงหรอคะว่าต้องทอดยังไง”นิลมณีถามยายพลอยจันทร์

“คุณยายสอนแล้ว แต่เพลงเห็นว่ามันช้าเลยเร่งไฟให้แรงจะได้ทันพระฉันเพล”

“หนูก็เคยกินของดีๆแพงๆไม่ใช่รึ ดูไม่ออกเลยรึไงว่าแบบนี้มันกินแทบไม่ได้”เธอพูดเสียงดังจนใครๆพากันหันมามอง

“เพลงขอโทษค่ะคุณแม่ เพลงก็อยากทอดให้ใหม่แต่ปลาที่เหลือมีแต่แบบยังไม่ถอดเกล็ดทั้งนั้น เลยตัดสินใจต้องเอาพวกนี้จัดใส่จาน”เธอบอกความจริงกับแม่คนรักทุกอย่าง

“แม่..พอเถอะครับ เพลงเค้าไม่ได้ตั้งใจนะฮะ กะแค่ปลาทอดแม่จะอะไรมากครับคนมองเยอะแยะแล้ว”บดินทร์ร้องห้ามแม่เค้า

“เงียบไปเลยนะตาเบส วันหลังผู้ใหญ่บอกสอนแบบไหนก็ทำตามแบบนั้น ไม่ใช่สักแต่ว่าตามใจตัวเอง ยึดถือว่าตัวเองทำดีที่สุดตัดสินใจถูกต้องที่สุด เพราะว่าอะไรก็เห็นใช่มั้ย ปลาทอดมันออกมาดูไม่ได้เลยสักนิด”นิลมณีสอนเธอ พิณแพรทั้งหน้าเสียหน้าซีด และอายอย่างที่สุด ขนาดโดนว่ากลางที่ประชุมเธอยังไม่รู้สึกอายเท่านี้เลย

“งั้นเดี๋ยวเพลงขอตัวก่อนนะคะ”พิณแพรบอก แล้วเดินออกจากตรงนั้นไป ปัณรสาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างถึงกับแอบยิ้มชอบใจ

“เพลงจะไปไหนอ่ะเพลง เพลง ...แม่ ทำไมแม่ต้องไปต่อว่าเพลงเค้าขนาดนั้นครับ มันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไรเลยนะ”เค้าบอกกับคุณนิลมณี

“ทำไมแค่พูดแค่สอน แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยใช่มั้ยตาเบส”เธอค่อนแขวะลูกชายเค้า

“ไปกันใหญ่แล้วฮะ”

“แม่นิลหยุดซะที...ตาเบสพาแม่มาประเคนกับข้าวให้หลวงพ่อต่อ...เดี๋ยวนี้เลยนะ”ยายพลอยจันทร์ตะเบงเสียงกลบ

“น้านิลคะ เพลงเค้าคงไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ.. น้านิลไปประเคนอาหารให้หลวงตาเถอะนะคะ”ปัณรสสพูดจบ

“ผมขอตัวก่อน เดี๋ยวผมไปตามเพลง”บดินทร์ลุกขึ้นทันที

“นั่งลงเดี๋ยวนี้นะตาเบส มาช่วยแม่ประเคนกับข้าวให้เสร็จก่อน?”เธอสั่งลูกชาย หลังจากประเคนอาหารเสร็จก็เป็นช่วงเวลา....ที่ทุกคนจะได้ยืดเส้นยืดสาย ก่อนจะกลับเข้ามารับศีลรับพรอีกครั้ง

“เอางี้ เดี๋ยวพี่เบสนั่งกับน้านิลกับยายอยู่นี่แหละ เดี๋ยวปูนจะไปดูเพลงให้ ไม่ต้องห่วงนะคะเดี๋ยวปูนพาเพลงกลับมา”

......................................

สาวอวบผมสั้นไม่รู้จะหลบไปเช็ดน้ำตาที่ตรงไหน ตัดสินใจเดินทะลุผ่านแปลงผักสวนครัว เธอคิดว่าแม่หรือยายน่าจะปลูกไว้เดินผ่านต้นสักไม่สูงมากเข้าไปเรื่อยๆ เธอเห็นบ้านปูนหลังเล็กๆ...แต่ดูเหมือนจะไร้คนอยู่ ประตูไม่ได้ลงกลอนหน้าประตูไว้...พิณแพรตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้

“ขอโทษนะคะ มีใครอยู่เปล่า”เธอผลักออกชะโงกหน้าเข้าไปดู ภายในเต็มไปด้วยลังกระดาษกองตั้งไว้เกือบเต็มห้อง เธอเดินเข้าไปมองหาสวิชต์กดเปิดไฟ

ไม่ติด...แหงนดูเพดาน

ไม่มีหลอดไฟ...

เธอเหลือบไปเห็นอัลบั้มเก่าๆจึงถือวิสาสะเปิดดู ภาพสมัยเด็กของเด็กชายกับเด็กสาว มีหลายอิริยาบถ หลายสถานที่...ภาพจับมือจูงแขน แล้วก็หอมแก้มเด็กสาว

อยู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมา

กริ๊ก!!

พิณแพรหันไปทางหน้าประตู มันถูกปิด มีคนมา...อยู่ข้างนอก

แต่ทำไม!...

ปึงๆๆๆๆ

ปังๆๆ

หน้าประตูถูกลั่นกลอนแล้ว

พิณแพรพยายามดันประตูไม้ออกอยู่นาน

“ใครอยู่ข้างนอกอ่ะ เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ เปิด!...ไม่สนุกเลยนะเล่นแบบเนี่ย บอกให้เปิดไง เปิดสิคะ เพลงออกไปไม่ได้ค่ะ”

ปังๆๆ

พิณแพรนึกขึ้นได้รีบล้วงมือถือในกางเกง

ไม่มี...

มือถือ!

พิณแพรนึกทบทวนอยู่นาน เธอไปลืมมือถือไว้ที่ไหนหนอ ไว้ที่ไหน ให้ตายเถอะ...

ปังๆๆ

“พี่เบส พี่เบสใช่มั้ย อย่าแกล้งเพลงเลยนะ พี่เบสเปิดประตูให้เพลงที”

ทั้งเขย่าทั้งดัน มองหาทางออก วิ่งไปที่หน้าต่างถูกใส่เหล็กดัดทางด้านใน

เสียงฝีเท้าของใครคนนึงกำลังจะเดินห่างออกไป

“ใครน่ะ อย่าเพิ่งไปสิ เปิดประตูให้เพลงก่อน เปิด...บอกให้เปิดไงคะ”

ปึงๆๆๆ

ปังๆๆๆ

ออกไม่ได้!

ช่วยด้วย

ใครก็ได้ช่วยเปิดประตูให้ที...

.....................................................

บางทีการคิดจะมีชีวิตคู่ มันก็ต้องมีหลายๆอย่างเข้ามาเกี่ยว คุณว่าเพลงจะผ่านมันไปได้มั้ยคะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว