Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ถึงเวลาที่เพลงควรเลิกได้แล้วใช่มั้ย... (แก้ไขคำผิด)

ชื่อตอน : ถึงเวลาที่เพลงควรเลิกได้แล้วใช่มั้ย... (แก้ไขคำผิด)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 33.2k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2561 03:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ถึงเวลาที่เพลงควรเลิกได้แล้วใช่มั้ย... (แก้ไขคำผิด)
แบบอักษร

“เดี๋ยวก่อน”บดินทร์วิ่งตามเธอมา เข้าขวางเธอไว้ก่อนที่เธอจะไปถึงรถ

“ถอยค่ะครู...”พิณแพรบอกกับเค้า

“จะถอยได้ไง ก็คุณร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่แบบเนี่ย ดูซิ...หน้าตาเลอะเทอะหมดเลย”เค้าควักผ้าเช็ดหน้าออกมา เช็ดน้ำตาและมาสคาร่าที่เริ่มเลอะให้

“เช็ดเองได้ค่ะ”พิณแพรแย่งจากมือเค้ามาเช็ดเอง

“เราคุยกันก่อนได้มั้ย คุยกันก่อน...นะ”บดินทร์พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ รู้ว่าต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ พิณแพรเองก็มองหน้าเค้า

“ไปกับผม...เดี๋ยวค่อยกลับมาเอารถทีหลัง”บดินทร์บอก เค้าจูงมือเธอให้เดินไปกับเค้า...เปิดประตูรถให้เธอขึ้นนั่ง อ้อมไปขึ้นประจำตำแหน่งแล้วขับบีเอ็มฯออกจากร้าน โดยไม่ได้สนใจว่าคนที่เค้าขอเป็นแฟน’เมื่อวาน’จะวิ่งตามรถมาด้วย

“พี่เบส...พี่เบส พี่เบสคะ จะไปไหนคะ จั่นไปด้วยสิ โธ่เว้ย!”

..............................

คอนโดบดินทร์

ประตูถูกเปิดออก ชายหนุ่มเอื้อมมือไปเปิดไฟให้สว่าง

“เข้ามาเถอะ เข้ามา ไม่ทำอะไรหรอกน่า”เค้าดึงมือเธอเข้ามาให้นั่งที่โซฟาตัวนุ่ม เดินไปเปิดตู้เย็นรินน้ำดื่มใส่แก้ว เอามายื่นให้

“ดื่มซะ...จะได้รู้สึกดีขึ้น”เธอทำตามอย่างว่าง่าย มองตาเค้าไปด้วยดื่มไปด้วยจนหมดแก้ว ยื่นแก้วคืนให้กับเค้า

“เล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตอนที่ผมยังไม่มา”เค้าเข้าไปนั่งข้างๆเธอดึงมือเธอมาบีบเบาๆเป็นกำลังใจ

“ว่าไง”

“ก็ที่ครูนัด”เพียงแค่นี้เธอก็หยุด มันพูดต่อแทบไม่ได้ เค้าเอื้อมมือปัดผมที่บังหน้า เกลี่ยผมทัดหูให้เธอ

“ได้มั้ยรึว่าลำบากใจ...”

“จั่นบอกว่าครูขอเป็นแฟน...เมื่อวาน แล้วครูก็รักจั่นมากจั่นบอก เอาแหวนมาโชว์ให้เพลงดูด้วย”เค้าขำ

“ขำอะไรคะ?”เธอย้อนถามแกมหมั่นไส้ ‘มันใช่เวลาขำมั้ย’พิณแพรคิด

“ก็ขำที่คุณเชื่อเพื่อนของคุณน่ะสิ”เค้าบอก

“....”เธอนิ่งไม่ตอบ เค้ามองหน้าเธอ

“คุณเชื่อเข้าไปได้ไง เชื่อหมดใจ ถึงได้ร้องไห้ออกมาอย่างนั้นใช่รึเปล่า”

“แล้วมันจริงอย่างที่จั่นเธอบอกเพลงรึเปล่าคะ”เธอยังไม่วายย้อนถาม

“ไม่จริง จะจริงได้ไง ผมไม่ได้รักใครง่ายๆนะ”เค้าจบ เค้าเชยคางอ้วนๆของเธอด้วยความหมั่นเขี้ยว....และต่างก็มองหน้ากัน

“คงไม่ได้มีแค่นี้หรอกมั้ง ใช่มะ”เค้าถามต่อ

“จำไม่ได้แล้วค่ะ”เธอเอนหลังกับโซฟา เค้าตามลงมานั่งกับพื้น เพื่อให้มองหน้าเธอชัดๆ

“อ้าว! เป็นงั้นไป”

“ตอนนั้นเพลงทั้งโมโหทั้งโกรธและก็เสียใจ ในหัวมันคิดอะไรไม่ออกเลย มันตื้อไปหมด”เค้าจับมือเธอไว้

“คุณชวนเค้ามา หรอ?”

“เปล่า จะชวนมาทำไม แถมจั่นมาถึงก่อนเพลงด้วยซ้ำ”เค้าคิ้วขมวด ครุ่นคิด

“แฟนคุณตามคุณมาด้วยรึเปล่า?”ทั้งคู่ต่างมองหน้ากัน

“พี่กฤษอ่ะหรอ”เธอถาม ...เค้าพยักหน้า

“อืม ใช่เค้านั้นแหละ”

“เปล่า พี่กฤษไม่ได้มา จะมาทำไม”เธอปฏิเสธ

“นั่นไง โป๊ะเชะ!”

“อะไรคะ โป๊ะเชะ”

“คุณกับผมโดนเพื่อนคุณปั่นหัวเล่นแล้วล่ะ”เค้าสันนิษฐาน เข้าโหมดจริงจรังอีกครั้ง

ทั้งคู่เงียบ....

“ผมเจอเพื่อนคุณครั้งสุดท้ายเมื่อวันก่อน จำได้ผมยังชนเธอล้มอยู่เลย หลังจากนั้นผมกับเพื่อนคุณก็ยังไม่เคยคุยกันอีกเลยนะ ผมจะนัดเค้ามาที่ร้านได้ไงจริงมั้ย แล้วเค้าดันมาบอกคุณอีกว่าผมรักเค้ามาก เฮ้อ! เค้าทำแบบนี้เท่ากับว่า เค้าไม่อยากให้คุณมายุ่งกับผมอีก แล้วเค้าก็อยากให้ผมเลิกยุ่งกับคุณ”เค้าสรุปให้เธอฟัง พิณแพรหน้าซีดลง มองเค้า...รับรู้ในสิ่งที่เค้าบอก

“จั่นรู้เรื่องร้านอาหารวันนี้ได้ไงก็ไม่รู้นะคะ เพลงไม่เคยบอกอะไรจั่นด้วยซ้ำ ครูรู้รึเปล่า?”

“ผมจะรู้ได้ไง เธอคงเป็นเหมือนเจนญาณทิพย์รึเปล่า รับรู้และสัมผัสได้มั้ง ฮ่าๆ”

“ครูอ่ะเจนญาณทิพย์อะไรคะ ชอบพูดไปเรื่อย ชอบดูคนอวดผีใช่มั้ยเนี่ย”

“ก็ชอบ แต่ผมชอบคุณมากกว่า”เค้าพูด พิณแพรชี้เข้าที่ตัวเอง จ้องหน้าเค้าแล้วยิ้มนิดๆ

“ใช่ คุณนั้นแหละ”ต่างคนก็ต่างขำ

“กำลังซีเรียสนะคะ ทำให้ขำอยู่ได้”เธอบอก ผลักเข้าที่ไหล่เค้าเบาๆ

“ก็ผมชอบให้คุณยิ้มหัวเราะมากกว่า....น่ารักดี”คนที่พูดก็เอาแต่มองหน้าสาวอวบ จนทำเธอพูดไม่ออกเช่นกัน เงียบกันไปสักพัก เค้าก็เอ่ยขึ้น...

“เพื่อนคุณบอกผมว่าแฟนคุณชวนเค้ามา แล้วคุณก็ทะเลาะกับแฟนคุณเรื่องผม จริงรึเปล่า”

“จั่นมาคนเดียวนี่คะ และจะไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เพลงก็คิดจะเลิกกับพี่กฤษอยู่ดีค่ะ ไม่ใช่เพราะครูหรอก”

“....”

“เพลงไม่รู้นะคะว่าจริงๆจั่นเค้าต้องการอะไรจากเพลงกันแน่ หึ! แต่ที่รู้จั่นคง...อยากได้ครู เหมือนที่เค้าเคยอยากได้พี่กฤษมั้งคะ อะไรที่จั่นอยากได้เธอก็จะทำทุกอย่าง เหมือนที่เค้าเคยได้พี่กฤษไป”

“คุณก็รู้อยู่แล้วนี่...ว่าเพื่อนคุณเป็นยังไง ทำไมคุณยังยอมให้เพื่อนของคุณอยู่อ่ะ”

“ก็เค้าเป็นเพื่อน แล้วเพลงก็คิดว่าว่าพี่กฤษคงไม่ได้จริงจังอะไร ที่ไหนได้...เค้าทำกับเพลงไว้เจ็บแสบมาก”

“แต่คุณก็ปล่อยมันไปเฉยๆโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลยใช่มั้ย”

“เพลงคิดว่าความจริงใจอาจจะทำให้จั่นและพี่กฤษเปลี่ยนแปลงตัวเองได้มั้งคะ”

“เค้าไม่ได้คิดกับคุณแบบนั้นเลยนะเพลง ดูอย่างเพื่อนคุณสิ เค้าพูดอะไรต่อมิอะไรออกมาไม่อายปาก ทั้งที่มันไม่มีมูลความจริงเลย เค้ากล้าจะปั้นน้ำเป็นตัวๆได้ โดยที่เจ้าตัวเค้าก็ไม่เกรงกลัวอะไรเลยสักนิด”เค้าพูด

“ตอนอยู่ในร้าน จั่นพูดให้เพลงเขว้ไปหมด ทั้งที่ตอนแรกเพลงมั่นใจว่าเพลงไม่มีทางหวั่นไหวแน่นอน แต่พอเอาเข้าจริงๆจั่นพูดอะไรออกมา มันเหมือนมีเหตุผลไปซะทุกอย่าง แล้วมันก็จริงอย่างที่คิด เพลงก็เชื่อจั่นจนได้ เพลงดูโง่มากใช่มั้ยคะ”

“คุณยอมและอ่อนข้อมากเกินไปต่างหาก คนแบบเพื่อนคุณน่ะ เค้าไม่มามัวนั่งคิดหรอกนะว่าคุณจริงใจกับเค้ามากแค่ไหน ลับหลังคุณเพื่อนคุณ เค้ายังมาอ่อยผมแทบทุกวันเมื่อมีโอกาส คุณเคยรู้บ้างรึเปล่า”

“...”เธอส่ายหน้า

“ไม่เชื่อที่ผมพูด?”

“เปล่าค่ะ ไม่ใช่ไม่เชื่อ ...แต่ไม่นึกว่าจั่นจะกล้าไปยั่วไปอ่อยอะไรกับคุณขนาดนั้นค่ะ”พูดเสร็จเธอก็มองหน้าเค้า

“มองหน้าผมแบบนี้หมายความว่าไง”

“คุณไม่หวั่นไหวเลยหรอคะ จั่นเค้าสวยมากเลยนะ”

“สวยแล้วไง...ไม่หวั่นไหวสักนิด น้องผมไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ”เค้าบอก

“พูดอะไรคะ”จู่ๆเธอก็หน้าแดง

“ก็ไม่รู้สึกไง ขนาดน้องผมก็ยังไม่ยอมตื่นไงครับ เข้าใจยัง”เค้าหยอกแก้มเธอเบาๆ

“เพลงบอกเธอไปว่า อยากได้ผู้ชายคนไหนก็เอาไปเลย เพลงยกให้”เค้าละมือออกจากแก้มเธอทันที

“พูดงั้นจริงอ่ะ”

“จริงค่ะ”เธอตอบ บดินทร์ค่อยยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ

“หมายความว่ายกผมให้เค้าด้วยใช่มั้ย” พิณแพรพยักหน้า

“ก็ถ้าเค้าอยากได้ เพลงก็ยกให้”เธอทำหน้างอนๆ

“ทำไมยกผมให้เค้าง่ายขนาดนั้นอ่ะ ไม่หวงผมเลยหรอ”เค้ายังมีแก่ใจเนาะ พิณแพรคิด

“ยิ่งคุณเต็มใจไปกะเค้า เพลงยิ่งไม่หวงเลยค่ะ เพลงไม่อยากแย่งกับใครค่ะ”เค้ายื่นหน้าเข้ามาใกล้อีก กระซิบที่ข้างหูเบาๆ

“คุณจะต้องแย่งผมจากใครล่ะ ก็ใจผมมีแต่คุณคนเดียว จริงๆ”

“อวบๆแบบเนี่ยหรอคะ”เค้าพยักหน้า พิณแพรมองหน้าเค้า ปากได้รูปทาบทับปากชมพูอวบอิ่ม...ตัวเธอเองยังแทบไม่ได้ตั้งตัว มือเธออยากดันให้เค้าออกห่าง แต่ใจมันกลับร้องเรียกโหยหา เอามือจับที่ไหล่กว้างเค้าแทน ส่วนมือเค้าค่อยๆก็กอดกระชับตัวร่างอวบเธอไว้

อยากหยุดเวลานี้ไว้ให้ได้นานที่สุดจัง

เค้าค่อยๆถอนริมฝีปากออกช้าๆ

“บางทีผมก็รู้สึกว่า...ผมไม่อยากรอ ผมรอไม่ไหวแล้ว ผมอยากหักหานน้ำใจคุณ แล้วพาคุณขึ้นเตียง แต่พอเอาเข้าจริงผมก็ทำไม่ได้ อย่าโกรธผมเลยนะ ถ้าผมจะตักตวงความสุขเล็กๆน้อยๆให้ตัวผมเองบ้าง”เค้าจูบเข้าที่หน้าผากอีกครั้ง

“ผมรอนะ...รอจนกว่าคุณจะหันมามองผม”

“....” เธอเอานิ้วนุ่มนิ่มไล้เขี่ยจมูกโด่งๆลงมาถึงปากได้รูปของเค้า

“อยากให้ผมช่วยอะไรมั้ย”เธอส่ายหน้า

“เพลงอยากจัดการเรื่องของตัวเองให้จบก่อนค่ะ....”เค้าพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“รอเพลงก่อนได้มั้ย...”เค้ายิ้มอบอุ่น พยักหน้ารับ

“ได้ ...ผมรอคุณได้ทั้งชีวิตล่ะเพลง”เค้าดึงมือเธอมาจูบ

“ไม่เข้าใจผมผิดๆแล้วใช่มั้ย”เธอพยักหน้า

“ไม่ขี้แยอีกนะ...คุณต้องเข้มแข็งเพลง แล้วคุณจะก้าวผ่านทุกอย่างไปได้ ละที่สำคัญคุณต้องมีสติ”เธอพยักหน้าแล้วยิ้ม

“ขอบคุณนะคะครู”

“ไม่เป็นไรผมเต็มใจ” เธอยิ้มเค้ายิ้มให้กัน

“แต่ว่าตอนนี้...”เธอเอ่ย

“ตอนนี้อะไร....”

“เพลงอยากกลับไปเอารถแล้ว อยากกลับบ้านแล้วค่ะ”

“อ๋อ ฮ่าๆๆ ลืมเลย คุยเพลินไปหน่อย งั้นก็ไปเอารถกันเลยดีมั้ย”เค้าพูดเหมือนหาแนวร่วม

“ดีที่สุดค่ะ...อยู่ในนี่นาน มันร้อนๆ”เธอจับเสื้อสบัดๆเพราะอากาศในห้องที่ออกจะร้อนอบอ้าว

“”ฮ่าๆ จริงด้วย ผมลืมเปิดแอร์”เค้ายิ้มกับเธอ ลุกขึ้น!....ยื่นมือให้เธอ แล้วทั้งคู่ก็พากันออกจากห้องไป

เพลงจะก้าวผ่านมันไปให้ได้ค่ะครู...

......................

วันจันทร์ก็มาถึง...

สำนักงานใหญ่บอดี้ดี้เชฟ...

พิณแพรในชุดเดรสโชว์ไหล่สีเหลืองอ่อนช่างเหมาะกับจี้เพชรหยดน้ำที่เธอสวมใส่อยู่นัก สาวอวบก้าวลงจากรถเดินผ่านประตูทางเข้า พนักงานทั่วไปหยุดสวัสดีบ้างก้มหัวบ้างทักทายบ้าง ตามธรรมเนียมเจ้านายลูกน้อง หากใช้ไม่ได้กับอีกคนไม่

เพื่อนที่เธอเคยรัก บัดนี้พอเดินผ่าน...ก็เชิด สะบัดหน้าหนี

‘เธอจะทำแบบนี้ได้อีกไม่นานหรอกจั่น’ พิณแพรนึกก็กดลิฟท์ขึ้นห้องทำงานทันที

“ผมขอขึ้นไปด้วยได้มั้ย”พิณแพรหันไปตามเสียงคุ้น ยิ้มทักทายให้เค้าอย่างจริงใจ

“ได้สิคะ คุณพ่อเรียกแต่เช้าเลยหรอคะ”เธอถาม เพราะเรื่องงานของพ่อเธอละมั้งที่จะทำให้เค้าขึ้นไป

“เปล่า ผมแค่อยากไปส่งคุณที่หน้าห้องทำงาน คุณรู้มั้ยผมยืนรอคุณนานมากก เพราะไม่รู้ว่าคุณจะมาถึงตอนไหน เป็นลูกจ้างกับเจ้านายช่างแตกต่างกันจริงๆ”เค้าแอบบ่นอุบอิบ น้อยเนื้อต่ำใจแค่นั้น

ทั้งสองก้าวขึ้นลิฟท์...ประตูค่อยๆเลื่อนปิดลง

“น้อยใจทำไมคะ...มะ”เธอยื่นมือไปหา เค้ารีบจับมือเธอไว้มั่น

“แบบนี้ค่อยดีหน่อย”เค้าพูดจบ ต่างก็หันมายิ้มให้กัน มองดูสัญญาณเลขชั้นที่ใกล้จะถึงแล้ว

ติ๊งง...

ประตูเปิดออก พิณแพรก้าวออกมาต้องหันกลับไปเพราะรออีกคนเดินออกมา

“ผมส่งคุณแค่นี้นะ ตั้งใจทำงานล่ะ”เค้าพูด

“ค่ะ”พิณแพรยิ้มรับจนประตูลิฟท์ค่อยๆปิดสนิทลง พิณแพรเดินมาถึงหน้าห้อง เลขาเอ่ยทักทายเช่นทุกที

“สวัสดีค่ะคุณเพลง”

“จ่ะ....วันนี้มีงานอะไรเอาเข้าไปให้เพลงด้วยนะ”

“ได้ค่ะ เอ่ออๆคุณเพลงคะ”เลขาสาวเรียกจนเธอต้องหันกลับมาอีกครั้ง

“ว่าไงจ๊ะ”

“เมื่อวันเสาร์คุณจักจั่นไม่ได้ฝากโนตหรือฝากบอกอะไรคุณเพลงไว้นะคะ พอเธอเข้าไปรอในห้องคุณเพลงสักพัก เธอก็ออกไปค่ะ”

“จักจั่นงั้นหรอ”

“ใช่ค่ะ”เลขารับคำ พิณแพรถึงกับบางอ้อ...อดีตเพื่อนรักเธอต้องแอบอ่านไลน์บนโนตบุ๊คเธอแน่ๆ

พิณแพรพยักหน้ารับก่อนเดินเข้าห้องไป

ต่อสายภายในไปยังหัวหน้าฝ่ายบุคคลทันที

“คุณลลินขึ้นมาหาเพลงหน่อยค่ะ”

..................................................

ช่วงบ่าย

ห้องประชุม

คุณสรุยทธกำลังฟังสรุปผลรายงานด้วยความตั้งใจ มีพิณแพร บดินทร์ และสุรกฤษ ร่วมทั้งพนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องท่านอื่น ร่วมฟังอยู่ด้วย

“เอาเป็นว่าผมจะส่งพิณแพรไปแทนผมละกันนะ ผมจะให้คุณไปด้วยนะบดินทร์”สิ้นเสียงคุณสรยุทธ สุรกฤษก็ค้านขึ้นทันที

“งานนี้มันควรเป็นผมที่ไปไม่ใช่หรอครับคุณพ่อ”ทุกคนหันมามองที่เค้ากันหมด คุณสรยุทธละสายตามาดูเอกสารอื่นบนโต๊ะต่อแล้วพูดขึ้น

“เห็นคุณบ่นกับลูกน้องคุณว่างานคุณเยอะมากไม่ใช่หรือคุณกฤษ”คุณสรยุทธเงยหน้ามอง

“ผมเลยต้องส่งคนของผมไปแทนคุณไง เอาเป็นว่าทุกอย่างตามนี้ วันนี้พอแค่นี้ก่อนละกัน”เสียงเอะอะโวยวายจากทางด้านนอกทำเอาภายในห้องประชุมหันไปมอง

“เสียงเอะอะโวยวายอะไรกัน”คุณสรยุทธเอ่ยขึ้น ไม่ทันขาดคำประตูหน้าห้องถูกเปิดขึ้น

“เข้าไปไม่ได้ครับ คุณเพลงยังประชุมอยู่ครับ”เสียงเจ้าหน้าที่ด้านนอกส่งเสียงห้ามหญิงสาวที่กำลังเดินเข้ามาแต่ไม่เป็นผล

“ปล่อยฉันนะ ฉันจะเข้าไป ปล่อย บอกให้ปล่อยไงเล่า”เจ้าหน้าที่จับแขนเธอไว้แต่เธอสะบัดออก

“รู้มั้ยว่าฉันเป็นใคร จับตัวฉันอีกทีละก็ ฉันจะเอาแกตายแน่คอยดู”พูดจบ จินดาพรก็เดินฉับๆก้าวเข้ามาในห้อง ซึ่งตอนนี้ยังนั่งกันครบองค์ประชุม จินดาพรเห็นเป้าหมายนั่งอยู่พุ่งตรงไปหา หลายคนเห็นต่างร้องอุทานด้วยความตกใจ เธอจับเก้าอี้ที่พิณแพรนั่งให้หมุนกลับมาหาเธอ...

“เธอกล้าไล่ฉันออกงั้นหรอ ห๊ะ เพลง...เธอมันร้ายกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลยนะ”จินดาพรบิดแขนพิณแพรให้เจ็บ ไม่สนว่าใครจะนั่งอยู่ก่อนแล้ว คุณสรยุทธทำสัญญาณให้พนักงานท่านอื่นออกไปก่อน เหลือเพียงเค้า บดินทร์ สุรกฤษ เท่านั้น

“ฉันฟ้องหนูได้นะ ขอหาทำร้ายร่างกายลูกสาวฉันน่ะ”คุณสรยุทธเอ่ยดังๆขึ้น ทำให้จักจั่นหันไปทางพ่อเพื่อนรักทันที

“ฟ้องสิคะ...จั่นจะได้ประจานบริษัทคุณพ่อให้สื่อและคนอื่นรู้ไปเลยว่าบริษัทห่วยๆ ของคุณพ่อไล่พนักงานออกโดยไม่มีเหตุผล รึว่าจริงๆแล้วคุณพ่อเป็นไล่จั่นออกใช่มั้ยคะ”ตาเธอจ้องเค้าแทบจะถลนออกมาให้ได้

“จั่นพี่ว่าใจเย็นๆก่อนเถอะนะ อย่าทำแบบนี้เลย”สุรกฤษพูดออกมาไม่ได้เต็มเสียงนัก เพราะเค้าก็รู้ว่าตัวเค้าเองก็มีชนักติดหลังอยู่

“ฉันเอาเธอเข้ามาทำงานได้ ก็เอาออกจากงานได้ง่ายๆเหมือนกัน รับเงินก้อนนึงแล้วไปหางานอื่นซะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธออีก”พิณแพรไม่รู้เจ็บปวด ไม่หวั่นไหว กลับจ้องตาไม่ลดละ

“ลูกสาวของคุณพ่อขอเลิกกับพี่กฤษ ทั้งที่ตัวเองแอบไปคบอยู่กับลูกน้องคนโปรดของคุณพ่อทั้งๆที่ลูกสาวคุณพ่อหมั้นหมายกับพี่กฤษอยู่แล้ว จั่นแค่บอกกับเพลงดีๆ ว่าอย่าทำแบบนี้กับพี่กฤษ เพลงถึงกับไล่จั่นออกจากงานด้วยเรื่องผู้ชายเนี่ยนะคะ มันใช้ได้หรอคะ”จินดาพรพูดไม่อายปาก สุรกฤษถึงกับหน้าซีดเพราะเค้าเองไม่อยากโดนร่างแหไปด้วย

“ฉันเชื่อนะหนูว่าลูกสาวฉัน ไม่ได้ร้ายขนาดจะเอาหนูออกจากงานถ้าหนูเตือนลูกสาวฉันด้วยความหวังดีจริงๆ”

“คุณพ่อ!”จักจั่นอุทานไป

“บอกตรงๆเลยนะฉันเองก็ไม่สนับสนุนเรื่องหนูมาตั้งแต่แรก แต่เพราะลูกสาวฉันเป็นคนขอให้รับหนูไว้”คุณสรยุทธเอ่ยตรงๆ

“คุณพ่อ!”

“ทำไมหนูถึงเดือดร้อนแทนลูกสาวฉันเรื่องคู่หมั้นเค้านักล่ะ สุรกฤษเค้าคงดีกับหนูมากเลยสินะถึงได้ออกโรงปกป้องเค้าขนาดนี้”

“คือจั่น....”

“เรื่องลูกสาวฉันกับบดินทร์ ทั้งคู่ก็อยู่ในสายตาฉันมาตลอด ฉันรับรองได้ว่าลูกสาวฉันวางตัวดีเพราะฉันสอนให้เค้ารู้จักคุณค่าของตัวเอง แล้วบดินทร์เค้าก็เป็นสุภาพบุรุษพอ คนเรารู้จักกันเป็นธรรมดาที่ต้องพบเจอพูดคุยกันหรือหนูจะปฏิเสธว่าไม่เคยเจอหรือพูดคุยกับตากฤษ ถ้าหนูพูดคุยกับตากฤษ ฉันก็มีสิทธิ์คิดว่าหนูแอบคบกับตากฤษได้สินะ ใช่รึเปล่าล่ะ”คุณสรยุทธตอกกลับเบาๆ

“ไม่ค่ะจั่นกับพี่กฤษ เราเป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องกันเฉยๆ ไม่ได้มีอะไรอื่นเลยนะคะคุณพ่อ แต่มันก็ไม่ใช่ที่เพลงจะไล่จั่นออกนะคะ”จักจั่นอธิบาย

“เธอทำอะไรไว้บ้างย่อมรู้แก่ใจนะ แล้วตอนนี้ฉันก็ไม่อยากจะเห็นหน้าเธออีก ถ้าวันนี้เก็บของไม่ทันออกพรุ่งนี้ก็ได้ฉันไม่ว่าอะไร”พิณแพรพูดอย่างไม่แคร์สักนิด

“ก็ได้ แต่อย่านึกว่าแค่นี้เธอจะชนะฉันได้น่ะดูแลบริษัทห่วยๆของเธอไว้ให้ดีละกัน...หึ้ย!”จักจั่นสะบัดหน้าเดินออกไปจากห้องประชุม

“ผมขอตัวก่อนนะครับ”สุรกฤษบอกและกำลังเดินตามจักจั่นออกไป...

“พี่กฤษจะไปไหนหรอคะ”

“กลับไปทำงานจ่ะเพลง ขอตัวก่อนครับคุณพ่อ”เค้าพูดขบปรายมองบดินทร์ด้วยความเครียดแค้น ก่อนจะก้มหัวให้คุณสรยุทธแล้วเดินจากไป

“ขอโทษด้วยนะ”คุณสรยุทธเอ่ยปากกับบดินทร์

“ไม่เป็นไรครับท่าน ผมเข้าใจทุกอย่าง ความจริงแล้วผมเองก็มีส่วนทำให้เกิดเรื่องนี้ ผมยอมรับว่าผมคุยกับคุณเพลงอยู่ตลอด แต่ผมจริงใจกับหวังดีกับคุณเพลงที่สุดครับ”บดินทร์ยอมรับตรงๆ ทำเอาคุณสรยุทธยิ้มชอบใจ

“เอาเป็นว่าผมรับรู้ถึงความจริงใจของคุณนะ จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยนะยัยเพลง ทั้งเรื่องงาน และก็ตากฤษและก็เพื่อนรักของแกจัดการให้จบไปสักทีเถอะ”เค้าบอกบดินทร์ แล้วหันไปบอกลูกสาวสุดที่รักก่อนจะเดินออกจากห้องประชุมไป

“เมื่อวานกลับไปคุณเล่าให้พ่อคุณฟังหมดเลย?”เธอพยักหน้า

“พ่อคุณโอเครึเปล่า”เธอพยักหน้า

“ค่ะ...ก็บ่นบ้างตามประสาพ่อบ่นลูก”เค้ามองเธอ แล้วยิ้มให้

“เพลงรู้แล้วค่ะว่าจั่นรู้เรื่องที่ร้านอาหารได้ไง”

“รู้ได้ไง?”

“มาค่ะเพลงจะบอกให้”เธอกระซิบบอกที่หูเค้า

“เพื่อนคุณนี่สุดยอดไปเลยนะ ร้ายจริงๆ”

“คืนนี้เพลงมีที่นึงอยากให้ครูไปกับเพลงด้วย ครูจะไปกับเพลงได้มั้ยคะ”

................................

บนคอนโดสุรกฤษ

ภาพชายหนุ่มหญิงสาวกำลังร่วมรัก หญิงสาวแอ่นอกรับลิ้นสากๆของเค้าที่เลียอดถันอย่างรัญจวน

“เสียวจังเลยพี่กฤษ แรงๆอีกสิคะ จั่นกำลังมันเลย”ชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้น ยิ่งแรงกระแทกใส่สาวสวยที่เด้งก้นรับเค้าอย่างเต็มใจ ทั้งคุ่ทำเอาขาเตียงสั่นและดังเอี๊ยดอ๊าดไปทั่วห้อง

เสียงประตูห้องที่ถูกเปิดออก มันแทบไม่มีผลต่อทั้งสองคนบนเตียงที่ร่วมรัก เสียงฝีเท้าดิ่งตรงเข้ามาถึงหน้าห้อง ทำเอาจักจั่นหยุดชะงักเอาดื้อๆ

“เดี๋ยวก่อนค่ะพี่กฤษ”

“อะไรหรอจั่น พี่กำลังจะถึงอยู่แล้วนะ มาต่ออีกหน่อยสิจ๊ะ”เค้าดึงเธอให้โน้มตัวลงต่ำ

“พี่กฤษ จั่นรู้สึกว่าเหมือนมีคนเข้ามาในห้องนะ”จักจั่นบอก

“ไม่นะ จั่นคิดมากไปเอง”

“แต่จั่นรู้สึกจริงๆนะคะพี่กฤษ”

“คิดมากจั่นมาเถอะน่า..นะ รีบทำต่อเถอะเสร็จแล้วเราจะได้มาคิดว่าจะเอายังไงต่อดี”พูดจบทั้งคู่ก็ต่อบทรักอันเร้าร้อน หารู้ไม่ว่ามีใครอีกสองคนกำลังเปิดประตูเข้ามา เห็นภาพตรงหน้าชายหญิงคู่หนึ่งร่วมรักกันบนเตียงนุ่ม เมื่อทั้งคู่เห็นว่าใครเข้ามาก็รีบดึงผ้าห่มมาปิดบังร่างกายเอาไว้แทบไม่ทัน

“เพลง!”สุรกฤษอุทาน

“พี่เบส!”จักจั่นก็อุทานออกมาเบาๆเช่นกัน

“เพื่อนกับแฟนที่คอยแอบแทงข้างหลังมาตลอดหลายปี ถึงเวลาที่เพลงควรเลิกกับพี่ได้แล้วใช่มั้ยคะพี่กฤษ!”

..........................


ขอโทษที่หายไปหลายวัน วันนี้มายาวไปหน่อย บอกเลยไรท์mayไม่ถนัดการเขียน10หน้าเลยจริงๆ 555 ตั้งชื่อตอนไม่ถูกด้วย

รัก

สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ

💋

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว