Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สิงคโปร์ ... : อายใคร

ชื่อตอน : สิงคโปร์ ... : อายใคร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.5k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2561 03:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สิงคโปร์ ... : อายใคร
แบบอักษร

พิณแพรเสียบคีย์การ์ด หอบหิ้วขนมเต็มไม้เต็มมือ

วางไว้ที่โต๊ะ..

ครู...

“ค่ะ”เธอกดรับสาย เมื่อเค้า..เฟซไทม์เข้ามา

“ไหน..”เค้าถามน้ำเสียงนุ่มหวาน เธอขยับกล้องให้เค้าให้ดู แล้วก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลา

“อย่าลืมอาบน้ำ”

“ฮ่าๆๆ ค่ะ ถ้าไม่ท้วง เพลงจะนอนละเนี่ย”

“ห่มผ้าหนาๆด้วยนะ ดึกๆจะเย็นกว่านี้อีก”เค้าบอก

“รู้แล้วค่าา จะห่มให้รอบเอวหายไปเลย..”เธอบอก ได้ยินเสียงเล็ดรอดออกมาจากปลายสาย

“เอางั้นเลย?”

“เพลงคิดไว้แบบนั้นนะ”

“น่ารัก”คำพูดนี้ ทำเธอหน้าแดงเขินเค้า จนไม่กล้ามองหน้า

“ไม่ใช่เพลงนะ...วอลเปเปอร์ลายในห้องน่ะ...น่ารักดี”

“นี่คุณ!.....”เธอทำจิ๊จ๊ะ จนเค้าหัวเราะชอบใจ

“ทำไม ผิดหวังที่ผมไม่ได้บอกว่าเพลงน่ารักหรอ?!”เค้ายิงคำถามตรงเป้าทันที

“ป่าวซะหน่อย”พิณแพรทำทีงอนๆ

“งอน?!”เค้ามองหน้าเธอ

“งอนอะไร งอนเรื่องอะไร ไม่มีเรื่องอะไรที่เพลงต้องงอนเลย ไม่เอาไม่พูดด้วยและ”เธอทำหน้างอนๆ

“นั่นไงงอนผมจริงๆด้วย”

“ใช่ที่ไหน...คุณคิดไปเองทั้งนั้น”พิณแพรพูดใส่

“...ก็หน้าคุณมันฟ้อง”เค้าพูด

“นี่!...หยุดนะ หยุดพูดได้ละ”

“โกรธหรอ...หึ้ม!”

“แค่นี้นะคะ เพลงจะอาบน้ำละ”เธออยากจะตัดสายเฟซไทม์เค้า ไม่อยู่ดูหน้า ไม่อยากรอฟังต่อว่าเค้าจะตอบว่าอะไร

“พรุ่งนี้ผมจะมารับ”... พิณแพรมองหน้าเค้า กดวางสายก่อนหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินหายเข้าห้องน้ำไป...

พ้นชั่วโมงนี้ไปได้ไม่เท่าไหร่นัก พิณแพรก็โดดขึ้นเตียงในชุดพร้อมนอน

ตึ๊งตึ่ง... เสียงไลน์ดังขึ้น พิณแพรเลยหยิบมือถือขึ้นมาดู

เบส : หายงอนรึยัง

เพลง : ไม่ได้งอนอะไรนี่คะ

เบส : จริงอ่ะ

เพลง : ค่ะ

เบส : อากาศเริ่มเย็นละนะ

เพลง : กำลังจะห่มผ้าอยู่ค่ะ

เบส : ได้กลิ่นตุๆ

เพลง : อะไรคะ! อาบน้ำแล้ว (ฟุดฟิดๆ)

เบส : ฮ่าๆ ไม่ได้กลิ่นสบู่

เพลง : หอมจะตาย

เบส : ฮ่าๆ ฝันดีนะครับ

เพลง : ok

พิณแพรหยักไหล่ ก่อนดึงผ้าห่มเอามากอดไว้แนบอก... สักพักเธอก็หลับไป

..........................

เช้าวันต่อมา

สาวอวบในชุดทำงาน วันนี้วันสุดท้ายของการประชุมแล้ว และ...เธอต้องทำภารกิจที่ค้างคาไว้ ให้เสร็จจะได้ไม่มีอะไรติดต้างกันอีก

“รอนานมั้ยคะ...พอดีมัวเข้าห้องน้ำ”เธอเอ่ยถามเค้าก่อน

“ไม่เลย...แป๊บเดียว”เค้าตอบสั้นๆ

ทั้งคู่มาถึงบอดี้ีดี้เชฟ ถึงได้สักพักก็เริ่มประชุม...ไม่นานพิณแพรก็ออกมาจากห้องด้วยสีหน้าตึงๆ มีเค้าเดินตามมา คว้าแขนไว้...

“มีอะไรคะ”เธอพูดจาชวนหาเรื่องนัก

“มีเหตุผลหน่อยสิคุณเพลง”คำพูดของเค้าเพียงแค่นี้ เกือบทำเธอน้ำตาร่วง

“เดี๋ยวเราไปคุยกันที่อื่น..”เค้าจับมือพาเดินไปเอากระเป๋าในห้องทำงาน พาไปขึ้นรถแล้วออกจากบอดี้ดี้เชฟทันที

...พิณแพรมองไปนอกกระจกรถ

“ถ้าต่อไปเพลงเข้ามารับกิจการทั้งหมดต่อจากพ่อ มันจะสร้างความไม่เชื่อมั่นต่อองค์กรมากขนาดนั้นเลยหรอคะ คุณเป็นหนึ่งในแปดสิบเปอร์เซนต์ด้วยรึเปล่าคะ”พูดจบ หยดน้ำตาเธอก็ล่วงแหมะ เค้าเอื้อมมาจับมือ บีบเบาๆ...เพื่อให้กำลังใจเธอ

“เปล่า...”

“อย่าโกหกเพลงเลยค่ะ....”

“เปล่า ไม่ได้โกหกเลย...”

“...อย่าเลยเพลงดูออก”เธอพูดจบ เค้าหยุดรถจอดข้างทางทันที หันมาที่พิณแพร ดึงให้เธอหันหน้ามาหาเค้า

“ฟังผมนะ...คุณเพลง คุณต้องตั้งสติให้ดี...ในเมื่อต่อไปคุณตัดสินใจรับช่วงต่องานทั้งหมดนี้ และบอดี้ดี้เชฟคือทุกอย่างของครอบครัวคุณ คุณต้องรับความเห็นของลูกน้องที่มีความคิดต่างให้ได้ เพราะอะไรรู้มั้ย คุณจะได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว..ลูกน้อง องค์กรต้องการอะไรจากคุณ เค้าอยากให้คุณทำอะไร”

“ฉันรู้ข้อนี้ดีค่ะ”

“รู้ดี...รู้ดีแล้วพูดออกไปแบบนั้นได้ไง”

“....”

“..พูดแบบเด็กเอาแต่ใจ ไม่รู้จักโตออกไปได้ไง”

“คุณ!”

“ผมไม่ได้เข้าข้างเค้านะ ผมแค่พูดความจริง”เค้าพูด

“....”

“ถ้าคุณเพอเฟค มีเหรอเค้าจะพูดแบบนั้นได้ คุณต้องดูสิว่าคุณบกพร่องอะไร ทำไมเค้าถึงพูดแบบนั้นออกมา”

“ใช่สินะคะ เค้าถึงว่าเพลงกลางห้องประชุมแบบนั้นอ่ะ”

“คุณยังยอมรับมันไม่ได้ ยังเปิดใจให้กว้างๆได้ไม่พอ”

“.....”

“คุณเป็นแบบที่เค้าพูดหรอ เป็นแบบที่เค้าพูดจริงๆใช่มั้ย ถึงพูดกลับไปแบบนั้น”

“.....” เธอเงียบ

“ว่าไง...ตอบผมมาสิคุณเพลง”เค้ามองเธอ

“ในเมื่อคุณรู้ผลแล้ว คุณต้องแก้ที่เหตุสิ...”เค้าพูดไม่ทันจบเสียงมือถือก็ดังขึ้น

เค้ารับสาย...ตายังคงจ้องไปที่เธอ

“ครับ อยู่ครับ...ครับ ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมจะดูแลคุณเพลงเอง ครับ...ครับ สวัสดีครับ” เค้าวางสาย

“เค้าคงรีบโทรไปฟ้องพ่อเลยสิท่า”พิณแพรพูดขึ้น

“คุณเพลง...”

“เพลงเหนื่อย ...เพลงบอกตัวเองมาตลอด เฝ้าบอกพ่อว่าเพลงจะช่วยงานพ่อทั้งหมด เพลงพยายามเรียนรู้งานอย่างหนัก เพลงคิดอยู่แล้วว่ามันต้องมีคนที่แอนตี้เพลง แล้วมันก็มีจริงๆ เพลงรู้ดีว่าบริษัทเพลงต้องขายหน้าขายหุ่น เพลงคงไม่เหมาะใช่มั้ย”

“เพลง”เค้าจับไหล่ที่ห่อทั้งสองข้างของเธอ

“เพลงผิดที่เพลงอ้วนเป็นหมูแบบนี้...ใครจะมาเชื่อถือเพลงกันล่ะ มันก็จริงของเค้าแหละ”เธอสรุปต่ออีกสั้นๆ

“ฟังผมนะ”เค้าพยายามจะอธิบายเหตุผล

“เพลงใส่เค้าชุดใหญ่....และสุดท้ายก็กลายเป็นคนผิดในสายตาทุกคน รวมทั้งคุณ”น้ำตาเธอไหล เค้าเงียบฟังเธอ...

“คิดในทางกลับสิ...ทำไมเค้าไม่พูดให้กำลังใจเพลงบ้างล่ะ เค้าจะรู้บ้างมั้ยว่าเพลงพยายามอย่างหนักแค่ไหนเพื่อองค์กร เพลงไม่อยากลดน้ำหนัก...เพลงเลยชดเชยให้องค์กรโดยการตั้งใจทุ่มเท เพลงคิดแบบนี้นะ”เธอพูดต่อ

“เค้าไม่ใช่ผู้บริหารอย่างเพลงหนิ...เค้าไม่สนใจหรอกว่าเพลงจะทุ่มเทแค่ไหน เค้าเป็นแค่พนักงานส่วนเล็กๆที่มองอะไรง่ายๆ...เค้าก็พูดไปตามเนื้อผ้าแค่นั้น”เค้าแย้ง

“.....”เธอนิ่งมองตาเค้า บดินทร์ค่อยๆดึงเธอเข้ามากอด

“สำหรับผม...คุณเก่งแล้ว จบได้ไม่นานทำอะไรแทนพ่อคุณได้หลายอย่างถือว่าใช้ได้ ส่วนเรื่องนั้น...ผมไม่เคยคิดว่าจะทำให้คุณบริหารงานไม่ได้ ผมเข้าใจความรู้สึกคุณดี แต่ถ้าคุณคิดว่าคำพูดส่วนใหญ่ในองค์กรมีส่วนทำให้คุณบริหารงานไม่ได้ก็ลองเอามาปรับเปลี่ยนแปลงดู ไม่ได้เสียหายอะไรไม่ใช่หรอ หึ้ม...ผมเห็นบทสัมภาษณ์ในหนังสือ...ผมชื่นชมผู้บริหารไฟแรงคนนี้ของผมนะ”เค้าพูดจบ พิณแพรก็ปล่อยโฮอย่างไม่อาย

ตอนนี้มีแต่เค้าละมั้งที่เข้าใจ...

..........................

หลังจากเสียน้ำตาไปมาก ความหิวก็เริ่มถามหา บดินทร์ต้องรีบพาเธอไปกินเป็นการปลอบใจ เอ่ยอยากกินอะไร...เค้าก็พาไปทั้งนั้น

“รู้สึกดีขึ้นมั้ย”เค้าถาม หลังตักกับข้าวใส่ในจานตัวเอง พิณแพรพยักหน้าเอาแต่เคี้ยวไม่หยุดปาก ตักโน้นชิมนี่ไม่หยุด กินเสร็จก็พาไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ อยากดูของฝาก อยากให้าไปไหนเค้าก็พาไปทั้งนั้น...จนกว่าเธอจะพอใจ หลังจากชอปปิ้งเสร็จแล้ว เค้าก็พาเธอแวะนมัสการไหว้เจ้ากวนอิม และวัดอีกหลายแห่งเพื่อเป็นศิริมงคล

“นี่...กำลังจะไปไหนต่อคะ”

“เดี๋ยวก็รู้”เค้าบอก ขับรถพาเธอไปยังปลายทาง

....................

สิงคโปร์ ฟลายเออร์

ทั้งคู่ขึ้นมาบนแคปซูลชิงช้า เมื่อถึงยอดสุดพิณแพรถึงกับร้องตกใจ

“สูงมากอ่ะ แล้วก็วิวสวยมากด้วย”

“อืม...กลัวรึเปล่า”เค้าถาม เธอหันมองเค้าส่ายหน้าพัลวัน แล้วก็หันกลับไปมองวิวด้านนอกต่อ บดินทร์กลับไปนั่งเก้าอี้ มองเธอทุกอิริยาบถ ยิ้มชอบใจ...

“ชอบมั้ย”เค้าถาม

“ชอบ....ถ้ากลางคืนคงสวยกว่านี้เนาะ”เธอบอก

“กลัวคุณจะเพลีย ก็เลยพามาก่อน...”เค้าบอก พิณแพรที่ยืนหันหลังก็หันกลับมา แล้วนั่งลงใกล้ๆกับเค้า

“กลัวเพลงจะเหนื่อยจะเพลีย...แล้วคุณล่ะไม่เหนื่อยที่ต้องพาเพลงมาเลยหรอ”เธอถามเค้า...ใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ เค้ายื่นมือมาเชยคางของสาวร่างอวบ

“ถ้าผมดูแลคุณไม่ดี...มีหวังผมโดนตัดโบนัสปลายปีแน่”เค้าบอก ถึงคำตอบจะทำผิดหวังนิดๆแต่เธอก็หัวเราะชอบใจ

“ที่มาคอยอยู่ดูแลเพลง...ก็เพื่อโบนัสใช่มะ”เธอพูดเหมือนคนรู้ทัน แม้จะแอบเสียใจอยู่ลึกๆ

“คิดว่าผมเป็นคนเห็นแก่โบนัสงั้นจริงๆหรอ?!”น้ำเสียงเศร้าปนน้อยใจ...

“ก็คุณพูดเองหนิ...”เธอจ้องตาเค้า

“ผมไม่ได้เหมือนคู่หมั้นคุณ”เค้าเผลอพูดออกมา ทำเอาสาวอวบอึ้งไปเช่นกัน

“ขอโทษที่พาดพิงคนอื่น”

“.........”

“วันนั้น....ผมรอคุณจนเกือบจะตกเครื่อง ทั้งๆที่รู้ว่า....ไงๆคุณก็ไม่มา”

“.....”เธอเงียบ...หลบตา เค้าลุกขึ้นไปยืนชิดกระจกแคปซูล มองไปสุดลูกหูลูกตา

“ผมจะลืมมันให้หมดละกัน....”

..........................

ค่ำๆ

คลาร์ก คีย์

“เห็นเพื่อนๆบอกว่าที่นี่ยิ่งดึกคนยิ่งเยอะ..”เธอเอ่ย ยิ้มสดใสให้เค้า

“ใช่...ชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ เอเชียก็มีไม่ขาด”เค้าบอก พิณแพรพยักหน้ารับ

“ไปนั่งเรือรอบๆกัน”เค้าดึงมือเธอให้ตามเค้าไป พิณแพรได้นั่งเรือ กินลมชมวิวบรรยากาศโดยรอบ เห็นเจ้าสิงโตพ่นน้ำไกลๆ หันมามองคนนั่งข้างๆ

มีความสุขจัง....

เรือวนครบรอบแล้ว ก็ถึงเวลาที่ทั้งคู่ต้องขึ้นฝั่ง คนพากันแย่งขึ้น...พิณแพรตัดสินใจขอรั้งท้ายดีกว่า เหยียบขึ้นบันได...ตามแรงโอนเอนของเรือ พิณแพรเหยียบพลาดเท้าผลิก ล้ม...ร่างอวบล้มหงายบนท้องเรือ

“ครูคะ...!!”

‘กระโปรงเปิด รองเท้าหลุด ตายแล้วๆ’พิณแพรได้สติ พยายามจะลุกหากน้ำหนักที่มาก

บดินทร์กระโดดลงมาในเรือ จับเนื้อตัวสาวอวบด้วยความตกใจ

“เจ็บตรงไหนมากหรือเปล่า”

“ข้อเท้า”

“ตรงนี้หรอ” เธอพยักหน้า เค้าเอามือจับถึงกับร้องโอดโอย...

“ค่อยๆสิ”พูดจบ บดินทร์อุ้มเธอขึ้น คนในบริเวณพากันมองทั้งคู่ยกใหญ่

“วางลงเหอะ อายเค้า”

“ช่างมันสิ ผมไม่สน”

“แต่ฉันสน ฉันอายนี่”เธอบอกเค้า ตีหมับๆที่ไหล่กว้าง

“ที่นี่สิงคโปร์....อายใครล่ะ”

...............................

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว