MooMii
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) Twitter : @YMOOMII

ชื่อตอน : Episode 23

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มิ.ย. 2563 00:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Episode 23
แบบอักษร

มาดึกแต่ก็มานะคะ รีดเดอร์ทุกคน มาดึกหน่อยเพราะไรท์นอนตั้งแต่บ่ายเพิ่งตื่นไม่นานมานี้ แว๊บมาอ่านและแก้คำผิดเท่าที่จะแก้ไ้ด้แล้วเอามาลงให้รีดเดอร์ทุกคนได้อ่านก่อน ใครเจอคำผิดอะไรทักได้เลยน้า เนื่อเรื่องตรงไหนคิดว่าไม่สัมพันธ์กันแนะนำได้ค่ะ ไรท์อาจจะมองข้ามไปบ้างแต่แต่งด้วยใจนะคะ คอมเม้นมาเยอๆนะคะว่ามีคนอ่านเรื่องนี้จริงๆ อย่าลืมเพิ่มเข้าชั้นหนังสือและกดถูกใจให้ไรท์ด้วยน้าาาา

NANCHA : 

แบบว่าโดนไปเต็มแรงจริงๆ เลยครับ ป๋าแม่งพิสูจน์จนผมปวดไปหมด ดีนะที่ป๋าแม่งทำแค่น้ำเดียว เพราะผมบอกว่าคนเยอะด้วยเพื่อนป๋าเพื่อนผมก็อยู่ไง เลยลองอ้อนว่าจะให้อีกแต่ไม่เอาตอนนี้ เขินด้วยครับ หายมาเป็นชั่วโมงแล้วไม่รู้พวกเพื่อนผมมันจะสงสัยอะไรบ้าง

เสียงเพลงยังดังเข้ามาเรื่อยๆ เสียงพวกเพื่อนๆ พี่ๆ ก็คุยกันดังมากแบบไม่เกรงใจใครเลย ดังลอดเข้ามาตลอด ตอนที่ทำกันผมต้องกลั้นเสียงตัวเองไว้แบบทรมานสุด ไม่รู้ว่าพวกเขาจะได้ยินกันบ้างไหม

" ไม่ไหวก็ไม่ต้องออกไป นอนเลย " ป๋าบอกผมพร้อมลุกเดินเข้าห้องน้ำไป ส่วนตัวผมนอนโง่บนเตียงไปก่อนลุกไม่ไหวครับ เมื่อกี้ไม่ได้เลอะอะไรมากเพราะป๋าใส่ถุงยางให้ทั้งผมแล้วก็ป๋าด้วย แต่ไอถุงยางในถังขยะข้างเตียงนี่เขาไม่รู้เลยแม่งว่าเข้ามาเอากัน พอป๋าออกมาจากห้องน้ำผมก็ลุกเก็บถุงยางเมื่อกี้ห่อด้วยกระดาษทิชชูหนาๆแล้วเอาไปทิ้งในถังขยะห้องน้ำแทน พร้อมจัดการกับตัวเองด้วย

" ป๋า เดี๋ยวชาร์ออกไปนั่งกับเพื่อนอีก ป๋าออกไปป่ะ อ้าว " ผมอาบน้ำสระผมเลยก้มหน้าเช็ดหัวตัวเองพร้อมถามออกมาสรุปว่าเงยมาก็ไม่มีใครในห้องแล้วไง สรุปคือกูคุยคนเดียว

เดินออกมาก็มองไปทั่วๆ ห้องนั่งเล่นสรุปคือแม่งเมากันแล้วนี่ก็ดึกมากแล้วด้วยไงสมควรสลบกันจริงๆ ห้องนั่งเล่นเหลือแต่เพื่อนผมไอทัช ต้นสน บิงโก ยิม แล้วก็พี่อาร์มที่นอนกอดกันกลมกับไอเอ็ม คนอื่นคงกลับห้องหมด แต่ห้องใหญ่ยังว่างนี่หว่า พี่คีย์กับป๋าล่ะ

" เออ กูไม่รู้ดูไปเรื่อย " ผมเดินออกมานอกบ้านแล้วลองเดินมาที่โต๊ะไม้ที่ผมนั่งคุยกับพวกเพื่อนเมื่อค่ำก็เห็นเงารางๆ พร้อมเสียงของป๋ากับพี่คีย์ที่กำลังคุยกัน

" ไม่ได้รักมึงก็ควรปล่อยน้องมัน " เสียงพี่คีย์พูดออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้เค้นหรือบีบอะไร ผมรู้สึกว่าไม่ควรฟังเรื่องนี้ ควรเดินกลับเข้าบ้านไปนอน

" สักวัน... "

" สักวันที่ว่ามันเมื่อไหร่ " ป๋ากำลังจะพูดตอบแต่พี่คีย์แทรกขึ้นมาอีก บรรยากาศเริ่มดูตึงเครียดมากขึ้น

" มันไม่เกี่ยวกับมึง " ป๋าตอบด้วยเสียงนิ่งๆ

" ปริ้น ไม่ใช่สิวะ ทีป์มึงฟังกูนะ น้องมันไม่ใช่ตัวแทนใครมึงเห็นน้องมันเป็นอะไรมาตลอดหลายปีวะ เมื่อก่อนมึงอาจจะไม่ได้ชัดเจนแต่ตอนนี้มึงเริ่มเปิดตัวน้องมากขึ้น มึงกำลังให้ความหวังน้องทั้งที่มึงยังลืมไม่ได้ " ยิ่งฟังหัวใจผมยิ่งบีบรัดจนตัวสั่นไปหมด ผมนั่งลงที่พื้นทรายข้างพุ่มไม้หลังโต๊ะไม้นี่ละ คิดว่าคงยังไม่มีใครเห็นเพราะมันมืดมาก ที่จริงผมควรเดินออกไปจากตรงนี้ใช่ไหมแต่ว่า ผมเองก็อยากรู้ อยากรู้ว่าป๋าเขาคิดยังไงกับเรื่องนี้ 

" ถามจริงเถอะวะมึงรู้สึกยังไงกับน้องมันกันแน่ " หลังจากพี่คีย์พูดไปยาวๆ ก็เริ่มสงบสติแล้วถามออกมา คำถามที่ผมเองก็ไม่กล้าถาม นั่นสิครับป๋า ป๋าคิดยังไงกับชาร์กันแน่ คิดจะเข้ามาทำให้ผมรู้สึกดีมากกว่าเดิม รู้สึกรักมากกว่าเดิม แล้วจะทิ้งผมไปหรือเปล่าครับ

" ก่อนฟังคำตอบจากกู มึงคิดอะไรกับมัน? " ป๋าถามพี่คีย์เสียงโคตรดุ ฟังจากน้ำเสียงแล้วพร้อมซัดเต็มที่ คือตอนนี้ในหัวผมมันตื้อๆ ไปหมดแล้ว อะไรกันอีกครับทีนี้

" คิดเหี้ยไร กูแค่เห็นมันเหมือนน้องกูไง รุ่นเดียวกันอีก " พี่คีย์ตอบพร้อมพ่นควันออกมา

" กูรู้สึกดี " ป๋าตอบแบบชิวชิวไม่ได้มีน้ำเสียงจริงจังอะไรเลยด้วยซ้ำ

" หึ แต่ไม่ได้รู้สึกรัก " พี่คีย์พูดต่อประโยคนั้นที่ทำให้ผมรู้ถึงความจริงและต้องย้ำมันกับตัวเองอีกครั้ง

หมับ! แรงกอดรัดจากด้านหลังทำให้ผมตกใจสะดุ้งแต่ไม่ได้ส่งเสียงอะไรออกไป อ้อมกอดอุ่นๆ ที่กอดผมอยู่พร้อมกลิ่นตัวประจำกายของไอทัช ทำให้ผมกระชับมือมันที่กอดผมอยู่มากขึ้น มันกอดผมแน่นมากแต่ผมกับไม่รู้สึกอึดอัดอะไรเลย

ป๋ากับพี่คีย์เดินกลับไปแล้ว แต่ก็คงไม่ได้สังเกตเห็นผมกับทัชมัน ผมกับทัชยังค้างกันอยู่ท่าเดิม เพิ่มเติมคือน้ำตาและเสียงสะอื้นของผม

" ใช่อย่างที่กูคิดจริงด้วยสินะ " ไอทัชผละออกจากผมพร้อมดึงให้ผมลุกขึ้น เดินกันมายืนที่ทะเล น้ำเย็นๆ ที่กระทบกับผิวเท้าไม่ได้ทำให้ผมสดชื่นขึ้นเลย

" อย่าคิดมากเลยวะ ในเมื่อมึงเลือกยืนตรงนี้มาตลอดหลายปี คำว่ารู้สึกดีอาจเป็นประโยคการเริ่มต้นที่ดีก็ได้ " ประโยคของทัชมันทำให้ผมเริ่มคิดใหม่ นั่นสิครับ ตลอดเวลาผมไม่ได้อยู่ในสายตาป๋าเลย แต่ตอนนี้ในเวลาไม่นานป๋ากลับบอกว่ารู้สึกดี จะให้เป็นรักก็คงไม่ได้ แต่เดี๋ยวนะ!

" นี่มึง! " ผมตกใจพร้อมหันไปมองไอทัชที่กำลังมองไปในทะเลข้างหน้าอย่างอึ้งๆ คือมัน

" อึ้งที่กูพูดเหมือนรู้เรื่องมึงมาตลอดละสิ? " ทัชไม่ได้หันมามองผม แต่กลับถามกลับมาแทน สีหน้ามันไม่ได้บ่งบอกถึงอารมณ์อะไรเลยด้วยซ้ำ มันรู้ได้ยังไงกัน

" เฮียใหญ่ " ผมเงียบไปสักพักจนไอทัชมันพูดชื่อที่ผมไม่อยากได้ยินออกมา เฮียใหญ่ หรือพี่ชายแท้ๆ ของผมเอง ชาไทย

" กูไม่เข้าใจ " ผมไม่เข้าใจจริงๆ ทัชมันเป็นเพื่อนกับผมสมัยเด็ก เราโตมาด้วยกันเลย ทัชเลยเรียกเฮียว่าเฮียใหญ่เหมือนผม ตอนเด็กๆเราเคยสนิทกันมาก แต่เพราะครอบครัวฝั่งพ่อและแม่ของผมเขาไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ หมายถึงคุณปู่กับคุณตา คุณปู่ทำธุรกิจสีขาว แต่คุณตาของผมกลับเป็นธุรกิจสีเทา มันก้ำกึ่งระหว่าง ขาวกับดำ แม่ของผมท่านหนีมาอยู่กับคุณพ่อ แต่คุณตาไม่ยอมเลยมาตามกลับไปแต่เพราะแม่ท่านท้องเฮียใหญ่ คุณตาท่านเลยไม่กล้าลงมือแต่คุณตาบอกว่าถ้าหากแม่คลอด เด็กคนนั้นคุณตาจะพาไปเลี้ยงเอง แต่เมื่อเฮียเกิดคุณแม่ท่านขอร้องคุณตาให้ได้เลี้ยงดูลูกของตัวเองก่อนจนวันหนึ่ง ท่านก็ท้องอีกพอคลอดท้องที่สอง คุณแม่ท่านขอร้องให้เด็กๆได้พอจำความได้ ได้รู้จักพี่รู้จักน้อง คุณตาก็เลยให้เวลาจนพวกเราทุกคนพอจะรู้จักกัน จดจำกันในฐานะพี่น้องแล้วนั้นจนสุดท้ายท่านก็ทวงสัญญา ตอนนั้นเฮียโดนแยกไปเลี้ยงกับคุณตา พอกลับมาบ้านก็มาพรากใครอีกคนไปด้วย วันนั้นเป็นวันที่ผมคิดว่ามันโหดร้ายและเจ็บปวดกับความรู้สึกมากไม่ใช่แค่กับผม แต่มันเป็นความรู้สึกของครอบครัว

ทุกคนเจ็บปวดแต่ต้องจากกัน ไกลกัน ทั้งที่น้องๆทุกคนเอาแต่เฝ้ารอเฮียใหญ่กลับบ้าน ไม่เคยมีสักวันที่เราไม่เรียกหาหรือลืมถามหาเฮียใหญ่เลย เราทุกคนเอาแต่ถามว่า เมื่อไหร่เฮียจะกลับมา เมื่อไหร่เฮียจะโทรมาหาบ้าง แต่สุดท้ายเมื่อเฮียกลับมาทุกอย่างเปลี่ยนไป ไม่มีอีกแล้วคำว่าครอบครัว เฮียใหญ่เปลี่ยนไปมาก ไม่มีแล้วพี่ชายคนโตที่คอยเล่นคอยสอนเราเสมอ ดวงตา แววตาเย็นชาเหล่านั้น มันเจ็บปวดมากจริงๆ พ่อแม่ของเราพวกท่านรู้ดีว่าเฮียใหญ่เปลี่ยนไปมากแต่ก็พยายามสานสัมพันธ์ให้เราทั้งครอบครัวได้พูดคุยหรือทำกิจกรรมร่วมกันบ้าง แต่สุดท้ายมันก็พังลงเพราะคนที่ได้ชื่อว่า ชาไทย เฮียใหญ่ของบ้านไม่มีคำว่าปรานีเลย เขาไม่สนใจไยดีใคร ทุกอย่างทุกการกระทำ ทำด้วยความเย็นชา แข็งกระด้างไปหมด

" กูรู้ว่ามึงยังโกรธเฮียใหญ่ แต่ยังไงเฮียก็คือครอบครัว เขาเป็นห่วงมึง " ไอทัชพูดบอกผมน้ำเสียงจริงจังทันที มันพูดเหมือนติดต่อเฮียตลอด พูดเหมือนเข้าข้างเฮีย

" มึงพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง " ผมสับสนไปหมด ไอทัชหันมามองผมตรงๆสายตามันดูเจ็บปวดไม่แพ้กัน

" น้ำชากูเป็นคนของเฮียวะ " ทัชมันบอกผมพร้อมน้ำตาที่คลออยู่

" ไม่จริง ไม่จริงใช่มั้ย " ผมร้องไห้ออกมาอีก ไม่อยากเชื่อเลย ไม่จริงหรอก ไอทัชไปเป็นคนของเฮียได้ยังไง มันอยู่กับผมตลอดเวลา อยู่ด้วยกันตลอด มันจะเป็นคนของเฮียใหญ่ได้ยังไง

" มันเป็นไปแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมากูมีหน้าที่ดูแลมึง ปกป้องมึงแม้ต้องแลกด้วยทุกอย่าง เรื่องของมึงกับผู้ชายคนนั้นกูเป็นคนรายงานให้เฮียใหญ่เอง กูขอโทษวะ แต่เพื่อความปลอดภัยของมึงกูต้องทำ " ทัชมันไม่ได้สะอื้นไห้เหมือนผม มันพูดออกมาทำให้ ผมยิ่งร้องไห้หนักไปอีก ทำไมทุกคนถึงทำเหมือนว่าผมอ่อนแอแบบนี้!

" ไม่จริง กูไม่อยากรู้ไม่ ไม่จริง!! " ผมตะโกนออกมาดังๆ พร้อมร้องไห้อย่างหนัก ไอทัชทรุดตัวลงมานั่งกอดผมที่พื้นทราย

" ขอโทษน้ำชา กูขอโทษ กูแค่อยากให้มึงเข้าใจว่าเฮียใหญ่เขารักมึงนะ รักมึงจริงๆแต่เพราะภาระหน้าที่หลายอย่างทำให้เฮียใหญ่ไม่สามารถแสดงออกได้ว่ามึงสำคัญกับเฮียแค่ไหน " ทัชมันเอาแต่พร่ำบอกขอโทษผมแบบนั้น ไม่รู้ว่าแรงสั่นที่เกิดขึ้นจากตัวผมกับมันของใครแรงกว่ากันแต่เราทั้งคู่ต่างก็ร้องไห้และกอดกันอยู่แบบนี้

" เกิดอะไรขึ้น " ผมได้ยินเสียงคนวิ่งมาทางนี้พร้อมตะโกนถามขึ้นมาเสียงดังแต่ผมกับทัชก็ยังไม่ผละออกจากกันยังคงกอดกันแล้วร้องไห้อย่างหนัก

ทำไมนะหรอครับ เพราะตอนนี้อายุของผมกับทัชจะครบยี่สิบเอ็ดปีแล้ว เราทั้งคู่เคยหยุดเรียนไปด้วยกันสองปี ตอนนั้นผมกับมันเราจบประถมปลายด้วยกันเฝ้าฝันจะเรียนต่อไปด้วยกันทุกคน เรามีชีวิตที่สบายจนใครก็อิจฉา แต่เพราะตอนนั้นที่เฮียใหญ่กลับมา ตอนที่เฮียใหญ่พลากบางสิ่งบางอย่างไปจากพวกเรา ตอนนั้นผมเสียศูนย์จนไม่เป็นอันเรียน ทัชก็พลอยเป็นห่วงผมจนร่างกายทรุดโทรม เราทั้งคู่ถูกครอบครัวให้พักรักษาตัว รักษาใจจนหายดีแล้วกลับมาเรียน ย้ายจังหวัดเข้ามาอยู่ในเมืองกรุง สร้างชีวิตใหม่ ลืมเรื่องราวเก่าๆ แล้วหลังจากนั้นไม่เคยมีใครพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีก

จนเมื่อสามปีที่แล้ว ผมได้พบกับพี่น้องร่วมสายเลือดอีกคน คนที่ถูกพลากไปเป็นคนที่สอง เขาปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่เราไม่เคยได้เจอกันอีกเลย ราวๆ 8 ปี แต่เหตุการณ์เพียงช่วงวินาทีสั้นๆ เท่านั้นเขากลับหายไปจากโลกใบนี้ ผมแทบเป็นบ้า ใช้ชีวิตเสเพลไปเรื่อย เริ่มออกนอกลู่นอกทางมากขึ้น เป็นแบบนั้นอยู่ร่วมหลายเดือนจนคืนนึงผมกับทัชเราโดนคุณตาเรียกหา เขาต้องการใครไปแทนที่ ผมประกาศกร้าวด้วยความโกรธเกลียดของใจว่าไม่มีทางที่จะร่วมทางไปกับพวกเขา เฮียใหญ่บอกกับพวกเราแค่ว่าเวลาของเรามีอีกไม่นาน ครบยี่สิบเอ็ดปีเมื่อไหร่ ต้องไม่ใครก็ใครต้องไปกับพวกเขา

ผมในตอนนั้นไม่ได้สนใจคำเตือนพวกนั้นเลยด้วยซ้ำ และผมไม่คิดเลยว่าทัชมันจะยอมไปแทนผม ไม่เคยคิดเลยว่าทัชมันไปตกลงเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมพลาดอะไรไป ทำไมทุกคนต้องอยากจากผมไปแบบนี้ด้วย 

 

Twitter : @YMOOMII 

Facebook : Ph Homjan 

FB Fanpage : Niyay By MooMii 

-THANK YOU- 

ความคิดเห็น